วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ตัวเรื่องปกติของใคร?

ความจริงเท่านั้น คือคำตอบ

ปฏิกิริยาหลังจากอดีตนายกฯหญิง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ล่องหนในฐานะจำเลยคดีจำนำข้าวไม่ไปฟังคำพิพากษา ก็มีการตั้งคำถามเอาไว้ 2 ประเด็น

1.ตั้งใจหนีด้วยวิธีการที่วางแผนเอาไว้อย่างแยบยล

2.คสช.รับรู้การหายตัวไป

ถือเป็นเรื่องปกติที่ต่างคนต่างคิดถึงความน่าจะเป็นตามความรู้สึก ตามการคาดการณ์ด้วยประสบการณ์ที่เคยเห็นมา ตามแง่คิดในมุมมองทางการเมือง

แต่เมื่อยังไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะยังไม่มีการตรวจสอบอย่างชัดเจนก็เลยต้องหาคำตอบกันต่อไปว่าเรื่องมันเป็นอย่างใดกันแน่

หรือให้เจ้าตัวโผล่โฉมออกมาเองก็จะเป็นความจริงที่ชัดเจน

เชื่อว่าคงรอไปอีกระยะอย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงวันที่ 27 ก.ย. 60 ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดให้มาฟังคำพิพากษาอีกครั้ง นั่นแหละคงมีเบาะแสให้เห็นแน่

เพราะในวันนั้นจะมีผลออกมาหลายอย่างหากเจ้าตัวไม่มาศาล ก็จะมีพิจารณาลับหลังหรือยังไม่พิจารณาก็เป็นเรื่องของศาล

หรือหากมีการพิจารณาตัดสินผลจะออกมาอย่างไร เช่น มีความผิดถึงขั้นต้องจำคุก หรือทำผิดแต่ให้รอลงอาญาเอาไว้ก่อน

หรือพิพากษา “ยกฟ้อง” ไม่มีความผิด

วันนั้นผลจะออกมาอย่างไรก็คงได้เห็นอะไรเกิดขึ้นได้

ที่แน่ๆวันนี้ได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้ออกมาจากเจ้าตัวโดยตรง ทว่ามาจาก “พี่ชาย” นายทักษิณ ชินวัตร ได้ทวีตข้อความอันเกี่ยวข้องกับคดีและน้องสาวของเขาด้วยการยกเอาคำกล่าวของ “มงแต็สกีเยอ” นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส

“ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งใหญ่กว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม”

“มงแต็สกีเยอ” มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานเสนอทฤษฎีแบ่งแยกอำนาจในระบอบการปกครองที่เสรีและใช้ได้จริง หากปราศจากการคานอำนาจกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลากการ ก็จะไม่เกิดเสรีภาพ และการป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด

ซึ่งแนวคิดดังกล่าวถือเป็นต้นแบบของแนวคิดประชาธิปไตยเสรีทั่วโลก รวมทั้งเป็นผู้ที่ทำให้คำว่า “เจ้าขุนมูลนาย” ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย

ผลงานที่โดดเด่นของหนังสือที่ชื่อ “The Spirits of the Laws”

พูดกันง่ายๆว่าเป็นทฤษฎีประชาธิปไตยที่ต้องมีการคานอำนาจ 3 ฝ่าย คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ ที่แยกขาดการกันเพื่อให้เกิดความสมดุล

เป็นเบาะแสอย่างหนึ่งที่นายทักษิณได้บอกกล่าวอีกครั้งหลังเก็บตัวเงียบมานาน แต่พอน้องสาวล่องหนก็เลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาตอบโต้ตามฟอร์มเดิมอย่างที่เคยกระทำมาตลอด

เพียงแต่ครั้งนี้ยกทฤษฎีขึ้นมากล่าวถึงเท่านั้น ไม่ได้มุ่งโจมตีในลักษณะองค์กรศาลโดยตรง ตัวบุคคล หรือ คสช.

แต่ได้ชี้ให้เห็นว่าการปกครองในระบอบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ คสช. ในประเทศไทยนั้น ก็จะเกิดปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมผ่านทางกระบวนการยุติธรรม

เป็นการสร้างภาพให้ผู้คนได้เห็นและรู้สึกอย่างนั้น แต่เป็นการพูดความจริงไม่หมดเพราะคำพิพากษาที่ออกมานั้นคือประเด็นสำคัญ

เป็นการดำเนินการในโครงการรับจำนำข้าว เป็นเรื่องของการทุจริตและสร้างความเสียหายด้วยวงเงินมหาศาล 5 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องแสดงความรับผิดชอบ

ทั้งผู้กระทำในฐานะรับผิดชอบโครงการและผู้บริหารสูงสุดของประเทศ.


“สายล่อฟ้า”