วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.ยืนกรานยื่นอุทธรณ์ 'สุชาติ' ทำเกินกว่าเหตุ สลาย พธม.ปี 53

ป.ป.ช.ยืนกราน "สุชาติ" ทำเกินกว่าเหตุ รู้เห็นใช้แก๊สน้ำตาถล่มผู้ชุมนุมต่อเนื่อง ทั้งที่มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ แต่ไม่ปรับเปลี่ยน ยกเลิกการใช้แก๊สน้ำตา อุ้ม "สมชาย-ชวลิต-พัชรวาท" เป็นแค่ฝ่ายให้นโยบาย

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.60 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.มีมติอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีการสลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชน ปี 2551 เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.เพียงคนเดียวว่า สาเหตุที่ ป.ป.ช.อุทธรณ์เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เนื่องจากจำเลยกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ 1. จำเลยที่ 1-3 คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นฝ่ายนโยบาย 2. จำเลยที่ 4 คือ พล.ต.ท.สุชาติ เป็นฝ่ายปฏิบัติ เมื่อพิจารณาคำวินิจฉัยส่วนตัวขององค์คณะผู้พิพากษา 9 ราย พบว่า มีเสียงข้างน้อย 1 ราย ที่เห็นว่าการใช้แผนกรกฎ 48 ของจำเลยที่ 4 อาจทำเกินกว่าเหตุ ทำให้ ป.ป.ช.อุทธรณ์ในประเด็นนี้ ส่วนจำเลยที่ 1-3 เป็นฝ่ายนโยบาย ซึ่งการสลายการชุมนุมครั้งนี้ทำต่อเนื่อง จบภายในวันเดียว ไม่ได้ยืดเยื้อหลายวัน หากมีการยืดเยื้อหลายวันแล้วฝ่ายนโยบายไม่ทบทวนการปฏิบัติดังกล่าว ก็อาจมีความผิดไปด้วย นี่คือสาเหตุที่ป.ป.ช.อุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 4

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น จำเลยที่ 4 ย่อมทราบดีถึงสถานการณ์ที่ต้องใช้แก๊สน้ำตา โดยเฉพาะในช่วงเวลาพลบค่ำระหว่างรักษาความปลอดภัยแก่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยเป็นผู้สั่งการหรือรู้เห็นยินยอมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับรองลงไป สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติยิงหรือขว้างระเบิดแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บ ทั้งที่จำเลยที่ 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์จึงควรประเมินสถานการณ์และระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพื่อบรรเทามิให้เกิดอันตรายแก่ผู้ชุมนุมเพิ่มเติม แต่กลับไม่ระงับยับยั้ง ปรับเปลี่ยนวิธีใช้แก๊สน้ำตา ถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า การยื่นอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.ครั้งนี้ วิเคราะห์จากคำพิพากษากลาง และคำวินิจฉัยส่วนบุคคลขององค์คณะผู้พิพากษา โดย ป.ป.ช.วิเคราะห์แล้วเห็นว่า ควรเลือกอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 4 เพราะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงค่ำ เนื่องจากเห็นว่า มีพยานหลักฐานเหตุผลเพียงพอที่ควรอุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นว่า เพราะเป็นฝ่ายนโยบาย ไม่มีประเด็นอะไรที่จะอุทธรณ์ต่อ