วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"หัวใจ" ของประชาธิปไตย

เตือนคนอื่นได้ แต่อย่าลืมเตือนตัวเอง

หรือถ้าจะจับเอาคำโบราณก็อย่าง “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง”...ทำนองนั้น กำลังจะกล่าวถึงการที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงเสียงจริง

ได้ยกข้อความผ่านทวิตเตอร์ของนักทฤษฎีจากค่ายประชาธิปไตยชาวฝรั่งเศส “มงแต็สกีเยอ” ที่ว่า

“ไม่มีความเลวร้ายใด ยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามกระบวนการยุติธรรม”

หลังจากสงบเงียบมานานพอสมควรครั้นเมื่อน้องสาว คือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไม่ได้ไปฟังคำพิพากษาของศาลคดีจำนำข้าว โดยล่องหนหายตัวไม่ต่างไปจาก “ขอมดำดิน” จนบัดนี้ยังไม่รู้ว่าหายไปด้วยวิธีการไหนและยังไม่รู้มีปลายทางที่ไหน

แม้แต่ คสช.ที่มีอำนาจเต็มๆ คุมความมั่นคงประเทศยังไม่สามารถบอกกล่าวได้ว่าไปไหน อย่างไร

อะไรจะขนาดนั้น...

การหยิบยกคำกล่าวของ “มงแต็สกีเยอ” มาสอดแทรกสถานการณ์นั้นเจตนาก็คงจะโจมตีกระบวนการยุติธรรมและรัฐบาล เพื่อเป็นคำตอบว่าทำไม “น้องสาว” จึงต้องหนีกบดานแบบไร้ร่องรอย

เพียงแต่ว่าเป็นการหยิบเอาเพียงบางส่วนเพื่อประโยชน์ตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น ทั้งที่ทฤษฎีประชาธิปไตยชุดนี้ยังมีอีกหลายเรื่องหลายประเด็น

หากย้อนกลับสมัยที่นายทักษิณเป็นนายกฯ มีเสียงข้างมากตลอดช่วงเวลาบริหารประเทศอย่างต่อเนื่องได้กระทำอะไรบ้างจนนำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งของคนไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ทั้งใช้อำนาจมองไม่เห็นหัวใคร แทรกแซงองค์กรอิสระ มีปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชัน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

และอะไรต่อมิอะไรอย่างที่ทราบกันดี

และมาถึงรัฐบาลของน้องสาวที่มีปัญหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ซึ่งพยายามจะบอกว่าเป็นเรื่องการเมือง เป็นการกลั่นแกล้งกัน

เรื่องนี้ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นการทุจริตคอร์รัปชันสร้างความเสียหายวงเงินมหาศาล 5 แสนล้านบาท

เพียงแต่นักการเมืองกระทำความผิดก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลงโทษ

ว่าไปแล้วเรื่องนี้มีการมองต่างมุมกันที่พอจะอธิบายได้ว่าแม้จะเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศทางสาธารณะจนทำให้ได้รับชัยชนะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ

เมื่อบริหารจัดการตามนโยบายนี้จนเกิดปัญหาได้มีหลายหน่วยงานได้ตั้งข้อสังเกตและเตือนรัฐบาลว่าควรจะยุติเพราะสร้างความเสียหายมาก

แต่ก็ไม่เลิกเดินหน้าต่อและยังมีการทุจริตกันอย่างโจ๋งครึ่ม

นโยบายของรัฐบาลนั้นหากทำแล้วเกิดปัญหาสร้างความเสียหายอย่างนี้ ต่อให้ไม่มีการทุจริตรัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง

“นายกรัฐมนตรี” ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ยิ่งมีการทุจริตก็ยิ่งต้องแสดงความรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่บอกว่าเป็นเรื่องนโยบายที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น ถือว่าเป็นนโยบายสาธารณะ

แต่เมื่อเกิดความผิดพลาด มีการทุจริตเกิดขึ้น ก็ต้องให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย

นี่ก็คือหัวใจอย่างหนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตย.

“สายล่อฟ้า”