วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นปช.ร้องอสส.เพิ่มโทษ พ.ต.ท.เเจ้งความเท็จคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิท ปี52

5 แกนนำ นปช.ร้อง “อัยการสูงสุด” อุทธรณ์ เพิ่มโทษ “พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย” ฐานให้การเท็จในชั้นศาล กรณีบุกล้มประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยา เมื่อปี 52 จนต้องถูกจำคุก

จากกรณี พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ อดีต ผกก.สภ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ตกเป็นจำเลยถูกกล่าวหาว่า ได้ร่วมกับกลุ่ม นปช.ในการบุกล้มการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยา เมื่อปี 52 ทำให้ต้องต่อสู้คดีว่าไม่เกี่ยวข้องมานานหลายปี เนื่องจากในคดีนี้มี พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย สวป.สภ.ขลุง จ.จันทบุรี (ปี 52 ยศ ร.ต.อ. หน.ชุดเคลื่อนที่เร็ว สภ.พัทยา) เป็นพยานยืนยันว่า พ.ต.อ.สมพล เกี่ยวข้องด้วย สุดท้ายปี 58 ศาลชั้นต้นยกฟ้อง เพราะในวันนั้น พ.ต.อ.สมพล ไปแจ้งความนาฬิกาหายที่ สน.นางเลิ้ง ไม่ได้อยู่ที่พัทยา ก่อนที่ พ.ต.อ.สมพล จะฟ้องกลับ พ.ต.ท.ศราวุธ ฐานแจ้งความเท็จ ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์จังหวัดพัทยา อ่านคำพิพากษา พ.ต.ท.ศราวุธ มีความผิดแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน จำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท  และเบิกความเท็จต่อศาล จำคุก 3 ปี ปรับ 14,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีต่อศาล จึงลงโทษเหลือแค่จำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับอีก 12,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา และให้รายงานตัวต่อกรมควบคุมความประพฤติ 4 เดือนต่อครั้ง และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ อดีต 5 แกนนำ นปช. นำโดย นายวรชัย เหมะ นายสมยศ พรหมมา นายนิสิต สินธุไพร นายสำเริง ประจำเรือ และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ มายื่นหนังสือถึงอธิบดีสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อเรียกร้องให้อัยการสูงสุดเพิ่มโทษ พ.ต.ท.ศราวุธ มากกว่านี้ โดยมี นายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานการสอบสวนในฐานะคณะทำงานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวแทนรับเรื่องไว้พิจารณา

ด้านนายนิสิต เผยว่า อยากเรียกร้องให้ทางอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์เพิ่มโทษให้ พ.ต.ท.ศราวุธ ที่เเจ้งความเท็จ หลังจากศาลชั้นต้นตัดสิน พ.ต.ท.ศราวุธ จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ทั้งนี้กลุ่มฯ เห็นว่าไม่เป็นธรรมสำหรับกลุ่มตนทั้ง 13 คนที่ถูกคุมขังนานเป็นเวลา 5 เดือน ไม่อยากให้เป็นเเบบอย่างให้สังคม ในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เเละข้าราชการ หลังจากนี้จะไปยื่นต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะผู้บังคับบัญชา ให้สั่งลงโทษทางวินัยอีกด้วย.