วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ราเมศ' สอนมวย 'แม้ว' อย่าอ้างแนวคิดมั่ว ซัดกระบวนการยุติธรรมไทย

"ราเมศ" ชกข้ามรุ่น สอนมวย "แม้ว" อย่าอ้างแนวคิดมั่ว ยก 4 เหตุ ข้อเท็จจริง แจงป้องกระบวนการยุติธรรมไทย สวนเจ็บไม่เชื่อมั่นแต่ส่งทนายฟ้องดะ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.60 นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวีตข้อความโดยยกเอาหลักคิดของมงแต็สกีเยอ ที่ว่า "ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม" ว่า ถ้าคำกล่าวของ นายทักษิณ คือ กระบวนการยุติธรรมที่หมายถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ได้ตัดสินคดีจำนำข้าวก็ถือว่ายกทฤษฎีมาผิด เพราะต้องบอกว่าความเลวร้ายตามความหมายที่นายทักษิณอ้างนั้น ต้องอ่านหลักแนวคิดนี้ให้จบ ความหมายของมงแต็สกีเยอ คือ กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ชอบธรรม ที่เกิดจากการร่างกฎหมายเองตั้งศาลตั้งตุลาการขึ้นมาเพื่อจัดการใครคนใดคนหนึ่งเฉพาะโดยไม่มีความเป็นธรรม

แต่ในกรณีคดีจำนำข้าว มีรายละเอียดดังนี้ 1. เป็นคดีที่เริ่มต้นในช่วงเวลารัฐบาลประชาธิปไตย 2. เป็นการตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบฝ่ายบริหารขณะนั้น 3. ฝ่ายนิติบัญญัติได้ส่งเรื่องคดีจำนำข้าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ ผ่าน ป.ป.ช. อัยการ และสู่ศาล 4. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นศาลที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 พิจารณาคดีตัดสินคดีมาแล้วร่วม 20 ปี ไม่ใช่เป็นคณะผู้พิพากษาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ เป็นผู้พิพากษาอาชีพที่ทำหน้าที่มาตลอดชีวิต แม้จะไม่มีการรัฐประหารคดีจำนำข้าวก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามปกติ

นายราเมศ กล่าวต่อว่า เหล่านี้ต่างหากคือข้อมูลเบื้องต้นที่ถูกต้อง เพื่อชี้ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยดำเนินการตามหลักกฎหมายมายาวนาน และนายทักษิณควรอ่านแนวคิดของมองแต็สกีเยอให้ละเอียด ก็จะเห็นว่าคดีจำนำข้าวเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบ และถ่วงดุลอำนาจ หรือที่เรียกว่า Check and Balance อย่างแท้จริง คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส.ได้ตรวจสอบอภิปรายตั้งกระทู้ เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร และได้ส่งต่อไปยังอำนาจตุลาการเพื่อตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม นี่คือการถ่วงดุลอำนาจของ 3 ฝ่าย ซึ่งได้แก่ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ

รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ตามความหมายของมองแต็สกีเยอแม้ในสมัยที่นายทักษิณมีอำนาจ สามารถสั่งฝ่ายนิติบัญญัติ สั่งฝ่ายบริหารได้ แต่อำนาจเดียวที่สั่งไม่ได้คืออำนาจตุลาการ แต่ที่บอกว่ากระบวนการยุติธรรมที่เลวร้าย เราก็ยังเห็นนายทักษิณให้ทนายความมายื่นฟ้องใครต่อใครต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย ดังนั้นขอให้ประชาชนคนไทยได้ภาคภูมิใจว่าเรามีสถาบันตุลาการที่เชื่อถือได้ เป็นสถาบันที่เป็นหลักให้กับประเทศ ไม่ว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐประหาร แต่อำนาจตุลาการก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ ไม่มีใครแทรกแซงอำนาจตุลาการได้.