วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัญหาเดียวกัน

ที่ประชุม สนช. มีมติเห็นชอบ เป็นเอกฉันท์ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 มีวงเงินสูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่มีประเทศไทย

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ซึ่งจะเริ่มเบิกจ่ายตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ยังจัดทำเป็นงบขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท โดยประมาณ

พูดแบบบ้านๆ คือ รัฐบาลใช้จ่ายเกินหน้าตักอีกก้อนโต

จึงต้องกู้เงินเพิ่มอีก 4.5 แสนล้านบาท ไปเติมรายได้ที่ขาดไป

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า แม้รัฐบาล คสช.จะจัดทำงบประมาณรายจ่ายปีใหม่ขาดดุลติดลบตัวแดงสูงถึง 4.5 แสนล้านบาท ก็จริง

แต่เมื่อเปรียบเทียบงบรายจ่ายปีใหม่ กับงบรายจ่ายปีปัจจุบัน (2560) ที่ขาดดุลริดสีดวงบานเป็นกลีบมะไฟกว่า 5.5 แสนล้านบาท

จะพบว่าขาดดุลลดลงถึง 1 แสนล้านบาททีเดียว

แต่...แต่อย่าคิดว่าโรคริดสีดวงทวารจะหายขาดนะคุณ

เพราะ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ยอมรับว่ายังมีความจำเป็นต้องทำงบประมาณขาดดุลอย่างนี้ไปอีกหลายปี

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะยุครัฐบาล คสช.ก็จัดงบประมาณรายจ่ายขาดดุลติดต่อกันทุกปีๆ

ปี 2558 ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท

ปี 2559 ขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท

ปี 2560 ขาดดุล 5.5 แสนล้านบาท

และปี 2561 ขาดดุลอีก 4.5 แสนล้านบาท

หรือเท่ากับรัฐบาลใช้จ่ายเกินรายได้สูงถึง 1.64 ล้านล้านบาท ในเวลา 4 ปี

สงสัยจะเป็นสถิติใหม่ซีเกมส์??

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า การที่รัฐบาลใช้จ่ายเกินรายได้เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นความจริงว่ากระเป๋าเงินรัฐบาลเป็นอย่างไร กระเป๋าเงินคนไทยก็ไม่ต่างกัน

คนไทยมีปัญหาเหมือนรัฐบาล เมื่อรายได้ไม่พอรายจ่าย ก็ต้องกู้ยืมเงินมาใช้แก้ขัดหนักขัดเบา

วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงปัญหาหนี้สินครัวเรือนไทยไว้น่าสนใจ

ท่านนายกฯบอกว่า คนไทยเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และคนไทยแบกหนี้มายาวนาน แม้เข้าสู่วัยชราคนไทยส่วนใหญ่ยังมีภาระหนี้สินติดตัว

แม้มีรายได้เพิ่มขึ้นๆ แต่ไล่ตามรายจ่ายไม่ทัน

การแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขให้สุดลิ่มทิ่มประตู

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าอีกครั้งกระเป๋าเงินรัฐบาลกับกระเป๋าเงินประชาชนไม่แตกต่างกัน

ในเมื่อรัฐบาลยังใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ ต้องทำงบขาดดุลทุกปี

การจะทำให้คนไทยมีรายจ่ายสมดุลกับรายได้จึงเป็นเรื่องยากด้วยประการฉะนี้แล

อ้อ “แม่ลูกจันทร์” มีปัญหาข้องใจว่าเหตุไฉนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลไทยจึงต้องเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม??

แทนที่จะเริ่มนับหนึ่งวันที่ 1 มกราคม ตามหลักสากล

ไหนๆเราจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 กันแล้ว ควรหรือไม่ที่จะกำหนดให้ปีงบประมาณรายจ่ายรัฐบาลตรงกับปีปฏิทินจริงๆ??

เริ่ม 1 มกราคม สิ้นสุด 31 ธันวาคมให้เหมือนชาวบ้านทั่วไป

ขอฝากข้อเสนอนี้ให้ท่านนายกฯรับไปพิจารณาด้วยเทอญ.

“แม่ลูกจันทร์”