วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่าอากาศยานไทย รับ4.0ไทยแลนด์ปู๊นๆ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์...DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) ประจำปี 2559

“DJSI”...เป็นดัชนีที่วัดความยั่งยืนและได้รับการยอมรับในระดับโลก ถือเป็นบริษัทที่บริหารสนามบินแห่งแรกในเอเชีย และเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยในหมวดการคมนาคม...โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม (TRA : Transportation and Transportation Infrastructure) ที่ได้รับการคัดเลือกติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ประเด็นสำคัญคือความเชื่อมั่น น่าเชื่อถือในมาตรฐานการบริการ บริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับ ดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ย้ำว่า ทอท.มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของบริษัทในการเป็น “รัฐพาณิชย์” ที่จะร่วมสร้างความมั่นคง...มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ผ่านบทบาทการเป็นผู้บริหารท่าอากาศยาน

“รัฐวิสาหกิจ” หรือ “รัฐพาณิชย์” จำเป็นต้องมีการบริหารงานอยู่บนความสมดุลระหว่างบริบทเชิงรัฐที่ตระหนักถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก และบริบทเชิงพาณิชย์ที่ต้องสร้างรายได้ในการดำเนินงาน...เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เรามุ่งวางรากฐานผ่านการปฏิบัติงานที่ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ...

เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ส่งผ่านความรู้ความเข้าใจไปยังพนักงานทุกระดับ ครอบคลุมท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง...ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ ท่าอากาศยานหาดใหญ่

ยุคอะไรๆก็ 4.0 ไทยแลนด์ปู๊นๆ ทอท.มีทิศทางเดินหน้าต่อไปอย่างไรบ้าง? นิตินัย มองว่า นโยบาย “Thailand 4.0” ของรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไทยพ้นกับดักความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม...ก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ประชาชนมีรายได้สูง รวมทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วนให้ดีขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

เพื่อก้าวไปสู่การเป็น “Thailand 4.0”...สร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ในวันที่เราครบรอบ 38 ปี ครั้งนี้ ทอท.มีแผนพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยานที่มีอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมกับประชาคมโลก...ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศในภูมิภาค และมีท่าอากาศยานที่ดีระดับโลก

ทั้งด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ด้านคุณภาพการให้บริการ และการสร้างเครือข่ายการเชื่อมต่อกับการคมนาคมขนส่งรูปแบบอื่นๆ ในขณะที่ ทอท.สามารถสร้างรายได้เพื่อความเติบโตที่ยั่งยืนภายใต้แผนวิสาหกิจของ ทอท. ระยะ 5 ปี (ปี พ.ศ.2560–2564)

ซึ่งในปี พ.ศ.2578 ทอท.คาดว่าจะมีเที่ยวบินเข้ามาในประเทศไทย 1.52 ล้านเที่ยว ปริมาณผู้โดยสาร 271 ล้านคน...เพิ่มจากปี พ.ศ.2559 ที่มีจำนวนเที่ยวบิน 7.9 แสนเที่ยว ปริมาณผู้โดยสาร 121.69 ล้านคน

ขณะที่ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.2559-พ.ค.2560) มีสายการบินมาใช้บริการท่าอากาศยานของ ทอท. 5.51 แสนเที่ยว เพิ่มขึ้น 6.21% ปริมาณผู้โดยสาร 86.94 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.17%

แผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยาน 6 แห่ง ที่คณะกรรมการ ทอท.อนุมัติแล้ว ประกอบด้วย โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับผู้โดยสารเป็น 60 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน 45 ล้านคนต่อปี...วงเงินลงทุน 62,503 ล้านบาท ซึ่ง ทอท.ได้เปิดประมูลและนำระบบ CoST มาใช้เพื่อสร้างความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ

ผล...ทำให้ปรับลดราคาต่ำกว่ากรอบงบประมาณที่ตั้งไว้ได้ถึง 9,246 ล้านบาท

ปัจจุบันความคืบหน้าการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 จำนวน 28 หลุมจอด...มี 8 หลุมจอดที่รองรับอากาศยานขนาดใหญ่ เช่น A380, B747-8 งานก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมอาคารผู้โดยสาร อาคารและส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก...สำนักงานพร้อมอาคารจอดรถยนต์ งานติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM)...งานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า (BHS) และระบบตรวจจับวัตถุระเบิด (EDS)

ส่วน แผนการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาระยะที่ 2 เพื่อรองรับผู้โดยสารให้ได้ 30 ล้านคนต่อปี และเตรียมดำเนินโครงการพัฒนาระยะที่ 3 (ภายในปี 2563) ได้แก่ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 และอาคารเทียบเครื่องบิน ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศเดิม ก่อสร้างจุดเชื่อมโยงสู่ระบบขนส่งสาธารณะทางรางภายนอก ทดม. เพื่อรองรับเที่ยวบิน...ปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

โดยในปี 2563 คาดว่าจะมีผู้โดยสารที่มาใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองถึง 40 ล้านคนต่อปี

สำหรับ การพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ที่ปัจจุบันรองรับผู้โดยสารได้ 12.5 ล้านคนต่อปี แต่เนื่องจากผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและจะเพิ่มเป็น 17 ล้านคนต่อปีในปี 2560 ทอท.จึงจัดหาที่ดินภายนอก เพื่อพัฒนา ทภก. ระยะที่ 2 (ปี พ.ศ.2561-2565) ได้แก่ สร้างลานจอดอากาศยานเพิ่ม ขยายอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อรองรับผู้โดยสารให้ได้ 18 ล้านคนต่อปี

และการพัฒนา ทภก. ระยะที่ 3 (ปี พ.ศ.2562-2568) จะรองรับผู้โดยสารได้ 25 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ยังมี แผนพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ปัจจุบันมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ 8 ล้านคนต่อปี แต่ปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้น โดยปี 2560 คาดว่าจะมีผู้โดยสาร 10 ล้านคน ซึ่งทำให้เกิดความแออัดคับคั่งในการให้บริการ ทอท.จึงมีแผนพัฒนาระยะที่ 1 (ปี พ.ศ.2560-2568) เพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 18 ล้านคนต่อปี และแผนพัฒนาระยะที่ 2 (ปี พ.ศ.2570-2574) ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคนต่อปี

ที่ต้องกล่าวถึงอีกแห่งก็คือ แผนพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ปัจจุบันสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2.55 ล้านคน แต่คาดว่าในปี 2573 จะมีผู้โดยสารประมาณ 8 ล้านคน จึงต้องมีการพัฒนาระยะที่ 1 (ปี พ.ศ.2560-2567) ตั้งเป้าหมายรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ 8.5 ล้านคนต่อปี

แล้วก็ย้ายไปที่สุดท้าย การพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ปัจจุบันมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปี ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้จนถึงปี พ.ศ.2568 ที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 2.8 ล้านคน แต่จะมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆสำหรับผู้โดยสารเพิ่มเติม

นิตินัย ย้ำว่า แผนเร่งด่วน 5 ปี จะเป็นประตูแห่งโอกาสบานสำคัญที่เปิดกว้างขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมการบิน...ที่จะเห็นเป็นรูปร่างก่อนคือ การเสริมศักยภาพให้กับสนามบินทั้ง 6 แห่ง รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล...“ไทยแลนด์ 4.0”

“โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่สอง...ขยาย ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่สองและรันเวย์...แล้วก็ท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่สาม เพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสาร...เที่ยวบิน พัฒนากิจกรรมเชิงพาณิชย์และธุรกิจ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ วงเงินกว่าแสนล้าน”

หลายปีมาแล้ว...ภาพลักษณ์มาตรฐานด้านการบินประเทศไทยติดลบ หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ระบุว่าเรามีปัญหาข้อบกพร่อง...มาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่สมบูรณ์

ขณะที่เราตั้งหวังเอาไว้ว่า...อนาคตจะพัฒนาศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันเวลาผ่านมาถึงวันนี้เป็นจริงแค่ไหน มากน้อยอย่างไร คงปรากฏให้เห็นกันบ้างแล้ว

ฝันให้ไกลไปให้ถึง...ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ยังดี ดีกว่าพูดๆๆๆ โลกสวย...แล้วไม่ทำ.