วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจอกันที่สนาม! เปิด 5 เหตุผลที่แฟนบอลไทยต้องมาดูช้างศึกฟัดอิรัก

จากการที่วันนี้มีแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 ไทย พบ อิรัก นี่คือ 5 เหตุผลที่แฟนบอลไทย ต้องเข้ามาชมเกมนัดนี้...

1. เกมรุกของ ราเยวัช

เกมนี้ทีมชาติไทย ของ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทย จะได้นักเตะตัวหลักในแนวรุกอย่าง "เมสซีเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์จาก คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมในเจลีก 1 ญี่ปุ่น และ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าที่ถูกมอบหมายให้เป็นกัปตันทีม ลงสนามเป็นครั้งแรกในยุคของ "โค้ชมิโล" หลังจากก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีปัญหาบาดเจ็บ มาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้เราจะได้เห็นแท็กติกในการเล่นเกมรุกของกุนซือเลือดเซิร์บอย่างเต็มตัวแน่นอน

2. คลาสลูกหนังเจลีก ของ "เมสซีเจ"

นี่เป็นครั้งแรกที่ "เมสซีเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพหมายเลข 18 ของทีมชาติไทย จะคัมแบ็กกลับมาเล่นทีมชาติไทยอีกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลจะได้เห็นกองกลางร่างจิ๋วลงสนามให้กับทีมชาติไทยในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช ด้วยประสบการณ์ในเวที เจลีก 1 ของญี่ปุ่น กับสโมสรคอนซาโดเล ซัปโปโร แน่นอนว่าแฟนบอลไทย หวังจะได้เห็นลีลาของคนลูกหนังที่ค้าแข้งอยู่ในลีก ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย ดังนั้นอย่ารีรอที่จะเข้ามาชมเกมในค่ำของวันนี้

3. ลุ้นชัยชนะเกมแรก

การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกโซน เอเชีย รอบ 12 ทีม ทั้งหมด 7 นัด ทีมชาติไทย ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่เกมเดียว โดยผลงานที่ดีที่สุดคือการเปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย 2-2 และ เสมอ ยูเออี ไป 1-1 การเจอ อิรัก นัดนี้ทัพ "ช้างศึก" หวังเป็นอย่างยิ่งที่คว้าชัยชนะให้ได้ ดังนั้นแฟนบอลอย่าลืมเข้ามาลุ้นชัยชนะไปกับนักเตะทีมชาติไทยกันด้วยนะครับ

4. เกมนัดสุดท้ายในบ้าน

การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย เดินทางมาถึงเกมนัดรองสุดท้ายของทีมชาติไทยแล้ว แม้ว่าทีม "ช้างศึก" จะไม่สามารถตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย
ที่ประเทศรัสเซียได้ แต่เชื่อว่านี้จะเป็นอีกเกมคุณภาพที่แฟนบอลห้ามพลาด

5. มาเป็นกำลังใจให้นักเตะ

การลงสนามในแต่ละเกม นักเตะทีมชาติไทยทุกคนล้วนต้องการกำลังใจจากผู้เล่นหมายเลข 12 ที่เปรียบดั่งพลังวิเศษ ที่กระตุ้นให้นักเตะไทย วิ่งและกระหายในชัยชนะ ดังนั้นอย่าลืมเข้ามาชมเกมในนัดนี้
กันเยอะ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย

ขอบคุณข้อมูลจากเพจฟุตบอลทีมชาติไทย