วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตีตั๋วชนโรง: American Made ชีวิตสุดผาดแผลงของสายลับ 2 หน้า!

ตีตั๋วชนโรง: American Made ชีวิตสุดผาดแผลงของสายลับ 2 หน้า!

  • Share:

หากให้เอ่ยถึงหนังที่สร้างโดยมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังคุณภาพที่มาพร้อมกับความจริงจังของเรื่องราว แต่ American Made กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่าง กับจังหวะการเล่าเรื่องที่ออกมาสนุก ดูเพลิน เต็มไปด้วยความยียวนกวนประสาท ซึ่งความดีคงต้องยกให้เรื่องราวชีวิตของ แบร์รี่ ซีล ที่โคตรโม้และน่าติดตามสุดๆ

American Made เล่าเรื่องราวของ แบร์รี่ ซีล นักบินสายการบิน TWA ที่ทักษะส่วนตัวของเขา ไปเข้าตาซีไอเอ ทำให้ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจลับเพื่อชาติ! ด้วยการบินเข้าไปในประเทศแถบอเมริกากลางเพื่อสอดแนมความเคลื่อนไหวต่างๆ ในยุคสงครามเย็น ที่เต็มไปด้วยสงครามแบ่งแยก อาวุธสงคราม และยาเสพติด แต่การทำงานเหมือนสายลับแบบนี้ ชีวิตเต็มไปด้วยความเสี่ยง เขาจึงต้องหาผลประโยชน์เข้าตัว จนสุดท้ายเขากลายเป็นคนที่ทำงานและกุมความลับอื้อฉาวของทั้งซีไอเอ ทำเนียบขาว และกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่ของโลกที่นำโดย พาโบล เอสโคบาร์

หนังสร้างจากเรื่องจริงของ แบร์รี่ ซีล

สนุกลุ้นมันไปกับชีวิตบ้าๆ ของแบร์รี่ ซีล

ดั๊ก ไลแมน อาจไม่ได้เป็นชื่อของผู้กำกับที่คนไทยจดจำได้ แต่หากบอกตัวเองเป็นแฟนหนังแอ็กชั่นแล้วละก็ นี่คือชื่อที่การันตีความดีงามของหนังแนวนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้ง The Bourne Identity, Mr. & Mrs. Smith หรือ Edge of Tomorrow ซึ่งการมากำกับ American Made ในครั้งนี้ ดูจะเป็นงานที่ท้าทายฝีมือการกำกับของเขาอีกครั้ง เพราะนี่ไม่ใช่หนังแอ็กชั่น!

American Made ถูกนำเสนอออกมาเป็นหนังสายลับและหนังคอมเมดี้เข้าไว้ด้วยกัน ที่จังหวะในหนังค่อนข้างเป๊ะมากๆ หลายๆ ฉากลุ้นสนุกราวกับดูหนังแอ็กชั่นดีๆ เรื่องหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้วไม่รู้ว่าหนังปรุงแต่งเรื่องราวไปมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่ดูก็บอกได้เลยว่า ชีวิตของแบร์รี่ ซีล นี่โคตรบ้ามากๆ แต่นั่นก็ทำให้เราได้หนังที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงที่ออกมา สนุก เพลิน ชวนติดตาม ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย

ดั๊ก ไลแมน "เอาอยู่" รู้ว่าอะไรควรให้เวลาในการเล่า และอะไรบอกผ่านๆ ก็ได้ หนังจึงไม่มีการเสียเวลาไปกับอะไรที่ไม่ควรเสีย ซึ่งจะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้มันเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งเรื่องการเมือง สงครามเย็นในยุค 80 ที่ถูกนำเสนอด้วยภาพ Infographic (การนำเสนอแบบนี้มักถูกใช้ในหนังสารคดี) ให้ออกมาเข้าใจง่าย เต็มไปด้วยสีสัน

ทอม ครูซ เรื่องนี้ คือดีงาม

ทอม ครูซ กับบทบาทการแสดงดีๆ (อีกครั้ง)

โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างชอบ ทอม ครูซ กับบทบาทแอ็กชั่นของเขาใน Mission Impossible ที่ทุ่มเท เล่นจริงเจ็บจริง แต่มองอีกด้านมันก็ทำให้ภาพของเขาในสายตาของคนดูมีแค่ภาพพระเอกแอ็กชั่นเพียงมุมเดียว ผลงานเรื่องล่าสุดก่อน American Made อย่าง The Mummy ก็สลัดภาพนั้นออกไปไม่ได้

แต่ใน American Made เราได้เห็นศักยภาพทางด้านการแสดงของเขา (อีกครั้ง) ที่สวมบทบาท แบร์รี่ ซีล ที่ทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์ออกมาดูดีมากๆ คือเราไม่รู้หรอกว่าบุคลิกจริงๆ ของแบร์รี่ ซีล เป็นอย่างไร แต่บทบาทการแสดงของทอม ครูซ มันดูใช่และน่าเชื่อว่าต้องกวน เก๋า เหลี่ยมจัดแบบนี้แหละ ถึงจะรับมือกับทั้งซีไอเอและแก๊งค้ายาได้

อเมริกา คือผู้อยู่เบื้องหลังความปั่นป่วนต่างๆ ในโลก

อเมริกาทำ (ตัวเอง)

ในความสนุกและชีวิตสายลับ 2 หน้าของแบร์รี่ ซีล หนังเผยให้เห็นแง่มุมความยุ่งเหยิงกับผู้ที่เป็นเหมือนพี่ใหญ่ของโลกใบนี้อย่างอเมริกา ที่หลายครั้งหน้าฉากคือผู้พิทักษ์สันติ แต่เบื้องหลังกลับเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนความขัดแย้งให้เกิดขึ้น กลายเป็นโกหกคำโตที่ป้อนสู่ชาวโลก หลายภารกิจลับที่ต้องเอาชีวิตพลเมืองของตนเข้าไปเสี่ยง เพื่อผลประโยชน์ที่อเมริกาจะได้รับ ที่เราก็เห็นตามข่าวเรื่อยๆ ว่าสิ่งที่ “อเมริกาทำ” ล้วนแล้วแต่มีผลสะท้อนกลับหาตัวเองเสมอและหลายครั้งก็หนักหนาสาหัส จนสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้มานั้น คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไปไหม 

หนังไม่ลงรายละเอียดจนกลายเป็นหนังการเมือง แค่เล่าภาพกว้างๆ ของเหตุการณ์ที่ผลักดันทำให้เกิดคนอย่าง แบร์รี่ ซีล ขึ้นมา แต่หากใครที่เป็นคนชื่นชอบหรือติดตามเรื่องราวประวัติศาสตร์การเมืองของอเมริกา คงจะดูหนังเรื่องนี้สนุกกว่าคนอื่นขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

อีกครั้งที่ ทอม ครูซ ได้มาร่วมงานกับผู้กำกับ ดั๊ก ไลแมน และเป็นอีกครั้งที่ทั้ง 2 ทำให้มีหนังคุณภาพที่ดูสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ เช่นเดียวกับ Edge of Tomorrow ฉะนั้นใครที่เป็นแฟน ทอม ครูซ หรือชอบงานกำกับของ ดั๊ก ไลแมน ก็คงไม่ต้องเชิญชวนอะไรมากนัก ว่าหนังเรื่องนี้ควรไปตีตั๋วดูกันหรือไม่ ตัดสินใจเองได้เลย …! 

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ 

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้