วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความทันสมัยที่ประเทศไทยไม่คิดทำ! AP ส่ง 4 นิสิต ลัดฟ้าดูสิ่งปลูกสร้างใจกลางญี่ปุ่น!

4 นักศึกษา 4 สถาบัน ตื่นตาตื่นใจ ได้รับโอกาสลงพื้นที่ศึกษาฝึกงานดูโครงการสร้างบ้าน ตึก อาคารสูง ต้นแบบการพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืนสนามระดับโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วยตัวแทนสื่อมวลชนจาก "ไทยรัฐ ออนไลน์" บินลัดฟ้าเรียนรู้ สัมผัสสิ่งก่อสร้างยุค 4.0 ถนอมสิ่งแวดล้อมความเป็นอยู่ของโลกสไตล์โมเดิร์นทันสมัย วิถีการใช้ชีวิต รูปแบบแนวคิดดีๆ "ที่ประเทศไทย ยังไม่เคยคิดทำ" มีเพียง บริษัทเอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จ่อบุกเบิกทำให้ปรากฏเกิดขึ้น

"เพราะชีวิตจริงยิ่งกว่าการเรียนรู้ด้านทฤษฎี" โครงการ ‘เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017’ บินดูต้นแบบการพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืน กับพันธมิตรธุรกิจ ‘มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป’ ณ ประเทศญี่ปุ่น จึงถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2  โดยเริ่มต้นคัดเลือกนักศึกษากว่า 50 ชีวิต ด้านวิศวกรรมโยธา 30 จำนวนคน ด้านการตลาดและการขาย 20 คน ทั้งหมดผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 1,400 คน จาก 38 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ จากนั้นทำแบบทดสอบออนไลน์ พร้อมร่วมกิจกรรมคัดเลือก ทุกกระบวนการทำงานจริงในการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดทั้งสายงานด้านวิศวกรรมโยธา และด้านการตลาดและการขาย ตลอดระยะเวลา 2 เดือน

กระทั่งได้สุดยอด 4 นักศึกษา จาก 4 สถาบัน ประกอบด้วย  1.นายคมกฤช สิทธิการ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2.นางสาววรนิษฐา โกมลพิสิฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ตัวแทนจากโปรแกรมอบรมด้านวิศวกรรมโยธา 3.นางสาวศุภิสรา พงค์โสภี นักศึกษาชั้น ปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

และ 4.นางสาวภัทรภร ลายอักษร นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ สาขาธุรกิจศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนจากโปรแกรมอบรม ด้านการตลาดและการขาย ร่วมบินลัดฟ้าสัมผัสงานจริง 'เอพี ไทยแลนด์’ เปิดโลกนวัตกรรมการอยู่อาศัยแห่งอนาคต ส่ง 4 นักศึกษาไทยโครงการ ‘เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017’ บินดูต้นแบบการพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืน กับพันธมิตรธุรกิจ ‘มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป’ ณ ประเทศญี่ปุ่น 

กลางดึกวันที่ 23 สิงหาคม ทัพสื่อมวลชนบินตรงสู่ท่าอากาศยานนาริตะ ประเทศญี่ปุ่นพร้อมทำความรู้จักนิสิตทั้ง 4 รายผู้ผ่านเข้ารอบ เพื่อวัตถุประสงค์ เป้าหมายของโครงการ AP Open House ภายใต้สถาบัน AP Academy และความร่วมมือระหว่าง AP และ MEC ในการศึกษาดูงาน การนำ “นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยในอนาคต” มาพัฒนาและปรับใช้ในประเทศไทยสู่การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

กระทั่งเช้าวันที่ 24 สิงหาคม เปิดโลกใบใหม่เยี่ยมชม 3 x 3 Lab Future แล็บทดลองการดีไซน์พื้นที่สีเขียวภายในอาคารเพื่อโลกอนาคต การประยุกต์สิ่งของจากธรรมชาตินำมาปรับใช้ในที่ทำงาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อองค์ประกอบทางเศรษฐกิจและสังคม ตระหนักถึงสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบัน สู่รุ่นอนาคต ใช้พื้นที่ทำงานระบบธรรมชาติ บนพรมแดนทางธุรกิจย่าน OMY แหล่งธุรกิจชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น มุ่งพัฒนาชุมชนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ใช้ทรัพยากรอย่างเป็นประโยชน์ เพื่อสร้างธุรกิจในอนาคต

กว่า 3 ชม. ที่ได้เรียนรู้ภายใน 3 x 3 Lab Future สัมผัสได้ชัดเจนถึงแนวคิดรูปแบบการสร้างสรรค์สถานที่แห่งนี้ขึ้นมา บ่งบอกถึงมันสมองที่คิดวิเคราะห์ ไตร่ตรองมาถี่ถ้วน เป็นความทันสมัย เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คิดขึ้นมาที่ไม่เพียงแต่พัฒนาสิ่งแวดล้อมรอบตัวนำสู่โลกอนาคตเท่านั้น เพราะทั้งหมดนี้ยังสะท้อนถึงระบบวินัยการจัดระเบียบความคิดของคนในประเทศญี่ปุ่น นอกจากประเทศของเขาจะล้ำหน้าอุดมไปด้วยความทันสมัยต่างๆ นานาจิตใจของเค้ายังพัฒนายกระดับตามความคิด กระบวนการทุกอย่างก็เพื่อสังคม 

บ่ายวันเดียวกันเราได้เดินทางไปดูงานยัง The Parkhouse Azabu Gaien Nishi – Dori (Sales Gallery - Condominium) Mitsubishi Jisho Home บริษัทผู้พัฒนาโครงการแนวราบในเครือ Mitsubishi Estate Group ตอบทุกความต้องการของลูกค้าภายใต้การนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ทั้งมาตรฐานการออกแบบพื้นที่และเทคโนโลยีการก่อสร้างในอนาคต และการนำเสนอนวัตกรรมการอยู่อาศัยอัจฉริยะ อาทิ นวัตกรรมปรับหมุนเวียนอากาศอัจฉริยะ (Aerotech) ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้อาศัยผ่านระบบอัจฉริยะในการมอนิเตอร์และควบคุมการหมุนเวียนและระบายอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความสะดวกสบายและการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานภายในครัวเรือน

นวัตกรรมมอนิเตอร์การใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ (Home Energy Management System-HEMS) การควบคุมและใช้พลังงานอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี IoT เพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถควบคุมการใช้พลังงานได้อย่างสะดวกรวมถึงสามารถวางแผนการใช้พลังงานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Panel ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นอกจากนี้ทีมงานยังมีโอกาสได้เยี่ยมชม The Park House Shinjuku Gyoen ซึ่งเป็นที่พักของ Parkhouse Nishiazabu Residence ได้รับการพัฒนาโดย Mitsubishi Jisho Residence, CapitaLand และ SECOM Home Life Co. ซึ่งสร้างขึ้นทั้งหมด 19 แห่ง ตั้งอยู่ Nishiazabu 1 ~ 4 Chome ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2513 ถือเป็นคอนโดมิเนียมคุณภาพยอดเยี่ยม การปลูกสร้างทันสมัยใส่ใจสภาพแวดล้อม โครงสร้างอาคารทันสมัยระดับโลก แม้ว่าอพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม แห่งนี้ จะมีราคาเฉลี่ย 1,300,000 เยนต่อตารางเมตร แต่ถูกขายหมดภายในเดือนเมษายน 2014

คอนโดมิเนียมไฮเอนด์ใจกลางเมือง โดดเด่นเรื่องทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบายเพียง 1 นาทีจากสถานี Shinjukugyoen-mae Station และตั้งอยู่ติดสวนสาธารณะ Shinjuku Gyoen อันมีชื่อเสียง ทั้งยังอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้า Takashimaya Shinjuku และสถานี Shinjuku เพียง 800 เมตร เท่านั้น โดยคอนโดมิเนียม The Park House Shinjuku Gyoen เป็นโครงการที่โดดเด่นด้านการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียม และเทคโนโลยี Disposer ในการจัดการขยะที่เกิดจากอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิกฤติโลก เพราะอาหารเหลือทิ้ง หรือขยะเหล่านั้น ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมรุนแรงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 23 เท่า

ตื่นตาตื่นใจที่สุดในครั้งนี้เห็นจะเป็นการได้ไปเยือนอาคารที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น  "Tokyo Sky Tree" ว้าวววววว .... ถือเป็นแลนด์มาร์กของกรุงโตเกียว สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นโดยมีความสูง 634 เมตร สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากเบิร์จคาลิฟาในดูไบซึ่งมีความสูงถึง 828 เมตร "โตเกียวสกายทรี" สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุในระบบดิจิตอล ซึ่งแต่เดิมใช้โตเกียวทาวเวอร์ที่สูง 333 เมตร แต่ในปัจจุบันมีความสูงไม่พอที่จะส่งสัญญาณคลื่นโทรทัศน์แบบดิจิตอลให้ครอบคลุม

ความทันสมัยแทบจะทุกสิ่งบนโลกใบนี้เหมือนจะรวบอยู่ที่ตึก "Tokyo Sky Tree" ไม่ว่าจะเป็นลิฟต์โดยสารที่มีความเร็วสูงปรี๊ดดด หายใจเข้ายังไม่ทันจะปล่อยลมออก ก็มาถึงยอดสูงสุดของตึก "Tokyo Sky Tree" ถึงแม้ด้านบนจะมีนักท่องเที่ยวแออัดยัดเยียด แต่ระบบจัดการคนไม่ธรรมดา ห้องสุขานอกจากจะทันสมัยแล้ว ยังสะอาดใหญ่ยักษ์ ไม่ต้องต่อคิวรอให้เสียเวลา เพราะมีเพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน 

หลักใหญ่ใจความคงมุ่งตรงไปที่ประสบการณ์ การเรียนรู้ของเยาวชนทั้ง 4 เรียกได้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา ซึมซับนวัตกรรมใหม่ๆ นายคมกฤช สิทธิการ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “รู้สึกขอบคุณเอพีมากๆ ครับ ที่มอบโอกาสให้ผมได้เข้ามาเรียนรู้งานจริง ลงมือทำงานจริง ได้เรียนรู้สิ่งที่มากกว่าทฤษฎีในห้องเรียน และอยากให้เอพีจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ต่อไป การได้ไปดูงานที่ญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่ผมรอคอย เพราะโอกาสน้อยนักที่จะได้เข้าไปดูการทำงานของอสังหาฯ ต่างชาติ โดยเฉพาะต้นแบบแห่งผู้คิดค้นนวัตกรรมอย่างประเทศญี่ปุ่นแบบเจาะลึกและอย่างเต็มรูปแบบ” 

นางสาววรนิษฐา โกมลพิสิฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาโยธา สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ สิรินธร กล่าวว่า “ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากเอพีในการฝึกงานครั้งนี้ และยังได้โอกาสไป ดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ถือว่าโชคดีมากๆ ครั้งนี้จะได้เรียนรู้ทั้งงานด้านระบบวิศวกรรม รวมถึงการร่วมมือกันของระหว่างสองบริษัท มองว่าโครงการ เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ ทำให้เกิดความเข้าใจในระบบการทำงานด้านอสังหาฯ ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่แนวคิด กระบวนการแต่ต้นจนจบ รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างสายงานต่างๆ หาได้ยากค่ะที่จะได้ไปสัมผัสการทำงานจริงของบริษัทระดับประเทศเช่นนี้ ตั้งใจจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด”


นางสาวศุภิสรา พงค์โสภี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมาก ที่ได้เข้ามาฝึกงานในเอพี ประสบการณ์ที่ได้จากเอพีมีมากมาย แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุด ลึกซึ้งที่สุด และท้าทายที่สุด คือการทำไฟนอลโปรเจกต์ เราขาดข้อมูลหลายๆ อย่าง เช่น เราไม่ทราบว่าการก่อนสร้างจริงต้องใช้เวลากี่วัน เราไม่ทราบราคาตลาด ปัญหานี้ทำให้เราได้เรียนรู้ทักษะการประสานงานกับแผนกต่างๆ มากยิ่งขึ้น เมื่อเราต้องขอข้อมูล เราต้องลงไปสำรวจตลาดจริงๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผลกัน”


นางสาวภัทรภร ลายอักษร นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ สาขาธุรกิจศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “สิ่งที่ประทับใจที่สุดตอนเข้ามาฝึกงานที่เอพี รู้สึกอบอุ่นทุกวันที่อยู่ที่นี่ เอพีสามารถทำให้สถานที่ทำงานให้ความรู้สึกคล้ายบ้านได้ พี่ๆ ทุกคนดูแลน้องๆ ดีมากมีการสอนงานอย่างละเอียด และที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ เอพีมุ่งพัฒนาบุคลากรในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง ระหว่างฝึกงานจะเห็นการอบรมสัมมนา โดยมีวิทยากรมีชื่อเสียงและเป็นผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบรรยายให้กับพนักงานของเอพีฟังตลอด และอุปกรณ์การใช้งานต่างๆ ในบริษัทเป็นสื่อสนับสนุนอย่างดีให้บุคลากรในองค์กรเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา อาทิ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้มีโอกาสใช้งานใน AP Academy Lab ทุกอย่างดูมีดีไซน์ และใช้งานได้จริงเหมาะกับความเป็นเอพี สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรเอพีน่าอยู่”

นอกจากบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มิใช่เป็นเพียงเจ้าแห่งสเปซดีไซน์ ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย แต่ยังเป็นผู้นำทางความคิดริเริ่ม กล้าที่จะเปลี่ยนแปลกแหวกแนวตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการสังคม คิดเผื่อสภาพแวดล้อมและมนุษย์ในอนาคตข้างหน้า นำเยาวชนของชาติร่วมต่อยอดความคิดภายใต้การโครงการ “เอพี อะคาเดมี่” (AP Academy) สถาบันเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์

"บ้านหรู คอนโดแพง สิ่งก่อสร้างทันสมัยระดับโลก" ทุนหนา-ทีมงานมืออาชีพแบบนี้ อาจมีอีกหลากหลายบริษัททำได้ ผู้บริโภคสามารถแสวงหาตัวเลือกมากมายตอบสนองโจทย์ของตัวเอง ....."แต่จะมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์สักกี่แห่งที่ตั้งใจ "คิดเพื่อสิ่งแวดล้อม" "คิดเพื่อความต้องการของผู้อยู่อาศัยในอนาคต"  "คิดเพื่อตอบสนองความต้องการลึกๆของลูกค้า" ขอบพระคุณเอพี ที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อพวกเรา....และสำหรับทริปดูงานในประเทศญี่ปุ่นรอบนี้ นอกจาก 4 นักศึกษาอนาคตของชาติจะได้เติมไฟฝันแล้ว สื่อมวลชนอย่างเรายังตั้งใจเก็บข้อมูลตลอดการดูงาน นำเผยแพร่สู่สายตาสาธารณชน เสนอแนวคิดดีๆ มีประโยชน์อีกด้านของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เผื่อบริษัทอื่นๆ จะใช้ต่อไปในภายภาคหน้า 

**ตอนต่อไปติดตามอ่านวิสัยทัศน์ผู้บริหาร AP Thailand