วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจนอนไม่หลับ

เป็นเสียงของพนักงานสอบสวน สภ.นครสวรรค์ อัดอั้นและทุกข์ใจกับ หน.สภ. และ หน.งานสอบสวน เกี่ยวกับงานรับแจ้งความจากพี่น้องประชาชนผู้ที่เดือดร้อน เต็มใจและเต็มที่ในการบริการ ทุกวันนี้คดีเกี่ยวกับทรัพย์ ลักทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง ไม่ให้รับเลขคดี เพราะจะไปเป็นสถิติกระทบการป้องกันอาชญากรรมภาพรวม

ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดที่ผู้บังคับบัญชาชี้แจงต่อหน่วยเหนือว่าเหตุใดมีอาชญากรรมเกิดขึ้นแล้วจับไม่ได้ และการสอบสวนอยู่ในขั้นตอนไหน สภ.ใดที่ผ่านหลักเกณฑ์ จะถูกตำหนิในที่ประชุมนโยบายของผู้บังคับบัญชา ทำให้เกิดความไม่สบายใจในหน้าที่ เพราะผิดคำสั่ง ผิดระเบียบ มีโทษทัณฑ์ทางวินัย

หากคดีมีปัญหา ผู้บังคับบัญชาจะนำคำสั่ง ตร.มาลงโทษ เพราะอยู่ในฐานะจำยอม เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ถ้าแข็งขืนมีปัญหา ถูกตำหนิ ถูกกลั่นแกล้งในการผ่านสำนวน ผ่านยาก ทำให้งานคั่งค้าง มีโทษทางวินัยตามมา เลย ปิดข้อมูล สร้างภาพพื้นที่ไม่มีคดีเกิดขึ้น ทั้งที่พนักงานสอบสวนรับแจ้งคดีไว้ทุกวัน แต่ไม่ให้รับเลขคดี

เหมือนซ่อนขยะไว้ใต้พรม

สถานะผู้บังคับบัญชาสบายทั้งตัว เลขคดีไม่เกิดขึ้น แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อไม่รับคดี ชุดสืบสวนไม่ไปสืบติดตามจับกุมคนร้าย คนร้ายลักไปเรื่อย สั่งให้พวกพนักงานสอบสวนรับลงประจำวันไว้อย่างเดียว ไม่ได้สอบสวนต่อไป

ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ปกปิดข้อมูลคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันที่ควรได้รับการแก้ไข ทุกวันผู้บังคับบัญชารับนโยบายมาว่า หน.สภ.ขอพิเศษ 5 เปอร์เซ็นต์ หน.งานสอบสวนขออีก 5 เปอร์เซ็นต์ รวม 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินตอบแทนพนักงานสอบสวนเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงาน ค่าน้ำมัน ค่ากระดาษ รู้ว่าแต่ละเดือนจะได้เงินค่าตอบแทนพนักงานสอบสวนในการทำสำนวนกี่บาท และเหลือจากหักเท่าไร

ดีแล้วที่ปฏิรูปแยกงานสอบสวนออกจากผู้บังคับบัญชาประเภทนี้ พนักงานสอบสวนไม่มีส่วนได้หรือมีผลประโยชน์กับเงินที่ผู้บังคับบัญชา ที่ได้จาก “ธุรกิจสีเทา-สีดำ” ในพื้นที่

ปัญหามาไม่คิดแก้ไข มีแต่ซ้ำเติม

มิหนำซ้ำจะเอาเงินและสิทธิที่พึงมีพึงได้ไปอีก “พวกผมไม่มีที่พึ่ง ไม่มีใครกล้าพูด เพราะกลัวปัญหากับการทำงาน ความยุติธรรมปลอดภัยในการทำงาน พวกผมยังให้กับตัวเองไม่ได้ แล้วจะให้ประชาชนได้อย่างไร” เป็นเสียงบ่นของผู้ร้องบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นใน สภ.นครสวรรค์ ไม่เชื่อลองไปเปิดประจำวันการรับแจ้งเหตุได้ จะเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ตำรวจละเลย ไม่ติดตามจับกุม ทุกวันนี้นอนไม่ค่อยนึกถึงเรื่องที่ต้อง “ดำคดี” ไว้ เพราะผลร้ายจะเกิดขึ้นกับคนที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ที่ต้องทำตามคำสั่งด้วยวาจาของผู้บังคับบัญชา.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th