วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

BMW XPO 2017 7-10 กันยายน นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

BMW Group Thailand เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นตาตื่นใจ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะ สไตล์ แนวคิดที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตและความหรูหราทุกเส้นทาง ในงาน BMW Xpo 2017 ที่ศูนย์การสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 7-10 กันยายน 2560 นี้ เตรียมอวดเทคโนโลยียานยนต์พรีเมียม นำโดยไฮไลต์ตัวโหด BMW M4 DTM Champion Edition รุ่นพิเศษตัวแรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง รวมไปถึงการเผยโฉม BMW i8 (Protonic Frozen Black Edition) และความหรูหราเหนือระดับพร้อมประสิทธิภาพเหนือระดับของรถยนต์ผู้บริหาร BMW 730Ld Pure Excellence และ BMW 740Le xDrive Pure Excellence รุ่นประกอบในประเทศที่ออกทำตลาดเป็นครั้งแรก

ภายในงาน BMW Xpo 2017 พบกับยนตรกรรมระดับพรีเมียมของ BMW อย่างเต็มรูปแบบ ถึง 18 รุ่น ในพื้นที่จัดแสดงกว่า 5 โซนที่นำเสนอไฮไลต์อย่างครบครัน ทั้ง BMW Series- 3, 5, 7, รถยนต์เอสยูวีตระกูล X และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดตระกูล i นอกจากนี้ BMW Xpo 2017 ยังเตรียมเปิดลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นเวทีเฉลิมฉลองความสำเร็จของ BMW M บนสนามแข่ง และความหลงใหลในสมรรถนะ ด้วยการรวมพลเจ้าของ BMW M ทั่วประเทศในวันที่ 9 กันยายน 2560 อีกด้วย

BMW Xpo ถือเป็นงานสำคัญประจำปีสำหรับ BMW เป็นโอกาสในการเข้าถึงทั้งลูกค้าในปัจจุบันและผู้สนใจในรถยนต์ของ BMW Group ผู้ที่แวะเวียนมาในงาน BMW Xpo 2017 จะได้สัมผัสกับหลากหลายรุ่นรถยนต์ จาก BMW ที่จะนำมาจัดแสดง ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง BMW M4 DTM Champion Edition และ BMW 730Ld Pure Excellence พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รักความเร็วและสมรรถนะที่ร้อนแรงในสนามแข่ง หรือความหรูหราสะดวกสบายในทุกการเดินทาง มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน BMW Group Thailand กล่าว

ในขณะเดียวกัน การเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศของ BMW 740Le xDrive Pure Excellence ซึ่งเป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม ด้วยความหรูหราและความสะดวกสบาย พร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังและประสิทธิภาพน่าประทับใจ สะท้อนคำมั่นสัญญาของ BMW ในการต่อยอดและขับเคลื่อนพัฒนา นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายนนี้ BMW จะต้อนรับแฟนๆ ของรถยนต์ BMW ตระกูล M เพื่อมาร่วมกันเฉลิมฉลอง การครบรอบ 45 ปีของ BMW M ตัวอักษรที่ทรงพลังที่สุดในโลกยานยนต์ กับทัพรถยนต์ตระกูล M หลากหลายรุ่นจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้งานครั้งนี้เป็นหนึ่งใน BMW Xpo ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ด้วยรถยนต์ที่นำมาจัดแสดงอย่างละลานตา และบรรยากาศของความหลงใหลในความเป็น BMW ที่สัมผัสได้ทั่วทั้งงาน

หนึ่งเดียวสำหรับผู้ชนะ: BMW M4 DTM Champion Edition
ราคาจำหน่าย 13,939,000 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็กเกจ BSI Standard)

ด้วยจำนวนผลิตแบบ Limited Edition เพียง 200 คันทั่วโลก BMW M4 DTM Champion Edition เป็นรถแข่งที่มีสมรรถนะสูงสำหรับนักสะสม M4 DTM ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของนักขับชาวเยอรมัน มาร์โก วิทแมนน์ จาก BMW Team RMG ผู้คว้าชัยในฐานะสุดยอดนักขับจากการแข่งขันทัวริ่งคาร์รายการ Deutsche Tourenwagen Masters หรือ DTM ประจำปี 2016 นอกจากจะรวบรวมเทคโนโลยีชั้นเยี่ยมจากรถแข่งตัวจริงไว้แล้ว BMW M4 DTM Champion Edition ยังมีรูปลักษณ์ในสไตล์คล้ายคลึงกับรถแข่ง DTM ตัวจริง ไม่ว่าจะเป็นแถบตกแต่งสไตล์รถแข่งสุดคลาสสิกตามแบบฉบับ BMW M-Power ที่พาดผ่านเหนือตัวถังสีขาว Alpine White ไปจนถึงชิ้นส่วนคาร์บอนต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ด้านอากาศพลศาสตร์

นวัตกรรมระบบหัวฉีดน้ำ (water injection) ในรุ่นก่อนหน้าอย่าง BMW M4 GTS ช่วยลดอุณหภูมิไอดี ทำให้ M4 DTM Champion Edition เพียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพด้านแรงบิด กำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ มากถึง 368 กิโลวัตต์ หรือกว่า 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุดทำได้ที่ 600 นิวตันเมตร ซึ่งสูงกว่า BMW M4 รุ่นมาตรฐานถึง 51 กิโลวัตต์ หรือสูงมากกว่ารุ่นมาตรฐานถึง 69 แรงม้า โดยมีแรงบิดมากกว่ารุ่นมาตรฐานเพิ่มอีก 50 นิวตันเมตร ทั้งหมดทั้งปวงทำให้ M4 DTM Champion Edition เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.8 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW M4 DTM Champion Edition ต่อยอดการพัฒนาโครงสร้างน้ำหนักเบาของรถสปอร์ต M4 รุ่นมาตรฐาน กระโปรงหน้า-หลัง หลังคา โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย ทำจากวัสดุมวลเบาล้ำยุคอย่างพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (carbon-fibre-reinforced plastic; CFRP) ในขณะที่ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต ยังมาพร้อมกับท่อเก็บเสียงที่ทำมาจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ

ห้องโดยสารของ BMW M4 DTM Champion Edition ติดตั้งเบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat หุ้มวัสดุหนังกลับแบบพิเศษ Alcantara และหนังแกะเมอริโน ส่วนพื้นผิวอื่นๆ ในห้องโดยสารก็ห่อหุ้มด้วยวัสดุคุณภาพสูงอย่าง Alcantara เช่นกัน รวมถึงพวงมาลัย M Sports ที่มีเครื่องหมายสีเทาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ขณะที่เบาะหลังถูกแทนที่ด้วยโครงเหล็กนิรภัย rollover bar สำหรับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ครบครันด้วยระบบนำทางแบบ Professional ไฟหน้า LED ที่มาพร้อมระบบ BMW Selective Beam ไฟท้ายแบบ OLED ระบบควบคุมการจอดด้านหน้าและด้านหลังหรือ Park Distance Control กระจกภายในและภายนอกที่ปรับระดับความสว่างได้แบบอัตโนมัติ!


BMW 740Le xDrive Pure Excellence (รุ่นประกอบในประเทศ) และ BMW  730Ld Pure Excellence

BMW 740Le xDrive Pure Excellence ราคาจำหน่าย 6,339,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็กเกจ BSI Standard)

เรือธงสุดหรู BMW740Le xDrive Pure Excellence ซึ่งปัจจุบันพร้อมจำหน่ายสำหรับรุ่นประกอบในประเทศ เตรียมเสนอ สุดยอดสุนทรียะแห่งการขับขี่ ความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกล และที่สุดแห่งความหรูหราให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้สัมผัสและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยโครงสร้างตัวถัง Carbon Core ที่มาคู่กับแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง BMW 740Le xDrive Pure Excellence รักษาประสบการณ์การขับขี่อันเหนือชั้นตามแบบฉบับของเรือธงรุ่น Series-7 ได้อย่างไร้ที่ติ และยังยกระดับเทคโนโลยี Efficient Dynamics ให้ก้าวล้ำเหนือกว่าความสำเร็จในรถยนต์ BMW ทุกรุ่นก่อนหน้าอีกด้วย

เครื่องยนต์ของ BMW 740Le xDrive Pure Excellence วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดที่ 190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower จึงนับเป็นขุมพลังเบนซิน 4 สูบที่ทรงพลังที่สุดของ BMW Group ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานผสมเครื่องยนต์บวกมอเตอร์ไฟฟ้า ในส่วนของมอเตอร์ที่ฝังอยู่ในเกียร์ ZF-8HP ให้กำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์ หรือ 113 แรงม้า ตอบสนองต่อการเร่งความเร็วในเสี้ยววินาที เมื่อใช้งานร่วมกัน ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมีกำลังสูงถึง 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดมากถึง 500 นิวตันเมตร!

เมื่อขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า BMW 740Le xDrive Pure Excellence สามารถทำระยะทางสูงสุดได้ถึง 41 กิโลเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าถูกนำมารวมเข้ากับระบบเกียร์ ZF 8 สปีด Steptronic อย่างสมบูรณ์ ตอกย้ำประสิทธิภาพขั้นสูงของการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มอบความปราดเปรียวขณะขับขี่ โดยใช้การนำพลังงานส่วนเกินกลับมาใช้จากระบบเบรก

BMW 740Le xDrive Pure Excellence มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDRIVE แบบถาวรในทุกสภาวะการขับขี่ ช่วยเสริมการเกาะถนน รักษาการควบคุมรถและความคล่องตัวไว้ได้อย่างครบถ้วนแม้ในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ด้วยการจ่ายพลังงานระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่สมบูรณ์แบบ BMW 740Le xDrive Pure Excellence สามารถเร่งความเร็วได้อย่างทรงพลังแม้จะมีน้ำหนักตัวเกือบ 2 ตัน โดยให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 5.3 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 47.6 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตร เมื่อขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 740Le xDrive Pure Excellence มาพร้อมกับสวิตช์ปรับโหมดขับขี่ที่ออกแบบใหม่ล่าสุด ซึ่งติดตั้งอยู่บนคอนโซล ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อเลือกโหมดการขับขี่ที่มุ่งเน้นความปราดเปรียว ความนุ่มสบาย หรือความประหยัดได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้น สวิตช์ปรับโหมดดังกล่าวยังเสนออีกหนึ่งทางเลือกด้วยโหมด ADAPTIVE ซึ่งสามารถตอบสนองต่อสไตล์การขับขี่และสภาพเส้นทางได้อย่างชาญฉลาด

740Le xDrive Pure Excellence สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงกับเต้าเสียบที่บ้านได้เต็มภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง การชาร์จไฟที่บ้านภายใต้อุปกรณ์ BMW 360° ELECTRIC ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัย ใช้งานสะดวกและสามารถชาร์จไฟด้วยความรวดเร็วสูงสุด ในขณะที่แท่นชาร์จ BMW i Wallbox สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงได้ในอัตรา 3.5 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/ 230 โวลต์) จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 40 นาที

BMW 730Ld Pure Excellence
ราคาจำหน่าย 5,839,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็กเกจ BSI Standard)

เทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังของรถยนต์ BMW Series-7 ที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้ BMW 730Ld Pure Excellence มอบสมรรถนะและความนุ่มนวลสะดวกสบาย จากระบบรองรับแบบใหม่ โดยเทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ยังช่วยลดน้ำหนักรวมของ 730Ld Pure Excellence ได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

โครงสร้างตัวถัง Carbon Core ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ใน BMW i8 การผสมผสานวัสดุพลาสติก เสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) เข้ากับเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม ทำให้ตัวถังของ BMW 730Ld Pure Excellence มีความแข็งแรงและมั่นคงในส่วนห้องโดยสารมากกว่ารุ่นก่อน ทั้งยังลดน้ำหนักของตัวรถลงไปพร้อมๆ กัน

BMW 730Ld Pure Excellence ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ทำงานเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.2 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบ Air Flap Control จะเปิดช่องระบายอากาศโดยอัตโนมัติเมื่อตัวรถต้องการระบายความร้อน โดยนอกจากจะเพิ่มสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ให้กับรถแล้ว ยังเสริมความสะดุดตาให้กับส่วนหน้าของรถด้วยจำนวนซี่ของไตคู่ BMW ที่เพิ่มขึ้น ส่วนกรอบไฟหน้าขยายไปจนถึงขอบกระจังหน้า ในขณะที่ดวงไฟทรงกลมคู่ อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูมีขอบบน-ล่างในทรงตัด เพื่อให้ตัวรถดูสง่างามในมาดขรึมยิ่งขึ้น

BMW 730Ld Pure Excellence ติดตั้งหน้าจอควบคุมด้วยระบบ iDrive แบบสัมผัส สามารถควบคุมระบบต่างๆ ในรูปแบบเดิมแล้ว ระบบสัมผัสนี้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกสั่งการและควบคุมจากการสัมผัสหน้าจอ ฟังก์ชันใหม่ของการใช้งานร่วมกับระบบ iDrive คือ การสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ หรือ BMW Gesture Control เซ็นเซอร์ 3 มิติจะจับการเคลื่อนไหวของการสั่งงานระบบควบคุมความบันเทิง และการสื่อสาร ซึ่งใช้งานได้อย่างง่าย เช่น การปรับระดับเสียง การรับหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าโทรศัพท์ ฯ

BMW 740Le xDrive Pure Excellence และ BMW 730Ld Pure Excellence ติดตั้งไฟหน้า Adaptive LED กุญแจ BMW Display Key ระบบนำทางแบบ Professional และระบบปฏิบัติการ iDrive เวอร์ชั่นใหม่ที่มีการควบรวมฟังก์ชันทัชสกรีนบนหน้าจอ และ BMW Gesture Control การสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ บริเวณห้องโดยสารด้านหน้าและด้านหลังมาพร้อมกับเบาะนั่งที่สะดวกสบาย ด้วยระบบระบายอากาศในเบาะและฟังก์ชันนวดเพื่อสุขภาพ ฟังก์ชันในการปรับเบาะอุ่น สำหรับผู้โดยสารด้านหลังด้วยเบาะที่นั่ง Executive Lounge Seating และหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama

BMW X5 xDrive40e Pure Experience
ราคาจำหน่าย 4,439,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็กเกจ BSI Standard)

BMW X5 xDrive40e Pure Experience เอสยูวีเต็มรูปแบบที่เน้นหนักในด้านประโยชน์ใช้สอยบวกกับความหรูหราในสไตล์รถยนต์ SAV เกาะถนนด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ BMW xDrive ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics eDrive โดยในรุ่น Pure Experience นี้ จะมาพร้อมกับบันไดข้างอะลูมิเนียม รางหลังคาเคลือบอะลูมิเนียมด้านระบบช่วงล่างแบบ comfort adaptive ที่เน้นความนุ่มสบายในการขับขี่ รวมถึงล้ออัลลอยดีไซน์ Star-spoke style 449 ขนาด 19 นิ้ว

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ของ BMW  X5 xDrive40e คว้ารางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี International Engine of the Year มาครองได้ถึงสามสมัย จากประสิทธิภาพที่โดดเด่น ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ TwinScroll หัวฉีดน้ำมันแรงดันสูงที่มีความแม่นยำ ระบบวาล์วแปรผัน VALVETRONIC ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้เป็นขุมพลังเบนซิน 4 สูบที่ดีที่สุดของ BMW ให้กำลังสูงสุด 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร 

มอเตอร์ไฟฟ้าในระบบปลั๊กอินไฮบริด ให้กำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 83 กิโลวัตต์ หรือ 113 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร (184 ปอนด์-ฟุต) ตอบสนองเร็วแค่เสี้ยววินาทีตามสไตล์ระบบส่งกำลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานประสานกับเครื่องยนต์หลักเพื่อให้สมรรถนะที่ดี เร่งความเร็วได้โดยไม่มีอาการรอรอบ X5 xDrive40e เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดที่ 230 กิโลวัตต์ หรือ 313 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร ลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 79 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด ใน X5 xDrive40e สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ขับขี่ในเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเมื่อชาร์จไฟจนเต็มแบตฯ สำหรับแบตเตอรี่ของรถมีความจุ 9 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บของ เมื่อแบตเตอรี่หมดไฟ X5 xDRIVE 40e สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 50 นาที หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ BMW i Wallbox Pure จาก BMW 360° ELECTRIC ที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.5 กิโลวัตต์ (16 แอมป์/230 โวลต์) ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที

BMW i8 (Protonic Frozen Black Edition)
ราคาจำหน่าย 11,839,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็กเกจ BSI Standard)

สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริด BMW i8 Protonic Frozen Black Edition ผลิตในจำนวนจำกัดด้วยรูปแบบ Limited Edition รูปลักษณ์สวยงามพร้อมสีสันที่จัดจ้าน! กับกระบวนการทำสี BMW Individual paint finish เฉพาะรุ่น พื้นผิวภายนอกสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสีดำด้าน Protonic Frozen Black พร้อมแต่งด้วยสีเทาเมทัลลิค Frozen Grey ผิวนอกของตัวรถใช้วัสดุพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) ด้วยเทคนิคการทำสีขั้นสูง สีดำ Protonic Frozen Black พื้นผิวดำด้านที่เหลือบแสงอย่างนุ่มนวล เน้นย้ำให้เห็นถึงเส้นสายที่โค้งมนและโฉบเฉี่ยวบนพื้นผิวของรถยนต์ สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้

ห้องโดยสารของ i8 รุ่นพิเศษ เย็บเดินตะเข็บเบาะและคอนโซลกลางด้วยด้ายสีเหลืองตัดกับพื้นผิวสีดำอย่างชัดเจน การใช้ตะเข็บสีเหลืองสะดุดตาเพิ่มเติมในส่วนของบานประตูด้านใน พรมปูพื้นรถ และส่วนล่างของแผงหน้าปัด ขณะที่ผ้าบุเพดานสีดำแอนทราไซต์ สายเข็มขัดนิรภัยสีเทา คันเกียร์และปุ่มควบคุม iDrive เคลือบเซรามิก และขอบประตูด้านล่างที่สลักอักษรเป็นคำว่า “Edition” ช่วยเสริมความแตกต่างแบบเฉพาะตัว

ข้อเสนอพิเศษในงาน BMW Xpo 2017 (สำหรับรถยนต์ใหม่จาก BMW เท่านั้น)

ลูกค้าที่สั่งจองรถยนต์ BMW รุ่นที่เข้าร่วมรายการ* ภายในงาน BMW Xpo 2017 พร้อมด้วยแพ็กเกจบริการ BSI Ultimate มอบระยะเวลาการบำรุงรักษาฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมการรับประกัน 5 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง โดยมีกำหนดส่งมอบรถไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2560 จะได้รับการขยายระยะเวลาโปรแกรม BSI ครอบคลุมการบำรุงรักษาฟรี 6 ปี / 120,000 กิโลเมตร พร้อมรับประกัน 6 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง

นอกจากนี้ เมื่อจองรถยนต์ภายในงาน BMW Xpo 2017 โดยมีกำหนดส่งมอบรถไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2560 จะได้รับลำโพงบลูทูธ Bowers & Wilkins T7 เป็นของแถม!

* ข้อเสนอการขยายเวลาในโครงการ BSI และการรับประกันนี้ ไม่ครอบคลุมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล i และ M

*จองรถยนต์ใหม่และวางเงินมัดจำภายในงาน BMW Xpo 2017 โดยมีกำหนดส่งมอบรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 เท่านั้น

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/