วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สพฐ.ตรวจโครงการคูปองพัฒนาครู พบหลักสูตรชื่อแปลก แต่ไม่ตกเกณฑ์มาตรฐาน

สพฐ.ลงพื้นที่ตรวจสเปกโครงการพัฒนาข้าราชการครู พบหลักสูตรชื่อแปลก แต่ไม่ตกเกณฑ์มาตรฐาน ด้านผู้จัดหลักสูตรยันปรับหลักสูตรสอดรับสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ขณะที่ครูเข้าอบรมมั่นใจนำไปใช้ได้จริง

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 60 ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นายเอราวัณ ทับพลี นายกสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ ในฐานะผู้จัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูที่ผ่านเกณฑ์การรับรอง โดยสถาบันคุรุพัฒนา ระหว่างวันที่ 2-3 ก.ย. เปิดเผยว่า หลังจากมีนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เล็งเห็นถึงการพัฒนาทักษะ และศักยภาพของข้าราชการครูประจำการ จึงกำหนดกรอบวงเงินรายบุคลคล จำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับพัฒนาครู ดังนั้น สมาคมเอสเอ็มอีรุ่นใหม่จึงได้ดำเนินการจัดอบรม 12 หลักสูตร อาทิ ทักษะและเทคนิคการสอนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ใครว่าครูอ้วน สอนอย่างไรให้ก้าวทันนานาชาติ ก้าวไกลด้วยสื่อการสอนนอกกรอบด้วยเทคโนโลยี AR camera และ VR camera โรคนี้ครูไม่ชอบ แซ่บอย่างเป็นทางการ เรียนรู้วิธีการสอนออนไลน์รองรับยุคดิจิทัล 4.0 กระเป๋าตังค์หายไปไหน เป็นต้น โดยมีการจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกจังหวัดสำคัญของภูมิภาค ที่ผ่านมาจัดที่ จ.ขอนแก่น จ.นครสวรรค์ หลังจากนี้จะไปที่ จ.ภูเก็ต จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ สำหรับหลักสูตรการอบรมจะช่วยในการพัฒนาต่อยอดความสามารถของข้าราชการครูประจำการ มุ่งเน้นการนำไปถ่ายทอดและปฏิบัติจริงในห้องเรียน เป้าหมายเพื่อปลุกปั้นเด็กไทยให้มีศักยภาพ และองค์ความรู้ที่พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตาม ในแต่ละหลักสูตรครูจะเป็นผู้เลือกหลักสูตรเอง บางหลักสูตรใช้เวลา 20 ชั่วโมง เพื่อให้ครูนำไปพัฒนาและใช้ในการเรียนการสอนได้จริง หลังจากอบรมแล้วเสร็จยังจะมีการประเมินพร้อมทั้งติดตามการปฏิบัติตามหลักสูตรว่า ดำเนินการได้จริงหรือไม่ และยังมีวิทยากรให้คำแนะนำเพิ่มเติม ผ่านแอปพลิเคชันไลน์หากครูที่เข้าอบรมมีข้อสงสัย

ด้าน นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อติดตามการจัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ หลังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหัวข้อหลักสูตรว่า จะเกิดประโยชน์แก่ครูและนักเรียนหรือไม่

โดย นางเกศทิพย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ พบว่าเนื้อหาการอบรมส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามที่สถาบันคุรุพัฒนาให้การรับรอง แต่จะสามารถนำไปใช้กับการเรียนการสอนได้จริงหรือไม่ ยังต้องผ่านการประเมินจากครูที่เข้าร่วมอบรม และผ่านการประเมินจากผู้อำนวยการโรงเรียนอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ จะนำทุกประเด็นปัญหาที่มีข้อเสนอแนะไปปรับแก้ไขให้โครงการเกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ นางสมประสงค์ เกตุฉันท์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัดแพรกษา สมุทรปราการ กล่าวว่า ได้เข้าอบรมในหลักสูตร “ใครว่าครูอ้วน” ที่เลือกหลักสูตรนี้เพราะน่าสนใจ เนื่องจากตนเป็นคนรูปร่างผอมจึงตรงข้ามกับชื่อหลักสูตร แต่พอได้เข้าอบรมแล้วคิดว่าจะสามารถนำไปถ่ายทอดต่อเด็กนักเรียนได้อย่างแน่นอน เพราะนักเรียนในยุคปัจจุบันอ้วนเยอะ ทำให้เรารู้ว่าจะมีวิธีอย่างไรให้เขาเลือกบริโภค การออกกำลังกาย ซึ่งเราในฐานะครูก็จะเป็นแม่แบบให้กับเด็กมีสุขภาพแข็งแรงด้วย หลักสูตรนี้ทำให้เราต้องคิดถึงเรื่องการบริโภค การออกกำลังให้เหมาะสมกับช่วงวัย เป็นหลักสูตรที่นำมาใช้กับชีวิตประจำวัน โดยในแต่ละวันก่อนการเรียนการสอนจะมีกิจกรรมโฮมรูม ประมาณ 15-20 นาที จะใช้เวลานี้พบปะเด็กและถ่ายทอดในสิ่งที่ได้อบรมมา โดยรู้สึกพึงพอใจอย่างมากกับการเข้าอบรมหลักสูตรนี้

ด้าน น.ส.สุรัสวดี อรุณวรากรณ์ วิทยากรหลักสูตรทักษะและเทคนิคการสอนในยุคไทยแลนด์ 4.0 กล่าวว่า หลักสูตรที่กำหนดขึ้นเป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคุณครูสามารถนำไปถ่ายทอดแก่เด็กนักเรียนได้และมีเนื้อหาที่ไม่ยากจนเกินไป คณะวิทยากรมีคู่มือให้ศึกษาควบคู่ไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลักสูตรอบรมโครงการคูปองพัฒนาครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการจัดสรรเงินให้ครูคนละ 10,000 บาท ต่อคน ต่อปี เพื่อเลือกช็อปหลักสูตรอบรมกว่า 1,400 หลักสูตร ตามที่ครูสนใจ โดยในส่วนของสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ได้เดินสายจัดอบรม 12 หลักสูตร ครอบคลุมจังหวัดสำคัญทั่วภูมิภาค