วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.มทบ.37 นำจนท.อายัดไม้ประดู่ 51 ท่อน สั่งสอบคนในเครื่องแบบมีเอี่ยว

ผบ.มทบ.ที่ 37/ ผบ.กกล.รส.จ.เชียงราย นำกำลัง จนท.ตรวจสอบท่อนไม้ประดู่ขนาดใหญ่ 51 ท่อน ที่ถูกนำมาทิ้งอยู่บ่อดินหลังเขาที่บ้านหนองบัวสด ใน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมสั่งอายัดและเร่งสอบบุคคลในเครื่องแบบที่ถูกอ้างว่ามีเอี่ยว...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2560 พลตรีบัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มทบ.ที่ 37/ ผบ.กกล.รส.จ.เชียงราย ได้เดินทางมาตรวจสอบท่อนไม้ประดู่ขนาดใหญ่ 51 ท่อน ที่ถูกนำมาทิ้งอยู่บ่อดินหลังเขาที่บ้านหนองบัวสด ม.5 ต.ป่าสัก อ.เชียงแสน มีนายพินิจ แก้วจิตคงทอง นายอำเภอเชียงแสน พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ รองผบ.ฉก.31 พ.ต.อ.เรวัตร ยืนธรรม ผกก.สภ.เชียงแสน นายทนงศักดิ์ ธรรมโม ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) และนายเขมชาติ ฉัตรแก้ว หน.ฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ด่านศุลกากรเชียงแสน ร่วมตรวจสอบด้วย

ผบ.มทบ.ที่ 37 กล่าวว่า ที่เดินทางมาตรวจไม้เหล่านี้ เพราะได้รับการร้องเรียน ในฐานะ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.เชียงราย ที่ชาวบ้านแจ้งว่า มีรถขนไม้ปิดไฟวิ่งเอาไม้มาทิ้งไว้ก่อนหน้านี้สัก 3 วัน จึงได้ร้องเรียน ไม้มีพลาสติกห่อพร้อมส่งออก ไม้มีการแกะลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ส่งออกแบบนี้ ไม้จะไม่หมดป่าหรือ พลตรีบัญชากล่าวต่ออีกว่า อยากให้หลายๆ หน่วยงานทั้งอำเภอ ตำรวจ ศุลกากร ต้องช่วยกันดูแล อยู่ๆ มีไม้มากองไว้ โดยไม่รู้ที่มาที่ไป 

ต่อมาได้ นายสมบูรณ์ ขันใจ เจ้าของที่ดิน ที่ไม้ท่อนกองอยู่ได้เล่าให้กับ พลตรีบัญชาฟังว่า ได้มีบุคคลในเครื่องแบบ (ขอสงวนชื่อ) มาขอใช้พื้นที่ของตนเพื่อไว้ไม้ท่อนประมาณ 2-3 วัน โดยตนก็เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้ไว้ไม้ได้ โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวบอกว่า เป็นไม้ถูกต้องจะฝากไว้ 2-3 วัน แล้วจะนำรถมาบรรทุกออกไป ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบไม้

ขณะที่ นายวินัย ยานะ อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เข้ามาแสดงตนว่า เป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด โดยอ้างว่าเป็นไม้ซื้อมาจากจังหวัดสุรินทร์ และส่วนหนึ่งซื้อมาจากบ้านด้าย ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน เพื่อจะปลูกบ้าน โดยซื้อมาถูกต้องพร้อมทั้งนำเอกสารมามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นไม้ประดู่แกะสลัก จำนวน 16 ท่อน ปริมาตร 23.57 ลบ.เมตร ไม้ประดู่ท่อนจำนวน 35 ท่อน ปริมาตร 20.08 ลบ.เมตร 

หลังจากนั้นพลตรีบัญชา ได้สั่งอายัดไม้ทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมสอบสวนแหล่งที่นายวินัย เจ้าของไม้อ้างว่าได้ไปซื้อไม้มา พร้อมทั้งให้สอบสวนหาบุคคลในเครื่องแบบคนที่มาติดต่อนายสมบูรณ์เจ้าของที่ดิน ที่นำไม้เหล่านี้มากองไว้ ว่าเป็นใครเพื่อจะได้ขอตัวมาสอบสวน

พลตรีบัญชา กล่าวด้วยว่า ปัญหาชายแดนที่มีการลักลอบส่งไม้ออก ต้องเคลียร์ตามแนวชายแดน ตามนโยบายรัฐบาล ตามนโยบาย คสช. ถ้ามีไม้เข้ามาในพื้นที่ นายอำเภอในฐานะพ่อบ้านต้องออกตรวจร่วมกับตำรวจ ศุลกากร และป่าไม้ ถ้าคนมาสำแดงว่าเป็นเจ้าของไม้ ก็ต้องมีการตรวจสอบก่อน เนื่องจากไม้ไม่อยู่ในพื้นที่ที่ควรอยู่ เพราะตรงนี้เป็นบ่อดินร้าง ชาวบ้านว่ามีรถ 3 คันวิ่งปิดไฟเอาไม้มาเทลงแล้วบอกว่าฝากไว้ก่อน โดยอ้างว่าเป็นตำรวจ แต่คนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของไม้บอกว่าซื้อกับอีกพวกหนึ่ง ซึ่งขัดกัน จึงต้องตรวจสอบใครที่ถูกอ้างถึง และแหล่งที่มาที่ไปอย่างละเอียดของไม้ ไม่ใช่แค่นำเอกสารมาสำแดงลอยๆ แล้วปล่อยไป เช่นนั้นแล้วไม้จะหมดป่าแน่.