วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออม อาร์สยาม ประกาศปิดตำนาน บลูเบอร์รี่ ทำใจวัฏจักรเพลงลูกทุ่ง

ออม เพลินศิลป์ เกตุแก้ว หรือ ออม บลูเบอร์รี่ 1 ในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปลูกทุ่งแนวใหม่สุดเซ็กซี่ บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม ที่เคยสร้างประวัติการณ์เพลงฮิตร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง อย่างเพลง ชิมิ ชิมิ มาแล้ว

และล่าสุดหลังจากมีข่าวผู้ปลุกปั้น เณร ศุภชัย นิลวรรณ โบกมือลาอาร์เอสฯ จนสะเทือนวงการลูกทุ่ง ทำให้ ออม อาร์สยาม 1 ในสมาชิกบลูเบอร์รี่ ตัดสินใจขอปิดตำนานบลูเบอร์รี่ มาเอาดีด้านธุรกิจเลี้ยงปากเลี้ยงท้องแทนการเป็นนักร้องลูกทุ่งซะแล้ว โดยสาวออมเปิดใจถึงการยุติการใช้นามสกุล บลูเบอร์รี่ ว่า 

“รู้สึกกับครั้งนึงในชีวิตที่ผ่านมา เคยเดินไปแตะจุดที่พีคที่สุดในการเป็นศิลปิน ได้เดินทางไปออกคอนเสิร์ตทั่วไทย ได้มีโอกาสเดินทางไปเป็นตัวแทนศิลปินจากประเทศไทยในต่างประเทศ ออมเกิดมาชีวิตนี้คุ้มค่ามากๆ ได้เจอคนหลายรูปแบบ

ได้มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ได้เห็นเบื้องหน้าและเบื้องหลังของคนในวงการมายา ได้ผ่านทั้งจุดที่มีความสุขที่สุดและเจ็บที่สุดในการทำงานและทุกๆ อย่างมันคือความทรงจำและบทเรียนที่สำคัญมากๆ มันเป็นสิ่งที่ส่งต่อให้เราออกแบบทางเดินเราต่อได้

ถามว่าใจหายมั้ย ที่ต้องปิดตำนานบลูเบอร์รี่แยกย้ายกันไป ลึกๆ ใจหายมากๆ ค่ะ เพราะออมก็ยังคงรักการร้องเพลง แม้ตอนนี้จะไม่ได้ออกงานในนามบลูเบอร์รี่ ทางลูกค้าก็สามารถซื้องานคอนเสิร์ตแยกเดี่ยวของออมได้ และทุกครั้งที่ขึ้นไปยืนร้องเพลงเรามีความสุขและไม่อยากลงจากเวที

คิดถึงภาพบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยตระเวนออกคอนเสิร์ตทุกวัน แต่ก็อย่างว่าค่ะอาจจะถึงเวลาของคลื่นลูกใหม่ๆ ที่เข้ามาแล้ว เราก็ต้องเข้าใจในวัฏจักรนี้ ถามว่าท้อมั้ยที่หลังๆ มางานเพลงเราลดลง ก็มีบ้างคะ เราก็ค่อยๆ ทำใจไว้ตั้งนานแล้ว และออมเองก็ได้แพลนทุกอย่างไว้สำรอง

ประมาณ 5 ปีก่อน คิดไว้ว่าควรจะทำอะไรถ้าชื่อเสียงมันค่อยๆ หมดไป และมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาแทนที่ โชคดีที่วางแผนการเงินไว้ เพราะแม่กับพ่อจะเตือนตลอดว่างานในวงการมันไม่ได้มั่นคง มันจะมีเวลาของมัน ให้มีสติและถึงขั้นบังคับให้เราวางแพลนไว้ให้หมดตั้งแต่เพลงชิมิดังเลยค่ะ

ตอนนี้ก็ถึงเวลาหยุดงานร้องเพลง มาทำธุรกิจส่วนตัว เพราะออมชอบขายของ ชอบความสวยความงาม ชอบเครื่องสำอางและถนัดด้านนี้และรักในงานด้านนี้ ชอบคิดไอเดียทางการตลาด เงินที่เก็บจากตอนที่มีคอนเสิร์ตก็เอามาต่อยอดค่ะ มาลงทุน ขายดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ปิดไปบ้าง เปลี่ยนมือบ้าง ก็ทำไปค่ะ แต่ไม่ท้อเพราะมันท้าทายดี

ตอนนี้ออมเรียนการตลาด ลงคอร์สเรียน ทั้งในไทยและต่างประเทศ เรียนภาษาเพิ่ม ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น เพราะถือว่า การลงทุนพวกนี้ แพงหน่อยแต่มันก็ใช้ทำเงินได้ ล่าสุดตอนนี้พอเราไปเห็นไปลองอะไรดีๆ ของคุณภาพดีๆ ที่ญี่ปุ่นก็เลยอยากลองนำเข้ามาขายให้คนไทยดู"