วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซวยหรือชุ่ย? สาวโชคร้าย กระดูกเท้าหัก ร้องเรียนเทศบาลภูเก็ต กลับได้รับคำตอบสุดปวดใจ

สาวเคราะห์ร้าย เหยีบบพื้นแล้วดินทรุดเป็นโพรงขนาดใหญ่ ขาซ้ายตกลงไปในโพรงทำให้กระดูกเท้าหัก เบื้องต้นต้องใช้เวลารักษา 6 เดือน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ แจ้งเรื่องและร้องเรียนไปยังเทศบาลนครภูเก็ต กลับได้รับคำตอบที่สุดแสนปวดใจและไร้ความรับผิดชอบ ...

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Chorphaka Sosantisa” โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 60 ในเพจเสียงประชาชนคนภูเก็ตพร้อมเขียนเล่าเหตุการณ์สุดโชคร้ายว่า

มีเรื่องเดือดร้อนอยากจะบอกกล่าวเล่าแจ้งและขอคำปรึกษา เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันพุธ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ 2560 เวลาประมาณ 18:30 น. ดิฉันและเพื่อนร่วมงานมีนัดไปคุยงานกับลูกค้าที่บริเวณ ถนนเลียบคลองบางใหญ่ใกล้โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต พอขับมาถึงเพื่อนร่วมงานก็จอดรถชิดซ้ายข้างกำแพงตามปกติเหมือนคันอื่นที่จอดเรียงๆ กันก่อนหน้านี้อยู่แล้ว หยิบเอกสารเพื่อจะไปคุยงานกับลูกค้า ดิฉันนั่งหน้าด้านซ้าย

พอเปิดประตูรถก้าวเท้าซ้ายลงก่อน ปรากฏว่าพื้นถนนที่ดูเรียบร้อย กลับทรุดตัวลงเป็นโพรงขนาดใหญ่ ทำให้ขาซ้ายตกลงไปในโพรง โชคดีมือขวาคว้าประตูรถเอาไว้ก่อน ทำให้ไม่ให้ตกลงไปทั้งตัว เพื่อนร่วมงานก็รีบมาดึงออกจากที่เกิดเหตุ ก้มลงไปมองในหลุมนั้นว่าตกไปได้ยังไง มีอะไรข้างล่าง ให้พี่เค้าเอากล้องมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ

น่าแปลกใจทำไมบริเวณนั้นด้านล่างเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่แต่ทำไมไม่มีอะไรทำให้ปลอดภัยด้านบน เช่น ตะแกรง หรือ สัญลักษณ์ว่าห้ามผ่านบริเวณเป็นท่อใหญ่ ทำไมถึงโบกปูนบางๆ ปิดไว้บนเฉยๆ เพื่ออะไร แล้วถ้าเกิดกับคนที่เดินไปมาใช้ถนนเส้นนั้นอาจเกิดอันตรายแบบนี้ได้ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนมาเรียนพิเศษแถวนั้นก็เยอะ

ถ้าเหตุการณ์นี้หากเกิดขึ้นกับคุณหรือคนที่คุณรักตกลงไปแบบนี้จะทำยังไง ตอนแรกก็คิดว่าไม่เป็นอะไรมากเห็นภายนอกถลอกไม่มาก แต่ภายในรู้สึกเริ่มเจ็บมากและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดินไม่ได้ จากนั้นทีมงานก็ต้องพาไปส่งห้องฉุกเฉินที่ รพ.กรุงเทพภูเก็ต เพราะเท้าบวมและเดินไม่ได้

หมอได้สั่งเอกซเรย์ที่บาดเจ็บ ผลเอกซเรย์สรุปว่า กระดูกที่เท้าหัก และแพทย์ต้องทำการรักษาโดยใช้วิธีการเข้าเฝือกที่เท้าด้านซ้ายเป็นระยะพักฟื้นนานถึง 6 สัปดาห์ และตอนนี้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติในระหว่างพักรักษาตัว ปกติถนนเส้นนี้อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของเทศบาลเมือง แต่ไม่มีการตรวจสอบอะไร แบบนี้ถ้าจะเรียกว่า ทำงานแบบผักชีโรยหน้าได้มั้ยคะ

รุ่งเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560 ดิฉันได้เดินทางไปโรงพักเมืองเพื่อลงบันทึกประจำวัน และได้ทำหนังสือร้องเรียนแจ้งไปยังเทศบาล และขอให้ติดต่อกลับภายใน 7วัน สิ่งที่แนบไปมีเอกสารใบรับรองแพทย์ สำเนาลงบันทึกประจำวัน ใบเสร็จค่ารักษา ภาพถ่าย และอื่นๆ ได้นำไปยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ที่ชั้น 3 เจ้าหน้าที่ก็ลงนามรับทราบเรียบร้อยค่ะ

วันนี้ครบวันที่ 7 แล้ว ตามที่หนังสือแจ้งไป แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมาจากหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือ หรือเยียวยาแต่อย่างใด ตอนนี้ใช้ชีวิตประจำวันลำบากมากๆ ค่ะ หากพี่น้องมีคำแนะนำ มีข้อเสนอแนะ หรือให้การช่วยเหลือทางด้านกฎหมายสามารถติดต่อได้ทางอินบ๊อกซ์ หรือโทรมาได้นะคะ 09-9489-3266

ล่าสุด ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์พูดคุยกับเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อ น.ส ช่อผกา โสสันติสะ หรือ ริน วัย 33 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เธอเล่าให้ทีมข่าวฟังหลังโทรไปสอบถามความคืบหน้ากับฝ่ายโยธา เทศบาลนครภูเก็ตตอบกลับว่า “รักษากับประกันแล้ว แล้วจะมายื่นเรื่องให้เทศบาลรับผิดชอบอีกทำไม ไม่เข้าใจครับ แต่ก็จะรีบดำเนินเรื่องให้เร็วที่สุดครับ ระยะเวลาไม่ทราบครับ แล้วจะติดต่อกลับไปเองครับ"

เมื่อได้ยินคำตอบ เธอรู้สึกไม่ดีและผิดหวังมากกับระบบการทำงานของราชการไทย เป็นคำพูดที่ไม่เป็นมิตรกับประชาชนเลย และเสียใจที่ร้องเรียกหาผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงเล็กๆ ของประชาชน ด้านอาการบาดเจ็บล่าสุด น.ส.ช่อผกา หมอบอกว่าต้องใช้เวลา ติดตามอาการเรื่อยๆจนกว่ากระดูกจะติด เบื้องต้นต้องพักรักษาตัว 6 สัปดาห์ ถ้ากระดูกยังไม่ติดก็ต้องใช้เวลานานขึ้นไปอีก สำหรับความช่วยเหลือ หรือการเยียวยา แม้กระทั่งคำชี้แจงถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้จากเทศบาลนั้นยังไม่ได้รับการติดต่อกลับใดๆ

“เหตุการณ์ครั้งนี้บ่งบอกให้รู้ว่าทำงานแบบผักชีโรยหน้า หวังทำให้เสร็จๆ จนประชาชนเดือดร้อนและไม่ปลอดภัย กระดูกเท้าหัก ทำงานไม่ได้ ต้องขาดรายได้ อยากให้เทศบาลออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ได้จ่ายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลก็คงไม่มีใครมารับผิดชอบ” เธอกล่าว