วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ศานิตย์’ คุย ’ราชสิทธ-กรุงธน’ ถามตีกันทำไม ห่วง นศ.ทุกคนเหมือนลูกหลาน

ผบช.น.เดินทางให้กำลังใจ เข้าพูดคุยนักศึกษา 2 สถาบัน “วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม-เทคโนโลยีกรุงธน” ถามทำไมต้องตีกัน เป็นห่วงอนาคตของทุกคน เหมือนลูกหลาน พร้อมยืนยันใครทำผิดจะถูกจับมาดำเนินคดีทางกฎหมายให้หมด

จากกรณีมีกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามจำนวนมาก ขี่รถจักรยานยนต์รวมตัวปิดถนนเพชรเกษม ก่อเหตุใช้มีดและระเบิดถล่มกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

วันนี้ 31 ส.ค. 60 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางเข้าพบนักเรียนนักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม และ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ และให้กำลังใจกับนักเรียน-นักศึกษาที่ปฏิบัติตัวดีอยู่แล้ว โดยมี นายสาคม คันธโกวิท ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม และ ดร.จินตนา จันทร์เจริญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน ให้การต้อนรับ ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้พูดทำความเข้าใจกับนักเรียน นักศึกษา ว่า ในวันนี้ที่เดินทางมา เพราะมองว่าเด็กๆ ทุกคน เป็นลูกหลาน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบกรุงเทพมหานคร จึงอยากให้กรุงเทพมหานครมีความสงบสุข เรียบร้อย นี่คือเป้าหมายของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

“นักเรียน นักศึกษาทุกคนก็จำเป็นที่จะต้องมีเป้าหมายในชีวิต เพราะถ้าไม่มีเป้าหมายในชีวิตก็เหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ เมื่อออกทะเลก็จะหลงทิศหลงทาง ในวันนี้เดินทางมาด้วยใจ เพราะให้ความสำคัญกับนักเรียน นักศึกษา มากกว่าภารกิจอื่นๆ เพราะคำว่ารัก เชื่อว่าสถาบันมีคนดีเกือบทุกคน แต่อาจจะมีคนไม่ดีแฝงเข้ามาเพื่อยุยงส่งเสริมให้เสียอนาคต กฎหมายมีไว้คุ้มครองคนดี ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องได้รับโทษ”

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้ถามนักเรียน นักศึกษา ว่าทำไมต้องตีกัน ตีกันมาตั้งแต่เมื่อไร สาเหตุที่ตีกันเพราะอะไร แล้วมีความเกี่ยวข้องกับตัวเองหรือไม่ ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตัวนักเรียน นักศึกษาเลย เป็นเพียงเพราะรุ่นพี่ที่ไม่ดีมาเสี้ยมสอน ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าประณามรุ่นพี่ที่ไม่ดี ที่มาปลูกฝังทำให้อนาคตรุ่นน้องเสียหาย อยากให้นักเรียน นักศึกษาลองนั่งคิดดูว่าการไปตีกันนั้นได้ประโยชน์อะไรบ้าง และยังทำให้นักเรียน นักศึกษา ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องระแวงว่าอาจจะโดนทำร้ายร่างกายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

สำหรับรุ่นพี่ที่ยุยงส่งเสริม สนับสนุนช่วยเหลือ จะต้องได้รับโทษจับตัวมาติดคุกให้หมด โทษของผู้ที่ยุยงส่งเสริมคือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากยุยงแล้วเป็นเหตุให้นักเรียนหรือนักศึกษาไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น ผู้ยุยงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการยุยงนี้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพราะการทะเลาะวิวาท หรือทำร้ายร่างกาย ผู้ยุยงต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากใครทำผิด น.1 จะดำเนินการจับกุมมาลงโทษทางกฎหมายให้หมด.