วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีนแมวแสบย่องงัดบ้านครูที่อุดรฯ 4 รอบ วงจรปิดถ่ายได้ คาดคนเดียวกัน

ตีนแมวแสบย่องงัดบ้านครูที่อุดรธานี 4 ครั้งติด ครั้งที่ 1-2 ได้ทรัพย์สินไปติดใจมาอีก เจ้าของบ้านติดวงจรปิดจับภาพได้ เป็นชาย 2 คนใส่หมวกไหมพรมโดยรอบ 4 เอาท่อพีวีซีมาเขี่ยวกล้องให้แหงนขึ้น จึงต้องแจ้ง ตร.ตามจับกุมดำเนินคดี...

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 1 กันยายน ร.ต.อ.วิเชียร คล้อยดี ร.ต.อ.ศุภกิต วาโย รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ออกไปตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 3 ชุมชนบ้านช้าง เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด พบนางอุ่นเรือน ศรีไชยโย อายุ 73 ปี และนายบุญถม ศรีไชยโย อายุ 77 ปี ยืนรอให้การและนำตรวจที่เกิดเหตุ พบกล้องวงจรปิดบริเวณหลังบ้าน ถูกคนร้ายนำท่องพีวีซี สีเหลืองผลักให้หันกล้องขึ้นเพดาน

นางอุ่นเรือน และนายบุญถม ให้การว่า บ้านหลังนี้เป็นของลูกสาว ซึ่งเป็นครูสอนอยู่ที่ จ.ขอนแก่น สร้างในราคา 4.5 ล้านบาท ลูกสาวจะกลับมาบ้านในเย็นวันศุกร์ และกลับไปสอนในเย็นวันอาทิตย์ พวกตนซึ่งเป็นข้าราชการเกษียณอายุจะมีบ้านพักอยู่บริเวณริมหนองประจักษ์ศิลปาคม บางวันจะมานอนเฝ้าบ้านให้ลูกสาว แต่บางวันก็ต้องกลับไปดูบ้านตัวเอง จึงเป็นช่องว่างให้โจรเข้ามางัดบ้านและลักทรัพย์รวม 4 ครั้ง 



ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 คนร้ายได้กวาดทรัพย์สินภายในบ้านไป มีทีวีจอแบน 2 เครื่อง เครื่องเล่นสเตอริโอ 1 ชุด กล้องถ่ายรูปดิจิตอล 1 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ครั้งที่ 2 วันที่ 25 มกราคม 2560 คนร้ายได้ลักเอาปั๊มน้ำ 1 เครื่อง พวกตนจึงตัดสินใจติดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน 4 ตัว และสัญญาณกันขโมย ปรากฏว่าคนร้ายก็กลับมางัดบ้านอีก คราวนี้คนร้ายไม่ได้ทรัพย์สิน พบภาพจากกล้องวงจรปิด คนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 175-180 ซม. เดินเข้ามาในบ้าน

และครั้งที่ 4 เวลาประมาณ 20.30 น. คืนวันที่ 31 สิงหาคม ขณะที่ตนนั่งดูทีวีอยู่บ้าน ตนได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่ส่งสัญญาณเข้ามือถือ พบว่ากล้องทั้ง 4 ตัว ยังปกติดี กระทั่งเวลา 21.00 น. ลูกสาวที่อยู่ จ.ขอนแก่น พบภาพจากกล้องวงจรปิดหลังบ้าน จอมืดดำ จึงได้โทรศัพท์มาบอกตนว่าบ้านมีสิ่งปกติ พวกตนรอกระทั่งเช้าวันนี้ จึงได้ขับรถออกมาดู ไม่พบว่าประตูหรือหน้าต่างถูกงัดแต่อย่างใด 

แต่พบท่อพีวีซี ยาวประมาณ 1 เมตร พิงไว้ที่ฝาผนังหลังบ้าน ส่วนกล้องวงจรปิดถูกผลักแหงนหน้าขึ้นฝ้าเพดาน เชื่อว่าคนร้ายใช้ท่อพีวีซีมาผลักกล้องให้แหงนหน้าขึ้น เพื่อจะเข้ามาลักทรัพย์ เมื่อตนมาเปิดภาพย้อนหลัง ก็พบคนร้าย 2 คน สวมหมวกไหมพรม ยืนอยู่นอกรั้ว และมั่นใจว่าต้องเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่เคยก่อเหตุแน่นอน จึงแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย.