วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

191 บุกทลายแหล่งผลิตบารากู่กลางกรุง สุดอึ้ง! กวาดของกลางมหาศาล 3.5 ล.

กก.5 บก.ทท. จับบารากู่ พื้นที่ สภ.อ่าวนาง กระบี่ ยึดของกลาง พบมีตัวอักษรระบุว่า  “CLOUD STONES” รวบผู้ต้องหาสอบขยายผล ก่อนประสาน 191 บุกทลายแหล่งผลิตย่านลาดพร้าวยึดของกลาง 3.5 ล้าน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจแบบตรง และตลาดแบบตรง (หัวหน้าฉก.ปฏิบัติการพิเศษ สคบ.) พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1กก.สายตรวจ บก.สปพ.  พ.ต.ท.ปริญญา เอี่ยมกมล สว.งานสืบสวน กก.5 บก.ทท.  สนธิกำลังตำรวจกก.สายตรวจ ตำรวจบก.ทท. และเจ้าหน้าที่สคบ. นำหมายค้นศาลอาญา ที่ 345/2560 ลงวันที่ 30 ส.ค. 2560 ตรวจสอบบริษัท CLOUD STONES บ้านเลขที่ 40/96 ซ.นาคนิวาส 44 ถ.นาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว หลังสืบทราบว่าบ้านดังกล่าวเปิดเป็นที่ทำการบริษัท และเป็นคลังเก็บสินค้า


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีรั้วรอบขอบชิด เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้น ซึ่งมี น.ส.ปรางทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาวกรุงเทพฯ นายแอเดียล มิเซล อายุ 35 ปี สัญชาติฝรั่งเศส รับเป็นเจ้าของบริษัท นอกจากนี้ยังพบนางยุพิน (ขอสงวนนามสกุล) ชาว จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คลังสินค้า และน.ส.สุคนธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวจ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย จากการตรวจสอบภายในบ้านพบว่ามีการแบ่งออกเป็นสำนักงานอยู่ด้านในของตัวบ้าน อีกทั้งด้านหลังของตัวบ้านดัดแปลงทำเป็นแหล่งผลิตบารากู่ รวมทั้งเป็นที่เก็บคลังสินค้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบเตาดูดบารากู่ จำนวน 325 เตา, ถ้วยสำหรับใส่ตัวยา จำนวน 600 อัน, สายดูดบารากู่ จำนวน 600 อัน, ตัวยาบารากู่ จำนวน 550 กระปุก ถ่านสำหรับสูบบารากู่ 30 กล่อง อีกทั้งสารเคมีจำนวนหนึ่ง จึงได้ตรวจยึดเป็นหลักฐาน



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.5 บก.ทท. ได้ร่วมกันจับกุมผู้จำหน่ายบารากู่ ในพื้นที่ สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ โดยในการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่าบริเวณข้างหม้อดูดบารากู่ที่ตรวจยึดได้นั้นมีตัวอักษร “CLOUD STONES” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบปากคำผู้ต้องหาทราบว่า ชุดบารากู่ ทั้งหมดนั้นได้สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท CLOUD STONES (www.thecloudstones.com) ซึ่งเปิดขายให้กับประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ โดยมีการโฆษณาในเว็บไซต์ว่า สินค้าบารากู่ของบริษัทฯ ผลิตขึ้นมาถูกต้องตามกฎหมายและมีหน่วยงานของรัฐรับรอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสืบสวน กก.5 บก.ทท. จึงได้ทดลองสั่งซื้อจนทราบว่าสินค้าบารากู่ ดังกล่าวถูกส่งมาจากพื้นที่ กรุงเทพมหานคร

"จากนั้นประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. และตำรวจท่องเที่ยว จนสืบสวนทราบมีการเปิดเป็นที่ทำการบริษัท และเป็นคลังเก็บสินค้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุญาตศาล ออกหมายค้น ก่อนเข้าตรวจค้น ก็พบของกลางจำนวนมากมูลค่ากว่า 3,500,000 บาท" 


น.ส.ปรางทิพย์ เปิดเผยว่า ตนได้นำเข้าสินค้าดังกล่าวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบารากู่ เข้ามาก่อนที่ทางภาครัฐจะมีการออกกฎหมาย ซึ่งทันทีที่กฎหมายมีการบังคับใช้ตนก็ไม่รู้จะทำเช่นใด ก็พยายามที่จะทำให้ถูกกฎหมาย เนื่องจากตนได้ลงทุนไปมากกว่า 10 ล้านบาท แต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งนี้จึงอยากขอความเห็นใจผ่านทางเจ้าหน้าที่ว่าอยากให้คำนึงถึงผู้ประกอบการเวลาจะออกกฎหมายด้วย


พ.ต.อ.ประทีป กล่าวว่า สำหรับบารากู่ ก่อให้เกิดอันตรายและความเสี่ยงให้เกิดโรคติดต่อทางเดินหายใจ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภค นิยมนำมาสูบกันหลายคน ในส่วนที่ทางผู้ต้องหาให้การว่าได้เคยดำเนินการขออนุญาตผ่านหน่วยงานรัฐ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเหตุผลมาจากการที่พบว่าในบารากู่ มีสารเคมีบางตัวที่ส่งผลต่ออันตราย จึงไม่สามารถที่จะอนุญาตให้จำหน่ายได้


ขณะที่ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ ร่วมกันลักลอบนำหรือพาของที่ยังมิได้มีการเสียภาษีหรือของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการทางศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร, ร่วมกันมีสินค้าซึ่งรู้ว่ามิได้ชำระภาษีไว้ในความครอบครอง, ร่วมกันเป็นผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย สินค้าบารากู่ หรือตัวยาบารากู่” นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ดำเนินคดีตามกฎหมาย