วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมื่อ “ซีเกมส์” เป็น “ซีโกง” แสดงว่าเกมส์นี้ยังมีคุณค่า

โดย ซูม

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพจบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันพุธ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่นไปทั่วอาเซียนว่า “ซีเกมส์” ครั้งนี้ เป็น “ซีโกง” เพราะเจ้าภาพทำทุกอย่างเพื่อจะให้ได้เหรียญทองมากที่สุด และในที่สุดก็ได้ไปสมใจหมาย

เฟซบุ๊กอารมณ์ขันของชาวเวียดนามรายหนึ่งกลายเป็นข่าวดัง เมื่อเขาจัดอันดับประเทศที่ได้รับตารางเหรียญเสียใหม่ แทนที่จะเริ่มจากอันดับ 1-2-3-4-5 ที่มีการจัดอย่างเป็นทางการตามปกติ

เขากลับเริ่มด้วยอันดับ 0-1-2-3 ทำให้มาเลเซียซึ่งได้เหรียญทองมากที่สุดอยู่ในอันดับ 0 ไทยแลนด์ที่ได้อันดับ 2 เลยเป็นอันดับ 1 และเวียดนามของเขาจากอันดับ 3 ก็มาเป็นอันดับ 2

เรียกเสียงฮาได้ทั่วอาเซียน

สำหรับเฟซบุ๊กในไทยแลนด์นั้น ไม่ต้องพูดถึงละ ทั้งดุ ทั้งด่า ทั้งระบายอารมณ์ ตำหนิเสือเหลืองทุกวัน ไม่มีว่างเว้น

ผมมองต่างมุมกับโซเชียลครับ และไม่โกรธเลยที่มาเลเซียทำให้ “ซีเกมส์” ครั้งนี้เป็น “ซีโกง” อย่างที่มหาชนชาวโซเชียลตั้งฉายาไว้

ในทางตรงข้าม ผมกลับดีใจมากที่มาเลเซียมีความต้องการ มีความมุ่งมาดปรารถนาที่จะเป็นเจ้าซีเกมส์ หรือเป็นเจ้าเหรียญทองของการแข่งขัน จนทำทุกๆอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเหรียญทองดังที่เป็นข่าว

แสดงให้เห็นว่า มาเลเซียยังเห็นคุณค่าของเกมส์นี้ และยังคิดว่าเกมส์นี้ยังพอจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อยจึงทุ่มเทเต็มที่

หลังจากที่ “ซีเกมส์” ค่อยๆลดความสำคัญลง เมื่อโลกพัฒนาขึ้น และผู้คนในบริเวณนี้มีโอกาสดูกีฬาใหญ่ๆของโลกมากขึ้น

โดยเฉพาะมาเลเซีย ประเทศที่ก้าวหน้ากว่าเรามากทางเศรษฐกิจ และจะไปสู่ความเป็นประเทศรายได้สูงขั้นต่ำได้ก่อนเรา จึงน่าจะพัฒนารสนิยมไปไกลกว่าประเทศอื่นๆในแถบเดียวกัน

เขาน่าจะสนใจมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ และในทางปฏิบัติเขาก็ไปไกลถึงกีฬาระดับโลก เคยเป็นแม้แต่เจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 หรือ F1 ที่ถือกันว่าเป็นกีฬาไฮโซของโลกอยู่หลายปี

เวลาจัดกอล์ฟก็จัดใหญ่ มีดารากอล์ฟระดับโลกมาเล่นเพียบ

ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยังคงหลงใหลได้ปลื้มกับกีฬาเล็กๆ อย่างซีเกมส์ และยังมีความฝันที่จะเป็นเจ้าซีเกมส์ จนถึงขั้นที่จะทำอะไรให้เพื่อนๆรุมด่าอย่างที่เกิดขึ้นในซีเกมส์ครั้งนี้

จริงๆแล้วมาเลเซียเคยใช้กีฬาซีเกมส์เป็นเครื่องมือรวมชาติ และสร้างความเป็นหนึ่งของมาเลเซียเมื่อปี 2532 หรือ 28 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นซีเกมส์ครั้งที่ 15 โดยการกระตุ้นของท่านนายกฯ มหาเธร์ หรือที่คนไทยบางคนเรียกว่า มหาเด่ร์ อย่างที่ผมเคยเขียนไว้วันก่อน

นึกว่ามาเลเซียยุคนี้จะไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว เพราะนายกฯท่านปัจจุบันท่านก็ไม่ถูกกับ มหาเธร์ และก็ไม่เห็นท่านสนใจกีฬาซีเกมส์ วันเปิดวันปิดก็มีเพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาฯเท่านั้นเป็นประธาน

แต่เมื่อผลออกมาในแบบตรงกันข้ามคือ เขายังให้ความสนใจอย่างยิ่ง สนใจถึงขั้นจะต้องเป็นเจ้าซีเกมส์ให้ได้เช่นนี้ ผมจึงอดดีใจ

เสียมิได้ประสาคนที่เติบโตมากับกีฬา เซียพเกมส์ (แหลมทอง) ที่ขยายออกมาเป็น ซีเกมส์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ที่ยังมีประเทศชั้นนำของย่านนี้อย่างมาเลเซีย เห็นคุณค่าของเกมส์นี้อยู่

อันจะทำให้ซีเกมส์ยืนหยัดได้ต่อไป และจะเป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาอะไรใหม่ๆของชาติต่างๆในภูมิภาคนี้ได้ต่อไปอีก

ครั้งหน้าปี 2562 ฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพอีกหน จะเอาไปปลุกเศรษฐกิจของเมืองไหนหรือเกาะไหนคงจะต้องติดตามต่อไป

จากนั้นก็จะเป็นคิวของเวียดนาม ของเขมร แล้วจะกลับมาไทยปี 2568 ถึงตอนโน้นรัฐบาลไทยยุคโน้นจะเอาไปปลุกจังหวัดไหนก็คงต้องลุ้นเช่นกัน

อย่าลืมว่า เราไปจัดที่ เชียงใหม่...เชียงใหม่ ก็เจริญเติบโตขนานใหญ่ มาถึงเดี๋ยวนี้ เอาไปจัดที่ โคราช ก็เห็นไหมล่ะ โคราช เจริญแค่ไหน และจะยิ่งเจริญมากขึ้นอีกในอนาคต เมื่อโครงการใหญ่ๆไปลงเป็นตับ

ถ้ากระแสซีเกมส์ ยังไม่ตกแบบนี้ ปี 2568 ไม่ว่าเราจะจัดที่จังหวัดไหน ก็จะมีส่วนในการ “บูม” จังหวัดนั้นๆแน่นอน

แต่เมื่อถึงตอนที่เราเป็นเจ้าภาพอีกหน ไม่จำเป็นต้องโกงอย่างเขานะครับ ที่แล้วมาทั้งเชียงใหม่และโคราช ไม่มีข่าวว่าเราโกงใครเลย ทั้ง 2 เมืองก็เลยเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงบัดนี้ (เพราะไม่มีใครสวดลับหลังไงล่ะ).

“ซูม”