วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจ๋หนีด่านจยย.ล้มดับ เพื่อนโวยเกินกว่าเหตุ

ตร.ยันทำตามยุทธวิธี แต่สั่งสอบ-กันครหา

ตำรวจล้อมจับเด็กแว้นที่ยึดถนนสุวินทวงศ์ประลองความเร็ว ระหว่างกวาดต้อน เด็กแว้นซิ่งหนีเฉี่ยวชนกันเอง 7 คัน ทำโจ๋หนุ่มวัย 15 ปีเสียชีวิต ส่วนเพื่อนที่เป็นเยาวชนเจ็บอีก 6 คน จากนั้นผู้การโจ๊กดิ่งมาแถลงจับ 2 โจ๋ แอดมินเฟซบุ๊กนัดชวนแว้นซิ่ง และผลจับกุมเด็กแว้นในพื้นที่ บก.น.3 ยึดรถ จยย. 40 คัน แถลงเสร็จขึ้นรถกลับทันที ขณะที่ผู้การ น.3 อ้อมแอ้มตอบ อยู่ระหว่างรอรายงาน ด้านรองโฆษก ตร. ยันทำตามยุทธวิธี แต่พร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันครหา โดยผลตรวจสอบจะเสร็จใน 3 วัน

เหตุเด็กแว้นหนีตำรวจเฉี่ยวชนกันเองตาย 1 เจ็บ 6 เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.ท.สมคิด ตันสกุล รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนสุวินทวงศ์ขาออก ก่อนถึงซอยสุวินทวงศ์ 15 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ลำผักชี และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนสุวินทวงศ์ขาออก ตรงข้ามปั๊มน้ำมัน ปตท. พบรถ จยย. 7 คันที่เฉี่ยวชนกันล้มระเนนระนาดอยู่บนถนนและในร่องน้ำกลางถนน ได้แก่ รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีฟ้าขาว ทะเบียน 6 กช 8451 กรุงเทพมหานคร รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กง 781 ฉะเชิงเทรา รถ จยย.ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสเต็ป สีน้ำเงิน ทะเบียน คธษ 823 สงขลา รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 6 กฆ 2289 กรุงเทพมหานคร รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว ทะเบียน กขพ 51 กรุงเทพมหานคร และรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พบผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายทราบชื่อต่อมา นายเมศ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ขี่รถ จยย.ฟีโน่ และบาดเจ็บอีก 6 คน ได้แก่ น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 15 ปี น.ส.สา (นามสมมติ) อายุ 16 ปี น.ส.ภา (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นายภพ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นายรุธ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และนายสัญชัย อับดุลรามัน อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่รีบนำส่ง รพ.เวชการุญรัศมิ์

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.น.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลำผักชี ได้ตั้งด่านสกัดรถจักรยานยนต์แข่งซิ่งบนทาง หลังสืบทราบว่ามีการนัดแนะกันแข่งบริเวณดังกล่าวอยู่เป็นประจำ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีกลุ่มเด็กแว้นประมาณ 50-60 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามล้อมจับ แต่กลุ่มเด็กแว้นขี่หลบหนี จนเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกันล้ม และมีบางคันพลัดตกลงร่องน้ำกลางถนน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป

ต่อมาเวลา 02.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจ นครบาล 3 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทท. ตำรวจ บก.สปพ. และตำรวจ บก.น.3 ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายวัชระหรือโอ หรั่งฟัก อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/7 หมู่ 11 ต.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “ตากล้องซิ่ง วิ่งเล่น ชอบสร้างภาพ” และนายแบงค์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “วัยรุ่นไทยนอนเช้า” รวมทั้งแถลงผลระดมกวาดล้างกลุ่มรถ จยย.แข่งซิ่งบนทางสาธารณะในพื้นที่ บก.น.3 จับกุมผู้กระทำผิดได้ 21 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีทั้งหมด 12 คน ยึดรถจักรยานยนต์ได้ทั้งหมด 40 คัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบทราบมีผู้เปิดเพจเฟซบุ๊กที่เข้าข่ายการกระทำผิด 2 เพจ ได้ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรม ต่อมาวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กทั้ง 2 เพจ โพสต์ข้อความชักชวนให้รวมตัวแข่งรถในพื้นที่นครบาล 3 เจ้าหน้าที่ได้ขออำนาจศาลขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดมีนบุรี ลงวันที่ 15 ส.ค. และจับกุมนายวัชระได้หน้าบ้านเลขที่ 44/84 หมู่บ้านสานฝัน ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. จากนั้นขออนุมัติหมายจับจากศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ลงวันที่ 23 ส.ค. จับกุมนายแบงค์ได้ในพื้นที่แขวงโคกแฝก เขตหนองจอก กทม. เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา สอบสวนทั้งคู่รับสารภาพ ตั้งเพจชักชวนมารวมตัวกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แข่งรถกันตามถนนสุวินทวงศ์ โดยเพจ “ตากล้องซิ่ง วิ่งเล่น ชอบสร้างภาพ” มีผู้ติดตามประมาณ 1,200 คน ส่วนเพจเฟซบุ๊ก “วัยรุ่นไทยนอนเช้า” มีผู้ติดตามประมาณ 5,000 คน

“เด็กแว้นที่ถูกจับกุมจะดำเนินคดีข้อหาขับรถในทาง พร้อมทั้งอบรมสร้างภูมิคุ้มกันเป็นเวลา 7 วัน และนำเข้าร่วมโครงการจิตอาสาทำความดีด้วยใจเพื่อขัดเกลาพฤติกรรมไม่ให้กลับมาทำความผิดซ้ำ ส่วนแอดมินเพจทั้ง 2 คน แจ้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นฯ ก่อนคุมตัวนายวัชระและนายแบงค์ ส่ง สน. ลำผักชี ดำเนินคดี” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว จากนั้น ขึ้นรถเดินทางกลับทันที

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 ถึงการสกัดจับกุมเด็กแว้น จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ พล.ต.ต.สมนึกกล่าวสั้นๆ อยู่ระหว่างรอ พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 ที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานกลับมา

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Keen Panrob” โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ไม่เห็นด้วยในการจับกุมดังกล่าว ระบุว่า “ทำเกินกว่าเหตุไปไหมครับพี่ เสียชีวิต 1 สาหัส 3 บาดเจ็บเป็นสิบ รถล้มสิบกว่าคัน กระเด็นกระดอน คิดเอาชีวิตคนนะครับ คุณทำเกินไปไหม ลองเป็นลูกคุณสิ คุณจะปิดกล่องทำไมไม่ปิดดีๆ สมองคิดหน่อยครับ” หลังจากที่ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว มีคอมเมนต์ต่อว่ากลับเป็นจำนวนมาก เพราะกลุ่มเด็กแว้นเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ จนมีคอมเมนต์ตอบโต้ ก่อนที่เจ้าของโพสต์จะลบโพสต์นี้ออกไป

ด้าน พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า เหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งด่านสกัดจับกุมเด็กแว้น แต่เป็นการสนธิกำลังระหว่างตำรวจจาก บก.น.3 บก.สปพ.191 บก.ทท. ทหาร รวมกว่า 200 นาย วางแผนประจำจุดตั้งแต่เวลา 22.00 น. ให้ชุดนอกเครื่องแบบประจำอยู่ในซอย ส่วนตำรวจในเครื่องแบบให้ขับรถตระเวนไปตามจุดที่มีการแข่งรถ หากพบจะเปิดไซเรนกวดขันจับกุม โดยคาดว่า เมื่อกลุ่มเด็กแว้นพบเจ้าหน้าที่ จะหลบเข้าไปในซอยและจะถูกตำรวจที่ดักไว้จับกุมในที่สุด แต่ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มเด็กแว้นกลับขี่รถหนีไปตามถนนไม่ยอมเข้าซอย อีกทั้งเป็นช่วงดึก ถนนโล่ง จึงขี่รถกันด้วยความเร็วสูง จนรถตำรวจขับตามไม่ทัน เมื่อตามไปทัน ก็พบว่าเกิดการเกี่ยวชนกันข้างหน้ามีผู้บาดเจ็บนอนเกลื่อนเต็มถนนแล้ว ตอนนี้ บก.น.3 จะสอบสวนตำรวจหัวหน้าชุดจับกุม พยานที่มุงดูในจุดเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิซึ่งประจำจุดใกล้ที่เกิดเหตุแล้ววิ่งไปดูเหตุเป็นคันแรก พร้อมกับไล่กล้องวงจรปิด เพื่อสรุปว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร ใช้เวลาในการสอบสวน 3 วันจึงจะสรุปผลดังกล่าว

พ.ต.อ.ชาญวิทย์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนตำรวจที่ขับรถไล่ตาม พบว่าทางเจ้าหน้าที่ไปไม่ทันตอนเกิดเหตุ เนื่องจากรถ จยย.ของกลุ่มเด็กแว้นขับขี่หลบหนีด้วยความเร็ว ส่วนตำรวจที่อยู่ในซอยก็ไม่เห็นเหตุการณ์เพราะอยู่ค่อนข้างไกล ถึงตอนนี้ ต้องพิจารณาว่าเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของใคร เพราะตอนเกิดเหตุมีรถเกี่ยวล้ม ต้องตรวจสอบว่ารถคันใดเสียหลักจนทำให้เกิดการเกี่ยวกันจนรถ จยย.ล้มเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นตกไปในคลอง มูลนิธิเป็นคนนำร่างมาเพื่อช่วยเหลือแต่ไม่ทัน ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดไม่มีใครสวมหมวกกันน็อกเลย ตอนนี้ได้เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงในคดีนี้ต่อไป

บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ประลองความเร็ว มีผู้กระทำผิดหลบหนีเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตว่า ได้รับรายงานจาก บก.น.3 จะมีการพิสูจน์ขั้นตอนการจับกุมตั้งแต่เริ่มต้น โดยผลการตรวจสอบจะทราบผลภายใน 3 วัน เบื้องต้นรับรายงานว่าการจับกุมเป็นไปตามขั้นตอน ดำเนินการจับกุมตามยุทธวิธี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม กลุ่มนักซิ่งที่กระทำความผิดต่างพยายามหลบหนีก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงใจต่อสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าเป็นอย่างไรและชี้แจงให้ทราบต่อไป