วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง เบส อรพิมพ์ นักพูดชื่อดัง ดูหมิ่นคนอีสาน

ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง เบส นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล นักพูดชื่อดัง คดีกล่าวหา บรรยายดูหมิ่นคนอีสาน ชี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย เจ้าตัวรู้สึกสบายใจขึ้น ขออโหสิกรรมไม่ติดใจอะไรแล้ว

วันที่ 31 ส.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในกรณีที่ นายนพดล สีดาทัน โจทก์ ยื่นฟ้องนางสาวอรพิมพ์ รักษาผล จำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท คดีนี้ 'โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้พูดดูหมิ่นประมาท ใส่ความโจทก์และคนอีสานให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า โจทก์และคนอีสานทุกคนเป็นคนไม่ดี เป็นคนเนรคุณ ทำให้โจทก์และคนอีสานเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและเกลียดชังจากกรณีหมิ่นประมาท 

ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดขอนแก่น) วินิจฉัยว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาไม่ได้เจาะจงหมายถึงโจทก์ จึงยังไม่เป็นความผิด จึงพิพากษายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยยังมิได้มีการสืบพยานหรือการไต่สวน โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า การจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท จะต้องเป็นการใส่ความโดยระบุผู้ถูกใส่ความเป็นการยืนยันแน่นอน หรือหากไม่ระบุถึงตัวบุคคล ก็ต้อง หมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ การที่โจทก์อ้างว่า จำเลยกล่าวถึงคนอีสานทั่วๆ ไป มิได้เจาะจงว่าเป็นผู้ใด ดังนั้น คนอีสานคนใดคนหนึ่งจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย แม้โจทก์จะเป็นคนอีสาน ก็ไม่เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องโจทก์

การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นการวินิจฉัยในชั้นรับคำฟ้อง โดยได้พิจารณาจากคำฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า ฟ้องของโจทก์มิได้ครบองค์ประกอบของความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยได้พูดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ศาลมิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ แต่อย่างไรก็ตาม หากข้อความที่ นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล ได้บรรยายไปมีข้อความที่หมิ่นประมาทคนอีสานทั้งหมดจริง คนที่รับฟังการบรรยายในครั้งนี้ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตภาคอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษา ครูอาจารย์ก็เป็นคนอีสาน ซึ่งมีความรู้​ ความเข้าใจ​ สามารถวิเคราะห์​ได้ว่า การบรรยายทั้งหมดเป็นการหมิ่นประมาท​คนอีสานหรือไม่​ ก็คงจะไม่นิ่งนอนใจและมีสิทธิ์แจ้งความร้องทุกข์ แต่การบรรยายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ปี 2559 โดยไม่มีผู้ที่รับฟังการบรรยายคนใดโต้แย้งหรือร้องทุกข์ใดๆ

กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นได้ว่า เป็นการจงใจตัดคลิปวิดีโอการบรรยายของ นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล ซึ่งตัดเฉพาะข้อความสั้นๆ แล้วนำมาเผยแพร่กับสาธารณชนทางสื่อต่างๆ ทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้ดูคลิปที่ทำการตัดมานั้นเกิดความเข้าใจผิดในตัวนางสาวอรพิมพ์ รักษาผล คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล มิได้ดูหมิ่นคนอีสาน ตามที่เป็นข่าวเมื่อปีที่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปเพราะบุคคลไม่หวังดีจงใจกลั่นแกล้งและทำให้เสียชื่อเสียง

ด้านเบส-อรพิมพ์ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อทราบคำตัดสินของศาล ทุกวันนี้ขออโหสิกรรม ไม่ติดใจอะไรแล้ว ช่วงที่ผ่านมายังคงรับไปบรรยายเรื่องคุณธรรมให้กับเยาวชนตามจังหวัดต่างๆ ทุกภาค ได้รับกำลังใจทุกแห่งที่ไปพูด โดยเฉพาะชาวอีสานให้กำลังใจมากจนซาบซึ้งใจ "เบสเข้าใจการทำงานของตัวเอง และน้อมรับคำแนะนำ คำติชมต่างๆ ขอบคุณผู้ใหญ่และทุกๆ คนที่ให้กำลังใจ ก็จะทำหน้าที่เพื่อช่วยแนะนำให้เยาวชนมีคุณธรรมและเป็นคนดีในสังคมต่อไป".