วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

SME สุดแซ่บ! จากนายแบบหุ่นล่ำ สู่ผู้ชายขายหอย ยอดขายวันละแสน!

“อร๊ายยยยยย หอยมั้ยจ๊ะพี่จ๋า?” เมื่อหันไปมองเจ้าของเสียงก็สบตาเข้ากับหนุ่มหล่อ หุ่นล่ำ ซิกซ์แพ็กแน่น ยืนเกาะเสา กะพริบตาปริบๆ พร้อมกับจือปากชนิดที่เรียกได้ว่า น่าจะแซ่บทั้งคนทั้งหอย กรี๊ดกร๊าดร้องเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน “หอยมั้ยจ๊ะพี่ หอยอร่อยนะจ๊ะ”

นั่นเป็นความทรงจำแรกที่ทีมข่าวได้พบเจอกับ 5 หนุ่มหุ่นแซ่บแห่ง “สถานี...มีหอย” เกษตร-นวมินทร์

หากจะถามว่าอะไรที่ทำให้ที่นี่มีลูกค้าแน่นตลอดเวลาตั้งแต่ร้านเปิดจนร้านปิด รอคิวเป็นสิบๆ คิว ก็คงจะตอบได้ว่า .... เพราะความขี้เล่น และความใจป้ำของทั้ง 5 หนุ่ม รวมทั้งพวกเขายอมรับด้วยว่า “ลูกค้ามาดูโชว์มากกว่ามากินหอยอีก” นั่นแหละเสน่ห์ของ...สถานีมีหอย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะเจาะสูตรลับสำคัญของสถานีมีหอย ที่มีรายได้วันละแสน! พร้อมไอเดียเรียกลูกค้าสุดแซ่บจนหลายคนติดอกติดใจได้ขนาดนี้ จะมีอะไรบ้างนั้น โปรดติดตาม...

สถานีมีหอย มีหุ้นส่วนทั้งหมด 5 คน คือ ดี วีระศักดิ์ มะสะอาว อายุ 34 ปี, วิทย์ ภพธร ไชยฉิม อายุ 43 ปี, ว่าว ศราวุธ ศิริเพชร อายุ 31 ปี, แซ็ค ธวัช วอทอง อายุ 32 ปี และ บอย อลงกต เอี่ยมสุข อายุ 27 ปี ...ถามว่าเมื่อไปถึงร้านจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนคือเจ้าของ .... ขอตอบง่ายๆ เลยว่า คนที่แต่งตัวแปลกๆ ยืนกรี๊ดกร๊าดเรียกลูกค้าด้วยท่าทางสุดเซ็กซี่นั่นแหละ เจ้าของ!!!

เปิดที่มา จากนายแบบกล้ามแน่น สู่ ผู้ชายขายหอย!

“ก่อนที่จะมาขายหอย ผมเป็นนายแบบมาก่อนครับ” คุณดี วีระศักดิ์ มะสะอาว หัวเรี่ยวหัวแรงของร้าน กล่าวประโยคแรกกับทีมข่าวฯ ก่อนอธิบายต่อว่า “คือ...ผมทำงานอีเวนต์ เป็นพิธีกร รับงานถ่ายแบบ เดินแบบทั่วไปครับ ซึ่งทุกวันนี้ก็ทำอยู่ครับ ตอนกลางวันรับงานอีเวนต์ ส่วนตอนเย็นก็มาดูร้าน”

คุณดี เล่าถึงจุดเริ่มแรกของความคิดที่จะเปิดกิจการส่วนตัว คือ เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนว่างงาน และรู้สึกไม่อยากให้เพื่อนว่างงาน หรือต้องมายืมเงินกัน ในเมื่อเพื่อนก็ว่างอยู่แล้วจึงคิดหาอะไรทำดีกว่า ทั้งที่ตัวเองก็มีงานอีเวนต์อยู่แล้วด้วย

ส่วนเหตุผลที่ขายหอย...ทำไมต้องเป็นหอย? เพราะว่า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ก็เคยคิดจะทำ แต่วัตถุดิบ อุปกรณ์เยอะยุ่งยาก ส่วนหอยไม่ยุ่งยากในการทำ มีแค่หม้อและตะกร้อลวกแค่นั้น

“วันหนึ่งพวกผมได้มีโอกาสได้ไปกินหอยที่เยาวราช แล้วรู้สึกว่ามันง่าย มีหม้อใบเดียวเพื่อลวกแค่นั้น ก็เลยมาบอกเพื่อนๆ ว่า เราขายหอยกันดีกว่า ที่สำคัญคือ เราไม่ได้ขายอย่างเดียว แต่เราจะเน้นการโชว์เต้น ตีกลอง หาจุดขายของเรา”

ความรู้ด้านอาหารติดลบ! ค้นคว้าผ่านอินเทอร์เน็ต

“คุณเชื่อมั้ยว่า หล่อๆ หุ่นดี อย่างพวกผมทำอาหารไม่เป็นนะครับ” คุณดีบอกกับทีมข่าวฯ ซึ่งแวบแรกที่ฟังก็สงสัยในใจว่า ในเมื่อทำอาหารไม่เป็น แต่ดันเปิดร้านอาหารเนี่ยนะ? ก่อนความคิดจะตั้งคำถามไปมากกว่านี้

คุณดี รีบอธิบายต่อว่า “จากความรู้ติดลบ พวกผมก็ได้ศึกษาหาความรู้จากกูเกิลล้วนๆ เลยครับ อันดับแรกค้นหาแหล่งขายหอยก่อนว่าที่ไหนขึ้นชื่อ และไปติดต่อเจ้าของบ่อเพื่อซื้อวัตถุดิบ จากนั้นเริ่มฝึกทำน้ำจิ้ม เชื่อมั้ยว่าวันแรกน้ำจิ้มโคตรเค็มเลย แต่โชคดีมีคุณแม่ของหุ้นส่วนทำอาหารเก่ง ก็เลยให้ท่านช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ครับ กว่าทุกอย่างจะลงตัว ใช้เวลาประมาณเดือนหนึ่ง”

ตระเวนหาที่ลงร้าน หลายตลาดไม่รับ บอกโชว์โป๊!

คุณดี เล่าว่า ช่วงแรกตระเวนหาทำเลในตลาดนัดหลายที่ แต่ไม่มีที่ไหนรับ เมื่อบอกว่าขายหอยก็ไม่ค่อยเอา เพราะส่วนใหญ่ตลาดนัดจะมีซีฟู้ดขายเยอะอยู่แล้ว และตลาดนัดเด็กเดินเยอะ การถอดเสื้อขายจะดูอนาจารเกินไป หรือถอดเสื้อทำอาหารจะดูสกปรกทั้งๆ ที่เขาไม่รู้ว่าพวกเราเป็นเพียงเด็กเสิร์ฟ และจะมีแม่ครัวทำอาหารอีกคน ซึ่งกว่าจะมาลงตัวที่ตลาดหัวมุม ต้องมาถึง 3 รอบ สุดท้ายจึงพรีเซนต์ไปว่า จะมีการแต่งธีมซุปเปอร์ฮีโร่ เพ้นท์ตัวด้วย ในที่สุดหนุ่มๆ ทั้ง 5 คน จึงได้ฤกษ์เปิดร้านสถานีมีหอย ณ ตลาดหัวมุม เกษตร-นวมินทร์...

ห้าคนแบ่งหน้าที่กันอย่างไรบ้าง? แซ็คจะดูแลน้ำจิ้ม บอยจะดูแลเทคแคร์ลูกค้า พี่วิทย์เป็นฝ่ายสถานที่ ว่าวจะเป็นฝ่ายเจรจา ส่วนดีจะดูแลภาพรวมทั้งหมด

ฝนตกหนัก ลูกค้าไม่เข้า เปิดร้าน 3 เดือนแรกแทบเจ๊ง!

การทำกิจการใดๆ ก็แล้วแต่ ไม่ใช่เรื่องง่าย สถานีมีหอยเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นเปิดร้านช่วงหน้าฝน มีฝนตกหนักเกือบทุกวัน ประกอบกับชื่อเสียงของตลาดยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก ร้านโหรงเหรง ทำให้ลูกค้าน้อย ลงหอยมา 10 กก. ก็ยังขายไม่หมด

คุณดี เผยว่า ยอมรับว่าช่วงแรกท้อมาก เพราะขายไม่ดี และเพื่อนๆ ที่เป็นหุ้นส่วนไม่ได้มีฐานะดี ดังนั้น เงินลงทุนคนละ 15,000 บาท เพื่อนำมาเป็นทุนตั้งต้นในการเปิดร้าน ถือว่าเยอะสำหรับพวกเขา

“ลำพังตัวผมเองไม่เท่าไหร่ มีงานอยู่แล้ว แต่เพื่อนๆ ผมไม่มีงาน และนี่ก็เป็นเงินก้อนสุดท้ายของพวกเขา และเพื่อนผมก็ถูกปรามาสว่าจะไปรอดเหรอขายแค่หอย ผมซึ่งเป็นตัวหลักก็เลยตัดสินใจว่า หากร้านเจ๊ง ผมจะเอาเงินคืนทุกคนเอง แต่ขอเพียงทำตามที่ผมบอก เช่น ผมให้แจกต้องแจก ผมให้แถมต้องแถม ประมาณนั้นครับ”

ไอเดียแซ่บซี้ดดดดดด!!! ถอดเสื้อโชว์กล้าม แต่งตัวแปลก ขายหอย

คุณดี ยังเผยถึงที่มาของไอเดียสุดแซ่บนี้ด้วยว่า “แรกๆ ลูกค้าก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเข้าครับ แต่ด้วยความที่ผมทำงานอีเวนต์มา ผมรู้สึกมีความสุขเวลาที่ลูกค้ายิ้ม หัวเราะ แต่การถอดเสื้อขายจะไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม เช่น คนที่มากับแฟนคงไม่อยากให้เข้าร้าน หรือ ผู้ใหญ่มาก็คงมองว่านี่ร้านอะไร ทำไมแต่งตัวโป๊แบบนี้

ส่วนไอเดียการแต่งตัวแปลกๆ โชว์สนุก หนังอะไรมาแรง ละครอะไรกำลังมา หรืออะไรที่เป็นกระแส เราก็จะแต่งตัวแบบนั้นครับ ทำให้มีความตลกและความทุเรศมากขึ้น ส่วนความล่อแหลมจะน้อยลง ทำให้ลูกค้ามีรอยยิ้ม ถ่ายรูป ถ่ายคลิป และแชร์ต่อๆ กัน จนทำให้เป็นสถานีมีหอยทุกวันนี้ครับ”

“ร้านผม...เน้นขายโชว์” ลูกค้าอยากมาดูมากกว่าอยากมากิน!?

“หอย...ไม่ใช่ข้าว หอย...ไม่ใช่กาแฟ หอย...จะกินหรือไม่กินก็ได้ 'ขายหอย' ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โจทย์คือ จะทำอย่างไรให้คนรู้สึกว่า …. เอ๊ะ! ร้านนี้มันขายอะไร เป็นแรงดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้าน ต่อมา เมื่อลูกค้าเข้าร้านแล้วจะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกว่า ของที่ขายถูกเลือกสรรมาอย่างดี ทุกอย่างต้องสด! ใหม่! ซื้อวันต่อวัน ไม่มีค้าง” นายแบบหนุ่มหล่อบอกกับทีมข่าวฯ

เมื่อถามว่า ลูกค้าชอบอะไรที่ร้าน? “อันดับแรกปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ลูกค้าอยากมาดูโชว์ที่ร้าน รองลงมาคือ มากินหอย ซึ่งสดจริง ส่วนพ่อค้าหล่อก็มีบ้าง (หัวเราะ) ถามว่ามาจีบไหม ก็มีบ้างครับ (หัวเราะ) มีลูกค้ามาถามบ้างว่าตกลงพวกพี่เป็นหรือเปล่า เราก็ดูก่อนว่าเขามากับใคร ถ้ามาเป็นกลุ่มผู้หญิงก็จะบอกว่า ไม่ได้เป็น แต่ถ้ามากับแฟนก็บอกไปว่า หนูๆ ไม่ต้องคิดมาก ผัวพี่แกะหอยอยู่ เราสามารถเล่นกับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม”

นอกจากนี้ คุณดี ยังบอกอีกด้วยว่า สิ่งที่ย้ำเสมอกับทุกๆ คน คือ เล่นต้องเล่นใหญ่ ต้องแต่งธีมทุกวัน ถ้าวันไหนไม่แต่ง ลูกค้าก็จะเฟลที่มาแล้วไม่ได้เห็นการโชว์ของทางร้าน หรือมาแล้วรู้สึกไม่สนุก

จากเงินทุน 70,000 สู่รายได้วันละแสน!

สถานีมีหอยแห่งนี้ เกิดขึ้นมาจากเงินทุนเริ่มต้นเพียง 70,000 บาท โดยมีค่าเช่าต่อเดือน 30,000 บาท จำนวน 2 ล็อก ปัจจุบันขยายเพิ่มเป็น 8 ล็อก ส่วนวัตถุดิบอาหารทะเลไม่ใช่ของถูก! โดยในแต่ละวันจะสั่งหอยแครง 80 กก. หอยแมลงภู่ 80 กก. หอยหวาน 50 กก. หอยเชลล์ 40 กก. หอยชักตีน หอยนางรม หอยหลอด และกุ้งแม่น้ำที่เสริมมาในภายหลัง

คุณดี ยังได้เปิดเผยถึงรายได้ของสถานีมีหอยด้วยว่า หากเป็นวันที่ฝนไม่ตก จะได้ประมาณ 120,000 บาทต่อวัน ยังไม่หักค่าใช้จ่าย แต่ถ้าวันไหนฝนตก จะอยู่ที่ประมาณ 70,000 บาทต่อวัน ส่วนต้นทุนครึ่งต่อครึ่ง เพราะของแพง!!!

“ถามว่ารายได้ขนาดนี้ผมไม่ต้องรับงานอีเวนต์ได้ไหม ก็ได้นะครับ อย่างเดือนที่แล้วฝนตกหนักๆ ได้คนละแสนต่อเดือน หักลบทุกอย่างแล้วนะ ค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าที่ ค่าจ้างเด็ก ก็ถือว่าอยู่ได้ในระดับหนึ่งครับ”

คิดว่าประสบความสำเร็จหรือยัง? หนุ่มหล่อล่ำ ยิ้มก่อนตอบว่า “ผมว่า ผมประสบความสำเร็จแล้วนะ ลูกค้าที่มาเขาหัวเราะ ถ่ายรูป แชร์ ลูกค้าแฮปปี้ ผมถือว่าประสบความสำเร็จของผมแล้ว”

เคล็ดลับความสำเร็จของสถานีมีหอย สนุก แฮปปี้ ไม่ได้ขายเพื่อหวังกำไร!

คุณดี บอกถึงเคล็ดลับความสำเร็จของร้านว่า “เป้าหมายที่วางไว้แต่แรกคือ อยากให้คนที่มาแล้วแฮปปี้ และทุกวันนี้กำไรก็คือรอยยิ้มของลูกค้า สถานีมีหอยไม่ได้ขายเพื่อหวังรวย ทุกวันนี้มีคนมาขอซื้อแฟรนไชส์ ขอให้ไปหลายที่ แต่บอกไปว่า ผมไปไม่ได้ ผมแยกไม่ได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมแยก เป้าหมายแรกที่บอกว่าลูกค้ามาแล้วแฮปปี้จะหายไป จะกลายเป็นขายเพื่อหวังกำไรทันที"

จะมีโอกาสขยายสาขาไหม? คุณดี ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำเลยว่า “ไม่ครับ...ให้ผมขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นทำได้ แต่ถ้าให้ขยายไปหลายสาขา ผมเชื่อว่าจะทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะยอมรับว่ามีลูกค้าน้อยคนที่จะมากินหอยจริงๆ ซื้อกลับไปลวกที่บ้านก็ได้ และมันไม่ใช่ถูกๆ นะ หอยผมจานละร้อย ผมก็บอกคนที่จะมาซื้อแฟรนไชส์ด้วยว่า พี่ไปเปิดได้เลยไม่ต้องซื้อ และทุกวันนี้ผมเห็นร้านขายหอยเยอะมาก แต่อยู่ที่ว่าคุณจะทำอย่างไรที่ลูกค้าสามารถยืนรอคิวได้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าลูกค้าที่มา จะมาดูว่าร้านนี้เป็นอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่า เขาไม่ได้พูดว่า มาร้านนี้อร่อยอย่างที่เขาพูดหรือเปล่ามากกว่าครับ”

ร้านเติบโตมาขนาดนี้ ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว แต่ทำไมถึงยังแต่งตัวแบบนี้กันอยู่? คุณดี ตอบว่า “ผมคิดว่าการที่เจ้าของทำเอง โอกาสที่จะยืนยาวได้มากกว่า เราทำด้วยใจ เราสนุกแบบนี้ สมมติว่าผมแค่จ้างนายแบบ ผมต้องเอาเงินจ้าง และจะจ้างได้นานแค่ไหนกัน พอร้านเป็นกระแส คนก็อยากมา แล้วหลังจากนั้น คนมาไม่เห็น ไม่เจอ มันก็อยู่ได้ไม่นาน"

ขณะที่กำลังสัมภาษณ์กันอยู่ เกิดมีปัญหาเล็กน้อย โดยเด็กในร้านมาแจ้งว่า หอยลอตนี้มีกลิ่น ทางคุณดีได้ไปจัดการเอาหอยทั้งหมดออก และเรียกให้ทางบ่อมาเอาคืน

คุณดี บอกถึงปัญหาในครั้งนี้ว่า “พอดีเมื่อสักครู่นี้หอยมีกลิ่นครับ ก็เลยเทออก ถามว่าขายได้มั้ยก็ขายได้ แต่เราเลือกที่จะไม่ขายดีกว่า เพราะถึงแม้เราคัดมาอย่างดี แต่หากมีสักตัวหนึ่งที่มีกลิ่นแล้วลูกค้ารู้สึกไม่ดีมันก็แย่ และร้านผมการันตีหอยทุกตัว มีแผนกคัดกรองอย่างดี โดยเด็กที่ร้านจะรู้เลยว่า แกะออกมาแล้วสีเปลี่ยน กลิ่นแปลกก็ยอมเททิ้งขาดทุน เพราะเราเอาลูกค้าเป็นหลัก เกิดกินไปโดนตัวที่มีปัญหาก็ไม่คุ้มกันครับ"

อุปสรรคสำคัญ เมื่อหอยไม่สด โละทิ้งโนสนโนแคร์!

เมื่อถามถึงอุปสรรคตั้งแต่ทำมา? เจ้าของร้านหนุ่มรูปงาม ตอบว่า “เรื่องของไม่สดครับ อย่างหอยแครงวันไหนฝนตกหนักน้ำเริ่มเปลี่ยนเมื่อน้ำจืดมีมากกว่าน้ำเค็ม หอยเริ่มเน่า ฉะนั้น คนขายซีฟู้ดวัตถุดิบจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อย่างเวลาที่ลูกค้ากินไม่หมด แสดงว่าต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ เราก็จะถามสาเหตุ

หรืออย่างสมมติหอยแมลงภู่ เวลาอบเนื้อมันหล่นลงหม้อ ก็เหลือแต่เปลือกให้ลูกค้า เราก็เคลมให้ใหม่ โดยใส่จานใหม่ให้เลย ถ้ามีปัญหาก็บอกได้ ส่วนปัญหาเรื่องลูกค้าโวยวายก็มีบ้างครับ แต่จะเป็นเรื่องรอนาน บางทีลูกค้ากินเสร็จแล้วก็ยังนั่งอยู่ ลูกค้าใหม่ก็รอคิวไป พอถึงคิวของหมด เราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ลูกค้าไม่ได้ดั่งใจ และยิ่งเมื่อเราดัง ทุกอย่างยิ่งต้องเพอร์เฟกต์ เพราะเราพลาดครั้งเดียวโดนถล่มก็มี”

“เราขายด้วยความจริงใจ ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า แต่ลูกค้าคือครอบครัวของเรา กินดีเขาก็ต้องกินดี” ห้าหนุ่มสถานีมีหอย กล่าวทิ้งท้าย.



ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน