วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบรุ่นเบนซิน HONDA CR-V 2.4 EL 4WD

ราคา 1,549,000 บาท ของ New CR-V รุ่นเบนซิน AWD ถูกกว่ารุ่นดีเซล AWD ตัวท็อปที่มีราคา 1,699,000 บาท ถึง 150,000 บาท ด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 2.4 ลิตร พร้อม เกียร์ CVT แปรผันที่แตกต่างไปจากเกียร์ ZF 9 สปีดในรุ่นดีเซล แต่มีสมรรถนะโดยรวมแทบจะไม่แตกต่างกันมากนัก หากไม่คิดเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 

Honda New CR-V รุ่นเบนซิน มีเบาะนั่งคู่หน้าที่สบายเนื้อสบายตัว ต้องขอขอบคุณการออกแบบเบาะและการจัดวางตำแหน่งท่านั่งที่ดี เบาะหนังสังเคราะห์นุ่มหนา นั่งยาวๆ ได้ทั้งวัน และเป็นเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้าคล้ายกับรุ่นดีเซล อุปกรณ์ที่เหมาะกับการขับเคลื่อนทั้งในและนอกเมือง นอกจากจะเป็นเบาะนั่งที่ดีเลิศแล้ว ช่วงล่างของมันกับชุดบังคับเลี้ยวยังปรับให้มีอารมณ์คล้ายกับรถยุโรปอีกด้วย

CR-V ใหม่ มีมิติตัวถังที่ใกล้เคียงกับรุ่นที่แล้วแต่มีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น สัดส่วนความยาว 4,571 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,667 มิลลิเมตร ฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปถึงดุมหลัง 2,660 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,657 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,667 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องน้อยกว่า PPV-SUV โดยมีระยะห่างจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 208 มิลลิเมตร พอที่จะลุยน้ำท่วมสูง 30 เซนติเมตร เครื่องยนต์รุ่นเบนซิน 2.4 ลิตรมีน้ำหนัก 1,670 กิโลกรัม ตัวเบากว่ารุ่นดีเซลที่หนักถึง 1,742 กิโลกรัม ทำให้มันกินเชื้อเพลิงมากกว่ารุ่นดีเซลนิดเดียว

ผมได้ลองรุ่นดีเซลยาวถึง 7 วัน พอมาขับรุ่นเบนซินสิ่งแรกที่รู้สึกก็คือความเงียบของเครื่องยนต์ รวมถึงแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องนั้นน้อยกว่ามาก เครื่องเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ i-VTEC ความจุ 2,356 ซีซี มีพื้นฐานเดียวกับ CR-V เครื่องเบนซินรุ่นที่ผ่านมา กำลังแรงบิดเมื่อใช้งานในเมืองเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งขับแบบไปเรื่อยๆ หรือขับเร็ว เมื่อดันเกียร์ CVT ไปที่ตัว S เครื่องยนต์ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 8.4 กิโลเมตรต่อลิตร และเมื่อใช้คันเร่งอย่างระมัดระวังพร้อมกดปุ่ม ECON อัตราสิ้นเปลืองจะดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 9.2 กิโลเมตรต่อลิตร ไม่ได้ยกซดแต่ก็ไม่ได้ประหยัดเหมือนรุ่น 1.6 ดีเซล อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนที่ค่อนข้างแตกต่างกัน

Honda CR-V ไม่ใช่เอสยูวีแบบลุยเต็มสูบ มันคือครอสโอเวอร์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD เป็นแบบ Real Time การสั่งงานให้เฟืองล้อหลังรับแรงบิดจากเครื่องยนต์ขึ้นตรงกับ ECU ที่ควบคุมระบบขับเคลื่อน 4WD ซึ่งเป็นการสั่งงานด้วยเซนเซอร์ คนขับไม่สามารถกดปุ่มสั่งให้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทำงานได้! ในยามปกติ มันจะขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ต่อเมื่อนำไปลุยเล็กๆ น้อยๆ แล้วล้อหน้าเกิดอาการปั่นฟรีทิ้ง เซนเซอร์ที่วิเคราะห์แรงบิดในระบบขับเคลื่อนจะสั่งให้เฟืองทดกำลังส่งแรงบิดไปยังล้อหลังเพื่อชดเชย และเอาตัวรอดจากทางวิบาก

ด้วยความที่ไม่ได้เป็นรถลุยเต็มรูปแบบเหมือน PPV-SUV แต่ใช้ขับฝ่าทางลูกรังขรุขระได้ ใช้ลุยน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ก็ยังพอทำได้ จากความสูง 208 มิลลิเมตร เมื่อวัดจากใต้ท้องรถถึงพื้นถนน ซึ่งมากกว่ารถเก๋งทั่วไป จุดเด่นของมันก็คือความเอนกประสงค์ของห้องโดยสารจากพื้นที่อันกว้างขวางสะดวกสบาย ไม่ว่าจะขนคน หรือขนของ เบาะหลังแถวที่สองนั่งได้สบายตัว แต่เบาะแถวที่สามนั้นมีพื้นที่ส่วนขาน้อยมากเกินไป แม้แต่เด็กเล็กยังนั่งลำบาก พื้นที่ของเบาะแถวที่สามเมื่อพับเบาะก็จะสามารถขนสัมภาระเพิ่มได้อย่างจุใจ นอกจากนั้น พื้นที่เหนือศีรษะก็ยังโปร่งโล่งมากกว่ารถเก๋งขนาดกลางเห็นๆ ความสบาย และอุปกรณ์ของรุ่นเบนซินก็ไม่หนีไปจากรุ่นดีเซลมากนัก ทั้งๆ ที่ยอดขายของรุ่นดีเซลนั้นมากกว่ารุ่นเบนซินอย่างเห็นได้ชัด

ความแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน หากไม่คิดเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรุ่นดีเซลที่ประหยัดกว่า (นิดๆ) สมรรถนะในด้านแรงบิดของเครื่องเบนซิน ทำได้ 224 นิวตันเมตร ขับในเมืองหรือขับทางไกลให้ประสิทธิภาพดี ไม่อืดอาด เป็นเรือเกลือกดคันเร่งแม้ความเร็วจะค่อยๆไหลขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี ส่วนแรงบิด 350 นิวตันเมตรของ CR-V ดีเซล แม้จะดูมากกว่าก็จริง แต่ขับเทียบกันแล้วสูสีไม่ได้ด้อยกว่าจนเห็นได้ชัดออกเบียดแบบสูสี เกียร์ออโต CVT สายพานของรุ่นเบนซินไม่มีแป้น Paddle Shift มาให้เหมือนรุ่นดีเซล รวมถึงคันเกียร์ก็เป็นแบบเลื่อนตำแหน่งไม่แนวเหมือนซุ้มเกียร์ ZF9 สปีดของรุ่นดีเซลที่ใช้ทั้งสวิตช์กดสั่งงานเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์พร้อมกับติดตั้ง Paddle Shift มาจากโรงงาน

ระบบรองรับ หรือช่วงล่างของ Honda CR-V 2.4 EL i-VTEC 4WD เหมือนกับรุ่นดีเซลทุกประการ แถมยังไม่แตกต่างเมื่อลองขับทางไกล ให้ทั้งความหนึบและความนิ่มนวล เมื่อลุยทางวิบากขรุขระก็ยังมอบความนิ่มให้กับก้นกบจนรู้สึกชอบ! ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็กอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS anti lock brake system ระบบกระจายแรงเบรก EBD electronic brake force distribution system ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA จานดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน ส่วนจานดิสก์เบรกด้านหลังเป็นแบบปกติทั่วไป ไม่มีช่องระบายความร้อน

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2,356 ซีซี มีเรี่ยวแรงแค่พออาศัย แต่การแซงรถช้าด้วยแรงบิด 224 นิวตันเมตร ก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากให้กับเครื่องยนต์ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เบากว่ารุ่นดีเซล แรงบิดจากเครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศตอบสนองได้ดีไม่มีอาการรอรอบ กดลงไปความเร็วก็จะไหลขึ้นไปเรื่อยๆ CR-V 2.4 EL 4WD เป็นรถที่มีการทรงตัวดี (มาก) เมื่อเทียบกับคู่แข่ง พวงมาลัยไฟฟ้าเซตค่าแปรผันมาแบบกลางๆ ให้ความรู้สึกไม่เบา หรือหนักข้อมือ ออกมาในแบบที่ควรจะเป็น ระบบบังคับเลี้ยวแบบใหม่ที่ Honda ตั้งชื่อว่า ดูอัลพีเนียน พร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า DP-EPS ทำงานผสมผสานกับช่วงล่างได้ดี ไม่ว่าจะขับช้าหรือขับเร็วก็ให้ความมั่นใจ ไม่เบาโหวงจนขาดสัมผัสที่ดี เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่ดีที่สุดของ Honda CR-V ตั้งแต่ออกขายในตลาดโลก

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง ไม่มีแป้น Paddle Shift มาให้ ตำแหน่งเกียร์ออโต CVT แบบแปรผันมีให้ใช้งานแค่ D / S / L ขับแบบปกติก็ยัดเกียร์ D ต้องการให้ตอบสนองเร็วขึ้นก็เลื่อนคันเกียร์ไปที่ S สำหรับทางลาดชัน ทางขึ้น-ลงภูเขา ก็ยังมีตำแหน่ง L ซึ่งจะล็อกเกียร์ 1-2 สำหรับการขับขึ้นลงทางลาดชันให้ใช้งาน อาจไม่สะดวกเท่ากับเกียร์ 9 สปีดของรุ่นดีเซลแต่เกียร์ CVT แบบใหม่ของ Honda ก็มีการทำงานที่ไหลลื่น ปราศจากอาการกระตุก กระชาก แต่ยังคงมีความย้วยและขาดความกระชับรัดกุมอยู่บ้างในบางจังหวะที่คุณต้องการปรับอัตราทดด้วยตัวเอง 

คอนโซลแดชบอร์ดสไตล์ยุโรปของ New CR-V ทำให้ภายในของมันหรูหราขึ้นมาก รูปแบบเดิมๆ ในรุ่นที่แล้วถูกปรับใหม่ทั้งหมด แม้แต่วัสดุพวกพลาสติกก็มีเกรดที่ดีขึ้น ลายไม้ที่กรุอยู่กลางแผงแดชบอร์ดกับแผงประตู ช่วยทำให้ห้องโดยสารของ New CR-V มีความเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้นพร้อมความหรูหราที่มากกว่าเดิม ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมออกแบบได้ดีแถมยังดูหรูด้วยการกรุขอบช่องแอร์ด้วยชิ้นงานโครเมียมเติมรายละเอียดกันอย่างลึกซึ้ง วัสดุพวก Piano Black ประดับประดาอยู่ทั่วไปหมด ทำให้เวลาใช้งานต้องคอยเช็ดถูทำความสะอาด เนื่องจากฝุ่นจับง่ายมาก

จอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัสลงไปที่หน้าจอมีเนวิเกเตอร์ติดมาให้ใช้บอกเส้นทาง และเป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลัง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อสารพัดสารพัน เช่น Apple Car Play แต่รองรับเฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่นเท่านั้น ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบบลูทูธ ลำโพงของระบบเครื่องเสียงจำนวน 8 ตัว ให้เสียงที่แค่พอใช้งานได้ ไม่ได้เจ็บเหมือน SUV ตัวเต็มจากยุโรปที่มีราคา 3-4 ล้านบาท ด้านหน้าในห้องโดยสารติดลำโพงมาให้ 4 ตัว โดยลำโพง 2 ตัวจะอยู่ที่เสาหน้า (ทวิตเตอร์) อีก 2 ตัวติดตั้งที่ประตูหลัง ทวิตเตอร์อีก 2 ตัว อยู่ที่ประตูหลังเช่นเดียวกัน การใช้งานหน้าจอมอนิเตอร์แบบสัมผัสก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เนื่องจาก Honda ยัดโปรแกรมภาษาไทยมาให้ใช้งานเหมือนเดิม

หน้าปัดมาตรวัดใช้จอภาพมาตรวัดแบบ TFT หรือ thin film transistor คอยแจ้งเตือนค่าต่างๆ เช่น มาตรวัดรอบ มาตรวัดความเร็วแบบตัวเลขที่อ่านค่าได้ง่าย ภายในจอภาพของมาตรวัดยังบอกอุณหภูมิภายนอก เวลา ตำแหน่งเกียร์ เข็มทิศ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตัดสินใจด้วยการสั่งงานของสมองกลไฟฟ้า) มาตรวัดแบบใหม่ใช้ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยคอยสั่งงาน แม้ว่าจะเลือกดูอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เลือกเพลงที่เล่นผ่านอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือเลือกดูการคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด ด้านข้างของจอภาพมาตรวัดแบบ TFT ยังติดตั้งมาตรวัดเชื้อเพลิง และมาตรวัดอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์มาให้เพื่อความสะดวกในการใช้งานอีกด้วย

การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำออกมาใช้ได้ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะมีเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดังไปนิด ไม่ว่าจะเดินเบาหรือเร่งส่งความเร็วเพื่อแซง เสียงเครื่องดีเซลที่เป็นเอกลักษณ์ก็จะดังเข้ามาให้ได้ยินทันที สำหรับรุ่นเบนซิน เสียงการทำงานของเครื่องยนต์นั้นเบามาก แม้จะเร่งจนสุดรอบ เสียงเครื่องยนต์ก็ลอดเข้ามาให้ได้ยินเบาๆ การปิดผลึกห้องโดยสาร เพื่อป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกทำให้ห้องโดยสารของ New CR-V มีความเงียบงันเข้าขั้นใช้ได้ การขับในเมืองที่ย่านความเร็วมีความเงียบ หากไม่เปิดเครื่องเสียงก็จะได้ยินเสียงยางบดกับถนนในย่าน 100 กิโลเมตรขึ้นไป ตามด้วยเสียงลมปะทะกับตัวถังที่ไม่ได้ดังจนทำให้รำคาญ เป็นมาตรการป้องกันเสียงแปลกปลอมที่อยู่ในเกณฑ์มาตฐานของรถยนต์ราคา 1.5 ล้านบาท 

New CR-V 2.4 EL 4WD มีเอกลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ชัดเจน มันจะถ่ายเทประสิทธิภาพของการทรงตัวออกมา เมื่อคุณลองขับไปได้ไม่ไกลมากนักก็จะรู้ได้ทันทีว่ามันถูกออกแบบให้ขับได้ง่ายและสบาย เหมาะกับคุณสุภาพสตรีอย่างที่สุด! อัตราสิ้นเปลืองในเมืองทำได้ที่ 9.4 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะที่รุ่นดีเซลทำได้ 11.5 กิโลเมตรต่อลิตร รับประทานน้อยกว่ารุ่น 2.4 เบนซิน ไม่มาก อยู่ที่ฝ่าเท้าของคุณว่าจะขับแบบไปเรื่อยๆ หรือขับเร็วๆ แบบรีบเร่ง

เชื้อเพลิง 1 ถัง ของรุ่นเบนซิน จำนวน 57 ลิตร ทำระยะทางไปได้ 400 กิโลเมตรเศษก่อนที่ไฟแจ้งเตือนเชื้อเพลิงในถังจะติดขึ้นมา ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้นทำได้ 8.7 กิโลเมตร เมื่อลากกันยาวๆ ในตำแหน่งเกียร์ S จากถนนเพชรเกษมไปยังหาดปึกเตียน-ชะอำ ไฟเตือนเชื้อเพลิงเหลือน้อยมาติดขึ้น เมื่อผมขับกลับจนถึงตัวเมืองเพชรบุรีเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ไม่มีเทอร์โบ อาจไม่ได้ประหยัดเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล แต่เงียบกว่าเยอะ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองก็ไม่ได้กินจุดตะกละตะกลามแต่อย่างใด อยู่ในค่าเฉลี่ยกลางๆ พอรับได้ แต่ก็มีแอบคิดเอาเองว่ามันน่าจะประหยัดได้มากกว่านี้

สรุปกันเลยว่าดีหรือไม่
สิ่งที่ชอบใน New CR-V รุ่นเบนซิน 2.4 EL 4WD ราคา 1,549,000 บาท ก็คือหน้าตาที่สดใหม่ รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและเป็นผู้ใหญ่ออกไปในแนวรถยุโรปมากกว่าจะเป็นรถญี่ปุ่น การเก็บเสียงที่โดดเด่นของมัน ปิดผลึกห้องโดยสารให้เงียบงันราวกับรถครอสโอเวอร์จากยุโรป ภายในที่เคร่งขรึมแต่สวยงาม CR-V ยังมีเบาะคนขับที่นุ่มหนาและนั่งสบาย โดยเฉพาะพนักพิงศีรษะที่พอดิบพอดี ไม่ดันต้นคอหรือหัวจนพุ่งไปข้างหน้า คุณสามารถนั่งขับทั้งวันจากกรุงเทพฯ ลงไปที่ภูเก็ต หรือขึ้นไปเชียงรายได้อย่างสบายๆ ฝาท้ายไฟฟ้าอุปกรณ์ราคาแพงที่ช่วยทำให้การขนของเข้าไปยัดเอาไว้ที่ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย มีความสะดวกมากขึ้น เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร กับเกียร์ CVT มีประสิทธิภาพงั้นๆ ชุดบังคับเลี้ยวกับช่วงล่างมีส่วนเป็นอย่างมากกับความสบายยามขับเคลื่อน เมื่อประสานงานกับเบาะคู่หน้านุ่มๆ และอาการโคลงตัวที่น้อยลงมาก ทำให้ลืมความสามารถในการลุยของ PPV ไปโดยปริยาย!


HONDA CR-V 2.4 EL 4WD

เครื่องยนต์  เบนซินแถวเรียง ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ป 
ระบบวาว์ล  4 วาว์ลต่อสูบ 16 วาว์ล i-VTEC
ปริมาตรความจุ 2,356 ซีซี
ความกว้างกระบอกสูบ 87.0 มิลลิเมตร
ช่วงชัก 99.1 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 10.0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-F1
กำลังสูงสุด 127 กิโลวัตต์ 173 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 22.8 กิโลกรัม/เมตร 224 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอีเล็กทรอนิกส์ DBW
ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง พร้อม Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift
ระบบเกียร์แบบไฟฟ้า
อัตราทดเกียร์ 1 -9 2.645-0.450
อัตราทดเกียร์ถอยหลัง  1.851-1.264
เฟืองท้าย 5.363
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Realtime AWD
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยดูอัลพีเนี่ยน พร้อมพาวเวอร์ไฟฟ้า DP-EPS
พวงมาลัยหมุนสุด 2.3 รอบ
รัสมีวงเลี้ยว 5.5 เมตร
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสก์เบรก
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า อิสระ แมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็กอัพและกันโคลง
ด้านหลัง มัลติลิงก์อิสระ พร้อมกันโคลง
มิติตัวถัง
ความกว้าง 1,855 มิลลิเมตร
ความยาว 4,571 มิลลิเมตร
ความสูง 1,667 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,660 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,657 มิลลิเมตร
ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,667 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 208 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,670 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง 57 ลิตร
ล้อและยาง อัลลอย 18x7.5J 235/60R18

อุปกรณ์มาตรฐาน
ไฟหน้าแบบ LED
ไฟท้ายแบบ LED
ไฟส่องสว่างขับขี่กลางวัน LED
ระบบปรับไฟหน้าสูง ต่ำ อัตโนมัติ
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ไฟตัดหมอกคู่หน้ากรอบโครเมี่ยม
มือจับเปิดประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวถัง
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
ระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง
กาบข้างประตูตกแต่งด้วยโครเมี่ยม
สปอยเลอร์หลัง
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี
ล้ออัลลอย 5  วง ขนาด 18 นิ้ว
เสาอากาศครีบปลาฉลาม
ยางกันโคลน

อุปกรณ์ภายใน
สีภายใน ลายไม้และสีดำ Piano black 
เบาะและพวงมาลัยหุ้มหนังแท้และหนังสังเคราะห์
เบาะนั่งแถวที่ 3 
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล TFT 
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ
ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับแยกอุณหภูมิซ้าย ขวา
ปุ่ม ECON
พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง
วัสดุตกแต่งพวงมาลัยสีเงินเมทัลลิก
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ช่องแอร์ด้านหลัง
ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวที่สองและสาม
ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรอง 
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า LED 
ไฟอ่านหนังสือด้านหลัง LED
ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับด้านหลัง 4 ทิศทาง
เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
พนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้วน้ำ
ระบบเครื่องเสียง
เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advancad touch รองรับ apple CarPlay
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์ฟังก์ชั่น Swipe
รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
ช่องเชื่อมต่อ AUX / USB / HDMI
ระบบควบคุมเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ANC
จำนวนลำโพง 4+4 (ทวีตเตอร์) 

ระบบความปลอดภัย 
LANEWATCH BLIND SPOT DISPLAY
Driver Attention Monitor
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู‹ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
กระจกไฟฟ้านิรภัย 4 ตำแหน‹ง
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brak)
ระบบ Auto Brake Hold
ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ (Dual i-SRS)
ถุงลมด้านขŒางคู่หน้าอัจฉริยะ (i-Side Airbags)
ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโคŒง (VSA)
ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS)
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
ระบบเพิ่มความคล‹่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist)
ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)
กล้องส่องภาพด้Œานหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้Œาแบบดึงกลับอัตโนมัติ
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้Œาแบบ
3 จุด 2 ตำแหน่‹ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้
เข็มขัดนิรภัยผู้Œโดยสารแถวที่ 2 แบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 3 แบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้Œขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
ไฟเบรกดวงที่ 3

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/