วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พายุ ‘ฮาร์วีย์’ ถล่มลุยเซียนาต่อ เตือนน้ำท่วมทั้งสัปดาห์ ตายพุ่ง 25 ศพ

เฮอริเคนฮาร์วีย์พัดเข้าสู่รัฐลุยเซียนาแล้ว หลังจากถล่มรัฐเทกซัสจนยับเยิน ก่อนอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชัน แต่หน่วยงานสภาพอากาศเตือน สถานการณ์น้ำท่วมจะดำเนินต่อเนื่องทั้งสัปดาห์...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮอริเคน ‘ฮาร์วีย์’ ซึ่งตอนนี้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ได้เคลื่อนตัวผ่านรัฐเทกซัส เข้าสู่รัฐลุยเซียนาแล้ว เมื่อวันพุธที่ 30 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ผู้คนต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์หลบภัยมากขึ้น หลังจากมันทำให้เกิดฝนตกหนักถล่มเมืองฮิวส์ตัน และเมืองอื่นๆ ของเทกซัส จนเกิดน้ำท่วมรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 ราย และมีผู้สูญหายอีก 17 คน

พายุซึ่งมีความรุนแรงที่สุดที่รัฐเทกซัสเคยเผชิญในรอบกว่า 50 ปีลูกนี้ ทำให้ประชาชนกว่า 32,000 คน ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์หลบภัยตั้งแต่ก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมื่อวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วกว่า 8,500 คน ขณะที่ในวันพุธฮาร์วีย์พัดถล่มแนวชายฝั่งจากเมืองพอร์ต อาร์เธอร์ ในรัฐเทกซัสไปยังเมืองเลค ชาร์ลส์ ในรัฐลุยเซียนา ซึ่งล่าสุดในคืนวันเดียวกันมันก็อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เตือนว่า แม้ฮาร์วีย์จะอ่อนกำลังแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขนาดเป็นอันตรายต่อชีวิตจะยังคงดำเนินต่อไปทั้งในและพื้นที่โดยรอบเมืองฮิวส์ตัน, โบมอนต์/พอร์ต อาร์เธอร์, พื้นที่ทางตะวันออกไปจนถึงตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐลุยเซียนา เป็นเวลาตลอดทั้งสัปดาห์

ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศระบุว่า พายุฮาร์วีย์จะทำให้ฝนตกประมาณน้ำฝนประมาณ 3-6 นิ้วในวันพุธ และจะทำให้เกิดคลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง หรือ สตอร์มเซิร์จ สูงประมาณ 1.2 เมตร พัดเข้าสู่แนวชายฝั่งทางตะวันตกของลุยเซียนา ขณะที่เมืองฮิวส์ตันจะไม่เจอฝนในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้

ขณะที่ ทีมวิเคราะห์ของ มูดีส์ สถานบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ของสหรัฐฯ ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจในรัฐเทกซัสที่เกิดจากพายุฮาร์วีย์ไว้ที่ประมาณ 5.1 หมื่นล้าน ถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.69 ล้านล้านบาทถึง 2.49 ล้านล้านบาท) โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นค่าความเสียหายต่ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าในเทกซัสมีบ้านเรือนเสียหายเกือบ 49,000 หลัง