วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อปิดจ๊อบอุ้มรีด 20 ล. บิ๊กโจ๊ก ตามต่อเนื่อง เผยหลักฐานมัดดิ้นไม่หลุด!

"บิ๊กโจ๊ก" จ่อปิดจ๊อบคดีอุ้มรีด ไถเงิน 20 ล้าน ขยายผลถึงผู้เกี่ยวพันทั้งสิ้นรวม 14 ราย ระบุไม่รู้สึกหนักใจเรื่องพยานหลักฐาน เชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ ประกอบสำนวนครบถ้วน มีข้อมูลเพียงพอเอาผิดได้แน่นอน

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2560 เวลาประมาณ 12.30 น. กลุ่มคนร้ายบุกเข้าไปในบริษัทคันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด พร้อมกับควบคุมตัวนายสุรชัย แซ่ย่าง ประธานบริษัท และนายทรงศักดิ์ วิโรจน์ถาวรกิจ ผู้จัดการบริษัท ไปรีดไถเงินจำนวน 20 ล้านบาทเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งนำมาสู่การออกหมายจับผู้ต้องหากว่า 10 รายนั้น

ความคืบหน้าที่ สน.โคกคราม เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 31 สิงหาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.กองบังคับการสายตรวจ พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม และตำรวจ บก.สปพ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายกิตติพันธ์ ตันติชาญชัยกุล และนายกิตติธัช จันทรมณี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1985-1986/60 ลงวันที่ 30 ส.ค. 60 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และเป็นอั้งยี่ โดยจับกุมได้ที่ห้องพักให้เช่าแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนได้หารือกับ พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม ถึงความคืบหน้าในสำนวน ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว คดีนี้สามารถปิดคดีได้โดยได้ขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวพัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้จำนวน 12 คน ล่าสุดได้จับกุมนายกิตติพันธ์และนายกิตติธัชได้เพิ่มเติม รวมจำนวนผู้ต้องหาในขบวนการนี้ทั้งสิ้น 14 คน ทั้งนี้นายกิตติพันธ์ได้มีการติดต่อพูดคุยกันหลายครั้ง และได้ให้นายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ยืมรถยนต์เลกซัสไปใช้รับผู้เสียหาย ส่วนนายกิตติธัชได้เข้าไปดูลาดเลาในบริษัทผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ ตนไม่หนักใจ เพราะทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนได้อย่างครบถ้วน มีข้อมูลเพียงพอเอาผิดได้

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 1 ราย เคยถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งผู้เสียหายอาจจะยังเกรงกลัวอยู่ยังไม่กล้าเข้ามาร้องทุกข์แจ้งความ ในส่วนนี้ได้ให้ตำรวจท่องเที่ยวลงไปสร้างความมั่นใจกับผู้เสียหายแล้ว และทราบว่าผู้เสียหายโดนกระทำในลักษณะเดียวกันนี้เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม มีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท หากประชาชนได้รับความเสียหายในลักษณะถูกกรรโชกทรัพย์ หรือเรียกค่าไถ่ ควรให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายกิตติพันธ์และกิตติธัชได้ปฏิเสธในข้อกล่าวหา โดยนายกิตติพันธ์เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ เพราะตนประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์มาก่อนและทำเกี่ยวกับบริษัททัวร์ ซึ่งปกติแล้วนายโก๊ะ เต็ก ชวน จะชอบมายืมรถยนต์ตนไปใช้ และตนได้ให้นายโก๊ะ เต็ก ชวน ยืมรถคันดังกล่าวไปใช้นานแล้วประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งช่วงนั้นตนไปต่างประเทศ อีกทั้งนายโก๊ะ เต็ก ชวนก็ได้ช่วยผ่อนค่างวดรถให้ด้วย

ส่วนนายกิตติธัช เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโก๊ะ เต็ก ชวน เพราะเดิมตนเคยประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ ส่วนผู้เสียหายตนรู้จักแบบผิวเผิน เนื่องด้วยเคยทำทัวร์ให้กันมาก่อน อย่างไรก็ตามตนขอปฏิเสธในข้อกล่าวหา เพราะตนบริสุทธิ์ใจไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น