วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาคเหนือฝนหนัก น้ำป่าทะลักท่วม บ้านจมเสียหายหลายหลัง

จ.ลำปางอ่วมน้ำป่าทะลักท่วมฉับพลันพื้นที่ 2 หมู่บ้าน ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง บางจุดระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ชาวบ้านขนข้าวของหนีน้ำโกลาหล บ้านเรือนและข้าวของจมน้ำเสียหายกว่า 100 หลัง หมูถูกน้ำพัดพาลอยน้ำสูญหาย 30 ตัว ขณะที่บ้านเรือนใน ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร โดนน้ำป่าซัดพังเสียหายหลายหลัง ที่ จ.พิจิตร น้ำท่วมนาข้าวเกษตรกรใน อ.โพธิ์ประทับช้าง ขอแรงญาติๆและชาวบ้านลงแขกเกี่ยวข้าวหนีน้ำจ้าละหวั่น ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ น้ำป่าทะลักท่วมใน ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี บ้านเรือนและข้าวของจมน้ำเสียหายยับ

จากสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่หลายจังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบบ้านเรือนและพืชผลการเกษตรเสียหายหนัก ต่อมาเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่ จ.ลำปาง ฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลลงสู่ลำห้วยแม่ต๋ำ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านทุ่งกล้วย หมู่ 12 และบ้านแม่ต๋ำ หมู่ 6 ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง อย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูง 60 ซม. บางจุดระดับน้ำสูง 2 เมตร ชาวบ้านขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันโกลาหล เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.32 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 50 นาย ร่วมกับจิตอาสาระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย ต่อมานายสมเกียรติ ตันตระกูล นอภ.เมืองลำปาง ออกไปสำรวจความเสียหาย พบว่าบ้านเรือนประชาชนทั้ง 2 หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน และสุกรที่เลี้ยงไว้ในคอกถูกน้ำป่าพัดสูญหายไป 30 ตัว ขณะเดียวกัน เกิดน้ำป่าจากอุทยานขุนตาล ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ต.วอแก้ว อ.ห้างฉัตร ได้รับความเสียหายหลายหลัง

ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ฝนตกหนักทำให้น้ำไหลกัดเซาะกำแพงโรงเรียนบ้านสบป่อง ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นคอนกรีตทรุดพังแตกร้าวเสียหาย นอกจากนี้ ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับบ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหาย 1 หลัง และล้มทับสายไฟฟ้าขวางถนน ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่ อบต.ปางหมู และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.แม่ฮ่องสอน ระดมกำลังไปเคลียร์เปิดเส้นทาง ขณะที่ พ.อ.พงศธร บุญฟู ผบ.นพค.36 ระดมกำลังนำเครื่องจักรไปเปิดเส้นทางในหมู่บ้านแม่ลาน้อย หมู่ 1 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย ที่เกิดดินสไลด์และต้นไม้หักโค่นปิดทับเส้นทาง

ที่ จ.พะเยา นายประจญ ปรัชญ์สกุล รอง ผวจ.พะเยา สั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก หลังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เนื่องจากพายุปาข่าอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน ให้จัดเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม หากเกิดสถานการณ์ขึ้น สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที รวมทั้งซักซ้อมเตรียมการป้องกัน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือไว้รับมือสถานการณ์ ให้เฝ้าระวังไปจนถึงวันที่ 2 ก.ย.นี้

ที่ จ.พิจิตร ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมนาข้าวเกษตรกรที่รอการเก็บเกี่ยว ที่ถนนสายวังจิก-รังนก หมู่ 8 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ถูกน้ำท่วมสูง 30 ซม. ยาว 500 เมตร นายสุทิน ประทุมโพธิ์ อายุ 67 ปี ชาวนาหมู่ 10 ต.วังจิก กล่าวว่า ทำนาจำนวน 19 ไร่ ถูกน้ำท่วมที่นา ได้ขอแรงเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง มาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวหนีน้ำ ส่วนข้าวที่เก็บเกี่ยวจะนำไปใช้เป็นพันธุ์ข้าวต่อไป

ที่ จ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีฝนตกเป็นช่วงๆ จากข้อมูลการพยากรณ์อากาศ มีแนวโน้มว่าตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.นี้ ปริมาณฝนจะลดลง น่าจะเป็นผลดีต่อประชาชนทั้ง 5 อำเภอ คือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ยางตลาด อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ ที่ถูกน้ำท่วมขังมานาน และระดับน้ำยังทรงตัว ส่วนเขื่อนลำปาวยังคงระบายน้ำวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร คณะทำงานวิเคราะห์สถานการณ์ อาจพิจารณาลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนลงอีก เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังตามหมู่บ้านลดลง

ที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าจากภูเขาพยุหะ ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่หมู่ 2 ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี อย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูง 20-60 ซม. ข้าวของจมน้ำเสียหาย และระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่มีทางระบายน้ำ ขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 6 ต.โกรกพระ อ.โกรกพระ ขยายวงกว้าง ชาวบ้านต้องสร้างสะพานไม้ไผ่ และใช้เรือเป็นยานพาหนะเข้าออกหมู่บ้าน ส่วนพืชผลทางการเกษตรหลายชนิดที่ปลูกไว้บริเวณริมแม่น้ำถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก

ที่สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท พ.อ.ศักดิ์วุฒิ วงศ์วานิช รอง ผบ.มทบ.ที่ 13 นำคณะลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีนายพงษ์ศักดิ์ อัครมณี หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำบรรยายสรุปสถานการณ์ ปัจจุบันน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณอยู่ที่ 1,835 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.35 เมตร/รทก. มีประมาณน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.60 เมตร/รทก. เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำออกจากเขื่อนวันละ 1,498 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 4-8 ก.ย. จะมี น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงตั้งแต่ จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี เพิ่มสูงขึ้น 10-15 ซม. หลังจากนั้นจะกลับเข้าสู่ สภาวะปกติ