วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบเอสยูวีมะกัน CHEVROLET TRAILBLAZER 2.5 4WD Z71

จากตัวเลขยอดขายรถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีในประเทศไทยที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องทำให้ค่ายรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์คนชอบความอเนกประสงค์หันมาแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในการผลิตรถยนต์แบบพีพีวี-เอสยูวีเพื่อต่อสู้ในตลาดรถของไทย การแข่งขันที่เข้มข้นนั้นทำให้ลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์ประเภทนี้ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ จากความสามารถของการใช้งานที่มีความหลากหลายตามความต้องการของคนที่จ่ายเงินเป็นล้าน ด้วยขนาดพื้นที่ของห้องโดยสาร จำนวนเบาะที่นั่ง ประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน ความคล่องตัวเมื่อขับใช้งานในเมือง ความสามารถในการลุยน้ำท่วม พื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระและราคาที่ไม่แพงมากจนเกินเอื้อม รถเอสยูวีไซส์โตยังให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งและปลอดภัย ตำแหน่งท่านั่งที่สูงกว่ารถยนต์แบบปกติทำให้มองเห็นได้ไกล ขนาดของตัวรถที่โตกว่ารถเก๋งทั่วไปทำให้รู้สึกมั่นใจยามขับใช้งาน

2017 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรของ Chevrolet ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกการผลิตรถเก๋งแล้วหันมาจัดเต็มกับรถปิกอัพกับรถอเนกประสงค์แบบPPV-SUV โดยเฉพาะรถรุ่น Trailblazer ที่มีการลงลึกด้านรายละเอียดของรุ่นปรับโฉม Chevrolet เพิ่ม Trailblazer เวอร์ชั่น Minorchange โดยหันมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง Duramax XLDE25 ความจุ 2.5 ลิตร ถือเป็นการแตกไลน์แยกย่อยลดหลั่นจากรุ่นสูงสุด 2.8 ลิตร ของ Chevrolet Trailblazer ในรุ่นปรับโฉมประจำปี 2017 พร้อมการปรับเพิ่มอุปกรณ์รวมถึงราคาค่าตัว

นี่คือรถยนต์ PPV-SUV รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเต็มรูปแบบของค่ายโบว์ไทในเวอร์ชั่นปรับปรุงเพิ่มเติมความคมเข้มที่ออกขายมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว บนความอเนกประสงค์ของการใช้งานที่ครอบคลุมจากพื้นที่ภายใน ประสิทธิภาพด้านแรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่และระบบส่งกำลังที่ผลิตในประเทศไทย ชุดเกียร์ออโตเมตริก 6 สปีดเจนเนอเรชั่นที่สองที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อการรองรับแรงบิดระดับ 440 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ให้ความบันเทิงสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบ นับเป็นยานยนต์คนชอบลุยสไตล์อเมริกันที่มีความสดใหม่ด้วยหน้าตาที่ลงตัวมากกว่ารุ่นเก่า! กับฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุม โดยเฉพาะระบบ Infotainment ของ Chevrolet ซึ่งปรุงแต่งโปรแกรมและฟังก์ชันการใช้งานให้มีความง่าย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในปัจจุบัน ค่าย Chevrolet ปล่อยชุดแต่งภายนอกแบบพิเศษที่แตกต่างจาก Z71 รุ่นมาตรฐาน โดยต้องเพิ่มเงินอีก 33,000 บาท จากราคา 1,499,000 บาท หากต้องการชุดแต่งเหมือน Z71 ในรุ่นโปรโมต

ชุดตกแต่งกันชนหน้า พร้อมการ์ดกันชน สีเงินเมทัลลิก
ชุดตกแต่งกันชนหลัง พร้อมการ์ดกันชน สีเงินเมทัลลิก
ปลายท่อไอเสียโครเมียม
คิ้วขอบล้อ สีดำ

เรือนร่างที่ใหญ่โตมีสัดส่วนของความกว้างตัวถังที่ 1,902 มิลลิเมตร มิติของความกว้างอยู่ในระดับต้นๆ ของวงการ PPV - SUV ที่มีราคาค่าตัวไม่เกิน 1.5 ล้านบาท กระจังหน้าทรงสองชั้นที่นำมาปรับรูปแบบให้เฉียบคมและเข้ากับไฟหน้าในรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ตราสัญลักษณ์โบว์ไทสีเหลืองทองล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกสีโครเมียมเงาวาว กระจังหน้าพลาสติกมีช่องรับอากาศเพื่อระบายความร้อนให้กับห้องเครื่อง ไฟหน้าแบบอัตโนมัติมีไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกของ Trailblazer Z71 ติดตั้งอยู่ที่ชายล่างบริเวณมุมทั้งสองข้างของสปอยเลอร์หน้าโดยมีการเปลี่ยนหลอดไฟตัดหมอกมาเป็นหลอดแบบ LED สปอยเลอร์หน้ามีรายละเอียดที่สอดรับกับไฟหน้าและกระจังหน้าแบบใหม่ กระจกบังลมบานหน้าขนาดใหญ่และเสาหน้าที่ใช้องศาของความลาดเอียงสอดคล้องไปกับชิ้นกระจกบังลม ฝากระโปรงหน้าของ Trailblazer Z71 มีการออกแบบใหม่โดยเพิ่มสติกเกอร์สำหรับเวอร์ชั่น Z71 ตามสไตล์ของ Chevrolet โดยภาพรวม มุมมองของ Chevrolet Trailblazer รุ่น 2.5 4WD Z71 มีความสวยงามดุดันแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อใส่ล้ออัลลอยสีดำรุ่นพิเศษ 

รูปลักษณ์ภายนอก Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD Z71
กระจังหน้าใหม่ ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา
ไฟหน้า พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบแอลอีดี
กระโปรงหน้าตกแต่งด้วยสติกเกอร์สีดำด้าน
กระจกมองข้าง พร้อมมือเปิดประตูสีดำ
ตกแต่งประตูด้วยคิ้วกันกระแทกสีดำ
สติกเกอร์ Z71 4X4 ที่ฝากระโปรงท้าย
ล้ออัลลอยสีดำสไตล์สปอร์ตใหม่ขนาด 18 นิ้ว
คิ้วขอบหน้าต่างสีดำ / เสาหลังคากลางสีดำเงา

Chevrolet Trailblazer 2.5 VGT 4WD Z71 คันทดสอบ มีสัดส่วนความยาวที่ 4,887 มิลลิเมตร ความยาวของฐานล้อ 2,845 มิลลิเมตร ส่วนความสูงนั้นมากถึง 1,852 มิลลิเมตร ระยะโอเวอร์แฮงด้านหลัง 1,085 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องที่ 221 มิลลิเมตร เมื่อดูจากตัวเลขของความสูงและระยะห่างจากพื้นจะพบว่า Trailblazer 2.5 Z71 ถูกปรับปรุงโดยเฉพาะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถเพื่อการขับในทุกสภาพทางรวมถึงการวิ่งฝ่าอุปสรรคเช่นสภาพทางทุรกันดาร เส้นทางที่ถูกน้ำท่วมขังในระดับสูงซึ่งรถแบบอื่นไม่สามารถลุยฝ่าไปได้ ด้วยตัวเลขสมรรถนะทางการลุย โดยมีมุมไต่ 29.1 องศา มุมจาก 25.5 องศา และมุมข้าม 22.7 องศา น้ำหนักรถเปล่า 2,122 กิโลกรัม ตัวหนักเอาเรื่องเลยทีเดียว ส่วนน้ำหนักบรรทุกอยู่ที่ 613 กิโลกรัม ศักยภาพการลากจูงทำได้ 2,950 กิโลกรัม สำหรับรถพ่วงที่มีเบรก และ 750 กิโลกรัม สำหรับรถพ่วงที่ไม่มีเบรก สำหรับความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 76 ลิตร

แนวตัวถังด้านข้างมีเส้นนำสายตาที่บริเวณชายล่างของประตูบานหน้าลากไปจนเกือบจะถึงซุ้มล้อหลัง กระจกมองข้างใช้กรอบพลาสติกสีดำ ขอบของกระจกมองข้างมีเลนส์ไฟเลี้ยวสีขาวเพิ่มเข้ามาเพื่อความปลอดภัยยามต้องการเปลี่ยนทิศทาง แนวหลังคาตรงเรียบ ขอบของสันหลังคาติดตั้งชิ้นงานอัลลอยที่มีความแข็งแรงเพื่อรองรับแรคหลังคา สำหรับการบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม ชายล่างของด้านข้างติดตั้งกาบบันไดที่สามารถเหยียบเพื่อเข้าออกจากตัวรถได้อย่างสะดวกเนื่องจากสัดส่วนของความสูง กาบข้างเป็นงานพลาสติกกันกระแทกสีดำ ส่วนซุ้มล้อที่ใหญ่โตแบบ SUV ใส่ล้ออัลลอยลายก้านสีเทา-ดำขนาดขอบ 18 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางออฟโรดเส้นเขื่องยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Dueler H/T ไซส์ 265/60R18 110T ทั้ง 4 ล้อ เป็นยางสำหรับรถออฟโรดกึ่งเรียบกึ่งลุยที่ใช้สำหรับการขับในเมืองหรือวิ่ง ลุยในทางแบบสมบุกสมบันได้ดีรุ่นหนึ่งของวงการรถลุย

สัดส่วนของท้ายรถออกแนวสูงใหญ่ตามแบบอย่างของรถออฟโรดที่ใช้สำหรับการวิ่งตะลุยทั้งทางเรียบและทางฝุ่น ฝาท้ายขนาดใหญ่ปิดทับส่วนท้ายของตัวรถทั้งหมดและเปิดออกได้ด้วยมุมที่กว้างมากเพื่ออำนวยความสะดวกขณะที่ต้องยกสัมภาระขึ้น-ลง บั้นท้ายของ Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD Z71 ใช้ไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่เข้ากันกับทรงของตัวถังบริเวณส่วนท้าย ไฟท้ายแบบ LED เพิ่มความสว่างและคมชัดในด้านมุมมอง หลอดไฟ LED ข้างละ 24 หลอดถูกใช้เป็นไฟหรี่และไฟเบรก ส่วนกรอบด้านบนใช้สีขาวเป็นตำแหน่งของไฟเลี้ยวที่ยังคงใช้หลอดไฟแบบปกติ สปอยเลอร์หลังแบบใหม่ บริเวณมุมด้านข้างของสปอยเลอร์หลังติดตั้งพลาสติกสะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัย ขณะขับหรือจอดรถในที่มืด สปอยเลอร์หลังยังมีชิ้นงานพลาสติกกันกระแทกเหมือนกับด้านหน้า ส่วนท่อระบายไอเสียใช้โลหะพวกสเตนเลสท่อเดี่ยวที่ด้านขวามือ กระจกบังลมบานหลังมีใบปัดน้ำฝนติดมาให้เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองให้มีความกระจ่างหากต้องขับรถฝ่าสายฝน บริเวณขอบด้านบนของฝาท้ายมีไฟเบรกดวงที่สามติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อความปลอดภัยของรถคันหลัง สปอยเลอร์หลังยังมีเซ็นเซอร์ถอยหลังและกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมกับเกียร์ถอย สำหรับที่เก็บยางอะไหล่อยู่บริเวณใต้ท้องรถส่วนในเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย
 

ห้องโดยสารถูกออกแบบโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งานทั้งการขนผู้โดยสาร หรือการบรรทุกสัมภาระ เบาะของ Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD ZZ1 เป็นเบาะโดยสารที่ใช้หนังห่อหุ้ม นอกจากรุ่นสูงสุดแล้ว รุ่นย่อยของ Chevrolet Trailblazer ยังให้เบาะหุ้มหนังมาจากโรงงานเพื่อเพิ่มเติมความหรูหราและสามารถ ทำความสะอาดได้ง่ายกว่าเบาะแบบหุ้มด้วยผ้า เบาะคนขับของ Trailblazer 2.5 Z71 ปรับด้วยไฟฟ้า ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับตั้งด้วยมือแบบแมนนวล เบาะสามารถปรับท่านั่งได้ครอบคลุมทุกสรีระของมนุษย์ จากขนาดความสูงของตัวเบาะจึงไม่ต้องกังวลว่าท่านั่งจะต่ำจนเกินไป ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหลังสามารถพับแบบเอนราบไปกับพื้นได้ทุกตำแหน่งเพื่อการขนของชิ้นโต แถวของเบาะผู้โดยสารตอนหลังยังมีช่องแอร์พร้อมสวิตช์ควบคุมการทำงานเพื่อกระจายความเย็นจากระบบปรับอากาศให้ทั่วถึงและมีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ แบบเขตร้อนของประเทศไทย มือจับที่เปิดประตูใช้โลหะสีเงินเพื่อความสวยงามรวมถึงช่องเก็บของบริเวณแผงประตูก็ยังใช้เก็บของกระจุกกระจิกหรือขวดน้ำเมื่อขับขี่ทางไกล โทนสีดำของห้องโดยสารทำให้ภายในของ Trailblazer 2.5 Z71 ดูสวยงาม มีพื้นที่สำหรับการใช้สอยมากพอสมควร ห้องโดยสารเน้นความโปร่งโล่ง ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ในการวางเท้าซึ่งมีให้มากกว่ารถซีดานคันโต ทัศนวิสัยมุมมองรอบคันที่ดีเกิดขึ้นจากการออกแบบกระจกบังลมให้มีพื้นที่สำหรับการมองเห็นครอบคลุมทั่วทั้งคัน

มิติภายในห้องโดยสาร
ความยาว พื้นที่ช่วงขาเบาะแถวหน้า 1,045 มม.
ความยาว พื้นที่ช่วงขาเบาะแถวที่สอง 879 มม.
ความยาว พื้นที่ช่วงขาเบาะแถวที่สาม 815 มม.
ความสูง พื้นที่ศีรษะเบาะแถวหน้า 1,009 มม.
ความสูง พื้นที่ศีรษะเบาะแถวที่สอง 981 มม.
ความสูง พื้นที่ศีรษะเบาะแถวที่สาม 929 มม.
ความกว้าง พื้นที่ช่วงไหล่ เบาะแถวหน้า 1,488 มม.
ความกว้าง พื้นที่ช่วงไหล่เบาะแถวที่สอง 1,453 มม.
ความกว้าง พื้นที่ช่วงไหล่เบาะแถวที่สาม 1,340 มม.
ความกว้าง พื้นที่สะโพกเบาะแถวหน้า 1,379 มม.
ความกว้าง พื้นที่สะโพกเบาะแถวที่สอง 1,424 มม.
ความกว้าง พื้นที่สะโพกเบาะแถวที่สาม 1,106 มม.
รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง

คอนโซลทำจากพลาสติก ฉีดขึ้นรูป มีดีไซน์ที่เหมาะสมกับมาดรถลุยด้วยเหลี่ยมมุมที่ค่อนข้างลงตัวและการจัดวางอุปกรณ์รวมถึงการใช้งานที่วางตำแหน่งคนขับให้เป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ภายใน คอนโซลสีทูโทนสลับกันระหว่างสีเบสของหนังแท้และสีเทาของชิ้นงานพลาสติก พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้าน ก้านวงหุ้มด้วยหนังแท้สีดำ พวงมาลัยของ Trailblazer 2.5 มีถุงลมนิรภัยและสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงฝั่งซ้ายสำหรับปรับตั้งพวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำได้ แต่ปรับระยะใกล้ - ไกล ไม่ได้ พวงมาลัยออกแบบให้มีการยุบตัวได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ พร้อมสวิตช์ระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติหรือ Cruise Control เพื่อความสะดวกในการวิ่งทางไกลแบบตรงยาว  

คอนโซลกลางและแผงคอนโซลหน้าใหม่ เบาะที่นั่งใหม่หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยสีดำ Jet Black มาตรวัดสำหรับผู้ขับขี่พร้อมภาษาไทย ปรับตำแหน่งของสวิตช์เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งาน ออกแบบและจัดวางห้องโดยสารใหม่ ให้เหมาะกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น พนักพิงศีรษะเบาะที่นั่งคู่หน้าปักลาย Z71 4X4
ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารระบบ Infotainment ที่มีความทันสมัย รองรับการใช้งานได้กว้างและครอบคลุมกับทุกอุปกรณ์เสริม เช่น การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์แบบ Bluetooth การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นภาพและเสียงจากภายนอกพวก AUX-USB iPOD การสั่งงานที่หน้าจอด้วยระบบสัมผัสหรือ Touchscreen พร้อมเมนูภาษาไทยทำให้การใช้งานมีความง่ายจากซอฟต์แวร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด

ระบบ Infotainment ใน ของ Trailblazer 2.5 Z71 ยังบรรจุระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม แผนที่นำทางและเบอร์โทรศัพท์ของร้านค้า โรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศผ่านการใช้งานในเมนูภาษาไทย รองรับการเล่นแผ่น DVD สำหรับการดูภาพยนตร์ที่มีความคมชัดสูงผ่านจอมัลติฟังก์ชันขนาด 8 นิ้ว สำหรับการเล่นภาพจาก DVD ทาง Chevrolet คำนึงถึงความปลอดภัยขณะขับขี่จึงไม่สามารถที่จะเล่นภาพในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ได้ โหมดการเล่น DVD จะทำงานก็ต่อเมื่อตัวรถจอดนิ่งสนิทเท่านั้น ส่วนกล้องมองหลังที่ทำงานต่อพ่วงกับเกียร์ถอยหลังแสดงภาพด้านหลังทั้งหมด พร้อมเส้นระนาบที่แจ้งเตือนระยะห่างของส่วนท้ายกับวัตถุกีดขวางโดยมีสัญญาณ เสียงแจ้งเตือนไปพร้อมๆ กับภาพจากกล้องมองหลังเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากขนาดและสัดส่วนความสูงของตัวรถ

Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD Z71 วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 สูบรุ่นใหม่ล่าสุดรหัส Duramax XLDE25 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาเพื่อให้แรงบิดสูงสุดในย่านรอบเครื่องที่ต่ำกว่าเครื่องตัวเก่า เครื่องยนต์ดีเซล Duramax XLDE25 มีปริมาตรความจุรวม 2,499 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดแรงดันสูงแบบคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น 16 วาล์ว ระบบเพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ ชุดอัดอากาศใช้เทอร์โบใหม่พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์เพื่อลดอุณหภูมิของอากาศและเพิ่มความหนาแน่นของอากาศก่อนที่จะประจุเข้าไปยังท่อร่วมไอดี เครื่องยนต์ดีเซล Duramax XLDE25 มีความกว้างกระบอกสูบที่ 92.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัดที่ 16.5:1 ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า หรือ 132 กิโลวัตต์ ที่ย่าน 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตรหรือ 45.0 กิโลกรัม/เมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ XLDE25 ติดตั้งยางรองแท่นเครื่องยนต์แท่นเกียร์และยางรองตัวถังใหม่ เพื่อลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน 

ระบบส่งกำลังในรถคันทดสอบวางเกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 6 สปีด ส่วนระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน อิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ส ส่วนระบบรองรับด้านหลังใช้แบบคอยล์สปริง 5 Link Coll Rear Suspension สำหรับระบบห้ามล้อมีการติดตั้งดิสเบรกหลังมาให้จากโรงงานตั้งแต่ออกขาย จานดิสเบรกด้านหน้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร ส่วนจานเบรกหลังมีขนาด 318 มิลลิเมตร พร้อมหม้อลมเบรกขนาด 10.5 นิ้ว คาร์ลิปเปอร์อัลลอยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดิสเบรกประสิทธิภาพดีรองรับการเบรกด้วยตัวช่วยเบรก เช่น ABS ป้องกันล้อล็อก ระบบเสริมแรงเบรก EBD ระบบช่วยเบรกกะทันหัน PBA ระบบเพิ่มแรงเบรก HBA

ส่วนตัวช่วยอื่นๆ สำหรับการทรงตัวยังมีมาให้อีกเพียบเช่น ระบบป้องกันการไหลของตัวรถขณะขับลงจากทางลาดชัน หรือ HDC Hill Descent Control ระบบป้องกันการไหลของตัวรถขณะขับขึ้นทางลาดชันหรือ HAS ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TSC ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวหรือ ESP ระบบช่วยเบรกขณะขับเข้าสู่ทางโค้งหรือ CBC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีหรือ Limited Slip ระบบบังคับเลี้ยวปรับจากพวงมาลัยเพาเวอร์สายพานมาเป็นระบบพวงมาลัยไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง

ร่ายกันยาวเหยียดสำหรับรายละเอียดของตัวรถเผื่อท่านที่สนใจจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ เวลาแห่งการทดสอบเริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ในจังหวัดเชียงราย หลังจากแหกขี้ตาตื่นตอนตีสี่เพื่อให้ทันเวลาบินเดินทาง ผมกับเพื่อนสื่อมวลชนสายรถยนต์ก็มาถึงยังจังหวัดเชียงราย หัวเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทยที่มีภูมิประเทศเหมาะกับการขับทดสอบรถยนต์ออฟโรด ค่าย Chevrolet นั้นต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการต่อกรกับคู่ต่อสู้กับรถคู่แข่งอย่าง Toyota Fortuner Mitsubishi Pajero Sport  Ford Everest ซึ่งครองตลาดรถยนต์ออฟโรดและทำตัวเลขยอดขายไล่เรียงลดหลั่นกันไปตามค่านิยมของคนไทย

จุดกำเนิดของเครื่องยนต์ Duramax XLDE25 มันคือเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบที่แตกไลน์มาจากเครื่องดีเซล 2.8 ลิตร รหัส XLD28 ของ Trailblazer โดยปรับให้เครื่องยนต์รุ่นนี้มีประสิทธิภาพในด้านการเทแรงบิด XLDE25 ใช้เทคโนโลยีใหม่หมดทั้งบล็อก รวมถึงชิ้นส่วนและกลไกภายในก็ยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อลดเสียงการทำงานในรอบเดินเบาให้ลดลงอีกด้วย

การออกแบบและพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวเพื่อทำให้มันเป็นขุมกำลังที่จะวางลงในรถยนต์รถออฟโรดอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Chevrolet โดยมีเป้าหมายไปที่การเพิ่มแรงบิดรอบต่ำให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น คนของ Chevrolet แจ้งมาว่า Trailblazer 2.5 4WD Z71 เป็นรถลุยที่มีพละกำลังมหาศาลในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์แย่ๆ แทบจะไม่แตกต่างไปจากรุ่น 2.8 ลิตร

เครื่องยนต์ดีเซล Duramax XLDE25 มีความจุรวม 2,499 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้าแรงดันสูงแบบคอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ ระบบความร้อนด้วยน้ำพร้อมกับระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน Variable Geometry Turbocharger (VGT) ที่ได้รับการคำนวณค่าของการบูสพลังให้มีความเหมาะสมกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือแรงบิด 440 นิวตันเมตร หรือ 45 กิโลกรัมเมตรเป็นแรงบิดที่มาในรอบต่ำที่ 1,250-2,000 รอบต่อนาที

เริ่มออกเดินทางจากร้านอาหารในตัวจังหวัดเชียงราย โดยมุ่งหน้าไปยังดอยตุงและดอยช้างมูบ สภาพการควบคุมใน Trailblazer 2.5 Z71 คล้ายกับการขับรถออฟโรดพีพีวี-เอสยูวีที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถเก๋งซีดาน ในตำแหน่งเบาะคนขับและคนนั่งหน้าสามารถมองเห็นได้ไกล เบาะหนังรองรับก้นกบได้ดีจากความนุ่มของฟองน้ำและหนังที่ใช้ห่อหุ้ม การขับที่ย่านความเร็วต่ำในเมือง พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าให้ความรู้สึกที่หนักแน่นและมั่นคงในย่านความเร็วต่ำ การออกตัวจากสัญญาณไฟจราจรไม่มีคำว่าอืดอาดชักช้า

น้ำหนักตัว 2.2 ตัน ไม่สร้างภารกรรมให้กับระบบขับเคลื่อนของรถคันนี้ เนื่องจากแรงบิดที่มากเกินพอและมาในรอบที่ต่ำมากเพียงแค่กดคันเร่ง เมื่อรอบเครื่องยนต์ไหลไปถึง 1,250 รอบต่อนาที มันจะพุ่งออกจากจุดหยุดนิ่งพร้อมเสียงเครื่องดีเซล 2.5 ลิตรที่คำรามแบบแปลกๆ ความกว้าง 1,902 มิลลิเมตรให้ความรู้สึกถึงความใหญ่โต ส่วนความยาว 4,887 มิลลิเมตรสูสีกับซีดานขนาดกลาง แต่สัดส่วนของความสูงที่ 1,852 มิลลิเมตร ทำให้การมองไปข้างหน้าไกลจนทำให้คุณมองเห็นได้ยันสุดปลายของถนนอีกด้าน การมองเห็นได้ไกลกว่าช่วยทำให้คุณประเมินแล้วตัดสินใจได้ดีขึ้นอีกด้วย 

Chevrolet Trailblazer 2.5 Z71 ทำตัวได้กลมกลืนกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยป่าดิบชื้นและภูเขาที่มีความสูงชัน วิ่งออกมาจากในเมืองแค่นิดเดียว ความสามารถในการลุยทางวิบากก็ถูกใช้งานทันที! รถลุยแบบออฟโรดนั้นแทบทุกคันจะขึ้นตรงกับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ เจ้า Z71 มีสวิตช์ให้ปรับการขับขี่ได้หลายรูปแบบ โดยมีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลังปกติและขับเคลื่อนทุกล้อแบบ 4 Low และ 4 High เมื่อใช้งานบนทางราบการขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังที่ใช้สำหรับการวิ่งบนผิวทางเรียบๆ ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิง พอมาถึงช่วงที่ต้องลุยป่าฝ่าไร่ข้าวโพด แค่บิดสวิตช์ไปที่ 4H กลไกการขับเคลื่อน 4 ล้อก็จะเริ่มต้นการทำงานทันที

ในปัจจุบัน รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะที่ใช้สำหรับเดินทางเคลื่อนที่เท่านั้น มันยังเป็นพาหนะของครอบครัวที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ คอยประคับประคองช่วยเหลือทำให้การขับของคุณกับการนั่งโดยสารของภรรยาและลูกๆ มีความสะดวกสบายและปลอดภัย Chevrolet Trailblazer 2.5 Z71 ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพาหนะสำหรับขับไปทำงานทุกวันและพาครอบครัวออกไปท่องเที่ยวผจญภัยในวันหยุดพักผ่อน เป็นรถ PPV-SUV ที่ใส่มาให้ทั้งความหรูหรากับพลังในการที่จะเอาตัวรอดจากทางแย่ๆ (แต่มีความงดงามของธรรมชาติแอบแฝงอยู่) ในเขตที่ค่อนข้างรกร้างและห่างไกลจากศูนย์หรือปั๊มเชื้อเพลิง คุณอาจต้องการรถยนต์ออฟโรดที่มอบความเชื่อมั่นได้สูงกว่ารถประเภทอื่นๆ และ Trailblazer สามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างสบายๆ

ทางสมบุกสมบันที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อเนินดินชันๆ และหล่มโคลนลื่นๆ พร้อมจะกลืนกินรถยนต์ทุกคันที่ไม่มีความสามารถมากพอสำหรับการลุยแบบเต็มเหนี่ยว แต่ไม่ใช่สำหรับ Trailblazer บนเส้นทางที่จะเข้าสู่ไร่นาของชาวบ้านในแถบวัดม้าทองของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากเป็นเส้นทางออฟโรดเล็กๆ ที่ใช้ขับทดสอบกันพอหอมปากหอมคอไม่ได้โหดเหมือนทุ่งใหญ่นเรศวรช่วงฤดูฝน ผมแทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากนักในการเอาตัวรอด เพียงแค่ประคองพวงมาลัยไปยังทิศทางที่ถูกต้อง ใช้คันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อต้องทดสอบผ่านทางแย่ๆ แบบนี้ ระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติบนทางลาดชัน HDC - Hill Descent Control เข้ามาแทรกแซงโดยจะจัดการกับคันเร่งให้มีความเหมาะสมกับองศาของการปีนป่าย มันช่วยให้คุณและรถอยู่รอดปลอดภัยเมื่อต้องวิ่งเข้าไปยังพื่นที่ซึ่งรถเก๋งไม่สามารถเข้าถึงได้

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ Trailblazer 2.5 4WD Z71 วางสวิตช์ควบคุมไว้ใกล้กับซุ้มเกียร์ โดยออกแบบสวิตช์ให้ใช้งานในลักษณะปุ่มหมุน การสลับระบบขับเคลื่อนจาก 2 ล้อหลังที่ใช้ขับเดินทางปกติมาเป็น 4H สามารถทำได้โดยหมุนปุ่มควบคุมไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดรถให้นิ่งสนิทแต่อย่างใดทั้งสิ้น ในการลุยแบบเต็มข้อบนเส้นทางวิบาก ระบบช่วยขับเคลื่อนสู่ทางลาดชัน หรือ HDC - Hill Descent Control เข้ามาควบคุมความเร็วของรถขณะขับลงทางที่มีความชันมากกว่าปกติ ระบบจะเข้ามาหน่วงความเร็วของรถโดยใช้เบรกแบบอัตโนมัติ แต่ไฟเบรกจะไม่ทำงาน เนื่องจากการเบรกเกิดขึ้นจากระบบไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะผู้ขับขี่เหยียบแป้นเบรก ระบบ HDC - Hill Descent Control จะหยุดทำงานแบบอัตโนมัติทันทีที่รถกลับคืนเข้าสู่องศาหรือระนาบของการวิ่งแบบพื้นราบ ด้วยประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนในรูปของแรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ถูกกระจายไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ

ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Triptronic +/- สำหรับการชิฟอัตราทดด้วยตัวของผู้ขับขี่เองโดยไม่มีแป้น Paddle Shift เหมือนรถคู่แข่งอย่าง Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport ระบบเกียร์ของ Z71 คือระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ในเจนเนอเรชั่นที่สองของค่าย GM และถูกพัฒนาอย่างเข้มข้นในด้านซอฟต์แวร์ใหม่ที่ใช้ควบคุม ช่วยให้การทดกำลังในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์รวดเร็วและนิ่มนวล ความแข็งแกร่งของโครงสร้างเกียร์ขับสี่ล้อกับชิ้นส่วนภายในพวกเฟืองและช่องทางของเหลวที่ใช้หล่อลื่น

เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด มีการออกแบบการทำงานให้เหมาะสมกับทุกย่านความเร็วรอบ ในโหมดแมนนวลที่ผู้ขับขี่ต้องการจะชิฟเกียร์เอง ผมลองใช้งานด้วยการโยกคันเกียร์ออโต้ไปทางด้านซ้าย เมื่อดันเข้ามาหาตัวเกียร์จะลดตำแหน่งลงทันที 1 ตำแหน่ง การตอบสนองต่อการชิฟเกียร์เมื่อต้องขับอยู่บนเส้นทางที่มีความคดเคี้ยว มีประสิทธิภาพที่ใช้ได้ เกียร์ 1-2-3 ใช้สำหรับเรียกแรงบิด ส่วนเกียร์ 6 ออกแบบมาให้เป็นเกียร์ Overdrive ซึ่งเข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์ ทำให้ย่านความเร็วเดินทางในระดับ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีรอบเครื่องที่ไม่สูงจนทำให้กินเชื้อเพลิง

อัตราสิ้นเปลืองช่วงขับทดสอบวัดอะไรไม่ได้เนื่องจากเส้นทางและการขับทดสอบที่เน้นรีดพลังจากเครื่องยนต์เป็นหลัก อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้งในและนอกเมืองทำได้ 16.2 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการใช้งานบนทางแบบผสมที่มีทั้งทางราบและเส้นทางบนภูเขา การทดกำลังของเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้ความรู้สึกถึงการทำงานของกลไกในแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์บนความต่อเนื่องเรียบลื่น เสียงเครื่องยนต์เงียบกว่าเดิมเล็กน้อยแต่แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลก็ยังอยู่เหมือนเดิมเช่นกัน!

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Chevrolet Trailblazer ด้านหน้าใช้แบบอิสระปีกนกสองชั้นบวกกับคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊สที่ได้รับการปรับปรุงค่าการยืดและการยุบตัวเพื่อทำให้เกิดความเสถียรพร้อมๆ ไปกับความนุ่มนวลขณะขับขี่ จุดยึดที่ผ่านการคำนวณค่าทางเรขาคณิตใหม่ทำให้ช่วงล่างด้านหน้าหนึบแน่นขึ้น ส่วนระบบรองรับของ Chevrolet Trailblazer ที่ด้านหลังนั้นเป็นคอยล์สปริงแบบ 5 Link Coll Rear Suspension รองรับภารกรรมของการบรรทุกทั้งผู้โดยสารจำนวน 7 คน พร้อมกับสัมภาระเต็มพิกัด

ช่วงล่างของ Chevrolet Trailblazer ถูกออกแบบให้มีความแข็งแกร่งสมบุกสมบันรองรับการขับขี่ที่ไม่ปกติบนเส้นทางวิบากออฟโรดซึ่งผู้ขับจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการควบคุม แชสซีที่คำนวณค่ามาเพื่อให้มีความคงทนต่อแรงบิดที่เข้ามากระทำในขณะที่ตัวรถกำลังเข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือแม้แต่การวิ่งขึ้น-ลงภูเขาหรือการไต่เนินลาดชันที่องศาของรถจะมีค่าและมุมที่ไม่ปกติเหมือนกับการวิ่งบนทางตรงเรียบๆ

สำหรับการถ่ายเทน้ำหนัก เนื่องจากขนาดความสูงของตัวรถ ข้อจำกัดของการถ่ายเทน้ำหนักไปบนทางโค้งยังคงใกล้เคียงกับรถคู่แข่ง ทั้ง Fortuner Everest และ Pajero Sport เมื่อความเร็วในการขับเข้าโค้งไม่สูงมากจนเกินไปและอยู่ในที่พอดีกับสภาพของทางโค้ง เจ้า Chevrolet Trailblazer สามารถส่งมอบการควบคุมด้วยความมั่นใจในระดับที่ดีพอสมควร ความสูง 1,852 มิลลิเมตร กับช่วงล่างแบบพร้อมลุยและมวลน้ำหนัก 2.2 ตันนั้นควรชะลอความเร็วด้วยการเบรกและเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำก่อนที่จะหักพวงมาลัยเข้าสู่ทางโค้งโดยเฉพาะโค้งมุมแคบ เกียร์ 6 สปีดฉลาดปราดเปรื่องใช้ได้ มันคอยลดเกียร์ให้เมื่อผมใช้เบรกก่อนมุดเข้าโค้งบนเส้นทางภูเขาโดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปยุ่งกับคันเกียร์เพื่อเปลี่ยนอัตราทดในตำแหน่ง +/- ทำให้ขับได้ง่ายและมีความสบายพอสมควร

ด้วยเงินที่คุณต้องจ่ายออกไปในจำนวน 1.49 ล้านบาท แลกกลับคืนด้วยรถ PPV- SUV ที่มีเครื่องยนต์ที่ถือว่าใช้ได้นับว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับราคาค่าตัว คุณจะได้รถยนต์ที่สามารถเดินทางไปเกือบจะทุกที่ในประเทศนี้ ด้วยประสิทธิภาพของแรงบิด ซึ่งช่วยทำให้คุณเอาตัวรอดได้ในแทบจะทุกสถานการณ์ของการเดินทาง ทั้งทางเรียบและทางวิบากสมบุกสมบัน คุณจะได้รถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง จากพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ในการวางเท้ารวมถึงพื้นที่ในการขนสัมภาระชนิดจุใจ คุณจะได้ระบบ infotainment เครื่องเสียงและระบบนำทางขนาดจอ 8 นิ้ว ที่มีความทันสมัยและครอบคลุมการใช้งานในการต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ภายนอก

รถ Chevrolet Trailblazer 2.5 VGT Z71 4WD มีแทบจะทุกอย่างที่คุณอยากได้ โดยตัดระบบที่มีความสลับซับซ้อนออกไปเพื่อความคงทนสมบุกสมบัน เหมาะสมกับมาดรถลุยแนวอเมริกันของคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ที่สวยงามแต่เข้าถึงได้ยากจากความวิบากของเส้นทาง นอกจากเครื่องยนต์ดีเซลที่มีศักยภาพพอตัวแล้ว เกียร์ออโต้ 6 สปีดยังมีการทำงานที่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในด้านของระบบส่งกำลัง เกียร์สามารถถ่ายเทแรงบิดได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เปลี่ยนเกียร์ว่องไวเมื่อคุณต้องการชิฟเกียร์ด้วยตัวเอง หรือปล่อยให้ ECU ที่ควบคุมเกียร์ทำหน้าที่ของมันไปตามเรื่องตามราวก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและระบบรองรับของ Z71 ถูกออกแบบมาเพื่อการจัดการกับสภาพทางที่แย่สุดๆ ไม่หวั่นทั้งงานปีนเขาตะกายเนินหินหรือวิ่งลุยหล่มโคลนรวมถึงการวิ่งฝ่าน้ำท่วมจากขนาดของความสูงน้องๆ รถบรรทุก 6 ล้อ! การขนสารพัดสิ่งของจากแม่บ้านนักช็อปที่ชอบซื้อของเข้าบ้านในจำนวนคราวละมากๆ ทำให้คุณภรรยารู้สึกพอใจไม่บ่นเรื่องพื้นที่ใช้งานอีกต่อไป

ตลอดระยะเวลาของการขับทดลองประสิทธิภาพของ Trailblazer 2.5 VGT Z71 4WD มันวิ่งได้ดีแต่มีเสียงดังเมื่อใช้รอบสูงซึ่งเป็นเรื่องปกติของเครื่องยนต์ดีเซล แม้สภาพอากาศในวันทดสอบจะไม่ค่อยเป็นใจมากนักเนื่องจากมีทั้งฝนและฝุ่นรวมถึงขี้โคลน มันคือการขับทดสอบรถยนต์ SUV บนเส้นทางที่สวยงามแต่รายล้อมด้วยอันตราย! Chevrolet ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้พิสูจน์แล้วว่ามันสามารถรับมือกับเส้นทางหฤโหดเกือบจะทุกรูปแบบของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่ทางแย่ๆ ทั่วโลก

ขณะที่กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามเส้นทางดอยตุง-ดอยช้างมูบ ทัศนียภาพอันน่าตื่นตะลึงก็ปรากฏขึ้น ผมจอดรถบนยอดดอยช้างมูบซึ่งเป็นภูเขาสูงชันกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและพม่า แล้วเปิดประตูออกมาเดินสูดบรรยากาศยามเย็นของป่าเขาลำเนาไพรในแถบจังหวัดเชียงราย ซึ่งนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ในสถานที่แบบนี้ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งขึ้น-ลงเนินสูงชันกับเหวลึกที่สร้างความหวาดเสียวให้กับคนที่กลัวความสูง ที่แบบนี้หากจะขับรถสักคันขึ้นไปเที่ยวกับครอบครัวหรือคนรัก คุณต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่างโดยมีพาหนะชั้นดีคอยประคับประคองให้เดินทางถึงจุดหมายทั้งไปและกลับได้อย่างปลอดภัย พาหนะคันดังกล่าวก็คือ Chevrolet Trailblazer 2.5 VGT Z71 4WD คันนี้นี่เอง.

สีตัวถัง
สีน้ำเงิน Blue Me Away
สีขาว Abalone White
สีขาว Summit White
สีเงิน Switchblade Silver
สีเทา Satin Steel Gray
สีน้ำตาล Auburn Brown
สีแดง Pull Me Over Red
สีดำ Black Meet Kettle

ชุดบังคับเลี้ยว
ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักแปรผันตามความเร็ว ที่มีน้ำหนักเบา อำนวยความสะดวกสบายขณะขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำหรือขณะจอดรถ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้านี้จะมีน้ำหนักมากขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน

ระบบความปลอดภัย 
ฟังก์ชันรีโมต สตาร์ต ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ เพื่อให้ห้องโดยสารมีอุณหภูมิที่เย็นสบายก่อนขึ้นรถ
กระจกหน้าต่างคู่หน้าจะเลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการปิดประตู
ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert)
ระบบแจ้งเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)
เซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำฝน
ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
เซนเซอร์ตรวจจับวัตถุขณะจอดรถด้านหน้าและด้านหลัง
กล้องมองหลัง
ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning)
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert)
ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง
ถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่า (สำหรับผู้ขับขี่)
ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับผู้โดยสารแถวสอง
ระบบสื่อสารบันเทิง หน้าจอสีขนาด 8 นิ้ว ระบบสัมผัส พร้อมระบบแผนที่นำทาง รองรับการเชื่อมต่อสื่อสารกับโทรศัพท์ ผ่านแอปเปิล คาร์เพลย์และแอนดรอยด์ ออโต้


CHEVROLET TRAILBLAZER 2.8 LTZ1 4WD SPECIFICATIONS
แบบตัวถัง.............................................. PPV SUV อเนกประสงค์ 5 ประตู 7 ที่นั่ง
ผู้ผลิต.....................................................General Motor GM
ฐานล้อ...................................................2,845 มิลลิเมตร
ความ กว้างล้อหน้า/หลัง .............................1,570/1,570 มิลลิเมตร
เครื่องยนต์............................................. ดีเซลคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
ปริมาตรความจุ .....................................2,499 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก.............................92.0 มิลลิเมตร x 94.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด...................................16.5:1
กำลังสูงสุด.............................................180 แรงม้า (PS) 132 กิโลวัตต์ ที่ 3,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด...........................................440 นิวตันเมตร 45 กิโลกรัม/เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง........................................เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อมทริปทรอนิกส์
ระบบขับเคลื่อน.................................... 2-4 ล้อ Part Time / Full Time
ระบบบังคับ เลี้ยว..................................แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมปั๊มเพาเวอร์ไฟฟ้าผ่อนแรงหมุน 
ระบบกันสะเทือนหน้า...........................อิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง............................5 Link คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า.....................................จานดิสเบรกขนาด 300 มิลลิเมตร พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรกหลัง.....................................จานดิสเบรกขนาด 318 มิลลิเมตร พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบช่วยเบรก.....................................ABS, EBD, PBA, CBC, HBA และ HBFA
มิติตัวถัง
ความกว้าง...............................................1,902 มิลลิเมตร
ความยาว.................................................4,887 มิลลิเมตร
ความสูง..................................................1,852 มิลลิเมตร
ฐานล้อ....................................................2,845 มิลลิเมตร
ช่วงล้อหน้า-หลัง........................................1,570-1,570 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น.......................................217 มิลลิเมตร
ล้อ และยาง..............................................อัลลอยขอบ 18 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Dueler H/T ไซส์ 265/60R18 110T ทั้ง 4 ล้อ


- ฝาครอบกระจกมองข้าง สีดำ
- มือจับประตูสีดำ
- วัสดุหุ้มเบาะและแผงประตู หนัง / สังเคราะห์
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
- กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
- ลำโพง 8 ตัว แบบ Premium
- ที่นั่งคนขับปรับระดับได้ 6 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
- ระบบเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HILL DESCENT CONTROL (HDC)
- ระบบป้องกันการไหลของรถ เมื่อขึ้นทางชัน HILL START ASSIST (HSA)
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TRACTION CONTROL SYSTEM (TCS)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ELECTRONIC STABILITY PROGRAM (ESP)
- ระบบช่วยเบรกในขณะเข้าโค้ง CORNERING BRAKE CONTROL (CBC)
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีของล้อหลัง LIMITED SLIP

ความปลอดภัย
- รีโมตคอนโทรลพร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer
- พวงมาลัยพาวเวอร์ ยุบตัวได้เมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า
- คานเหล็กนิรภัยกันกระแทกด้านข้าง
- ถุงลมนิรภัย SRS ด้านคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า
- เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ที่ตำแหน่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า ปรับระดับสูง-ต่ำได้ (PRETENSIONER & LOAD LIMIT)
- เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ที่ตำแหน่งผู้โดยสารตอนที่ 2
- เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดที่ตำแหน่งผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ
- ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบไฟฟ้า

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/