วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘สรยุทธ’ เครียด คืนแรกในคุก ขอธรรมะกล่อม หารือทนายสู้คดี ‘ชูวิทย์’ ฝากข้อคิด

น้องไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ พิธีกรข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ พร้อมทนาย เข้าเยี่ยมสรยุทธ สุทัศนะจินดา หลังเยี่ยมไม่คุยสื่อขึ้นรถกลับทันที ขณะที่ทนายบอกอดีตพิธีกรข่าวดังปรึกษาเรื่องต่อสู้คดี และการประกันตัวระหว่างรอยื่นฎีกา ส่วนชูวิทย์ ตีแสกหน้า เผยมาเยี่ยมในฐานะรุ่นพี่นอนคุกมาก่อน ให้คาถา “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” ด้าน ผบ. เรือนจำบอก คืนแรกสรยุทธขอหนังสือธรรมะอ่านก่อนนอน ระบุยังเครียดอยู่บ้าง แต่เป็นปกติผู้ต้องขังหน้าใหม่ เชื่อไม่นานปรับตัวได้ ส่วนมื้อแรกเป็นกาแฟ ปาท่องโก๋ ก่อนทำกิจกรรมร่วมผู้ต้องขังอื่นตามปกติ

จากกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ทุจริตเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 กว่า 138 ล้านบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรผู้ดำเนินรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ และผู้จัดการบริษัท ถูกจำคุก 13 ปี 4 เดือน ศาลยกคำร้องประกันตัว ควบคุมตัวส่งตรง เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 ส.ค.

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ น้องไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ พิธีกรดำเนินรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ คู่กับนายสรยุทธ และนายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความ เดินทางมาติดต่อขอเข้าเยี่ยม นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ภายหลังเข้าเยี่ยม ไบรท์-พิชญทัฬห์ เดินกลับออกมานอกเรือนจำผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ แต่พิธีกรสาวเล่าข่าวคู่นายสรยุทธปฏิเสธ และรีบเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวขับออกไปทันที

ขณะที่นายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความนายสรยุทธกล่าวว่า นายสรยุทธมีความวิตกกังวล เครียดเล็กน้อย และนอนรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ซึ่งในนั้นก็มีผู้ต้องขังที่เป็นนักการเมืองรวมอยู่ด้วย โดยเมื่อคืน (29 ส.ค.) ได้ขออ่านหนังสือธรรมะก่อนนอน ส่วนเช้าวันนี้ นายสรยุทธเข้าสู่กระบวนการกิจกรรมของผู้ต้องขังปกติทั่วไปในแดนแรกรับ เช่น เข้าแถวเคารพธงชาติ เพื่อให้ผู้ถูกคุมขังไม่คิดฟุ้งซ่าน สามารถปรับตัวในการอยู่ในเรือนจำ ตอนนี้นายสรยุทธเริ่มปรับตัวได้ดี ทั้งนี้ หากยังไม่ยื่นประกันตัวภายใน 15 วัน เรือนจำจะจำแนกไปยังแดนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับอายุ การฝึกวิชาชีพ รวมถึงพฤติกรรมของผู้ต้องขัง สำหรับกำหนดเยี่ยม ให้ญาติเยี่ยมครั้งละ 10 คน ไม่เกิน 15 นาที เยี่ยมได้วันละ 1 รอบเท่านั้น แต่ทนายความเข้าพบเพื่อปรึกษาคดีได้ตลอดในเวลาราชการ

นายมนต์อนันต์กล่าวอีกว่า นายสรยุทธได้ปรึกษาในเรื่องการต่อสู้คดี และการประกันตัวระหว่างรอยื่นฎีกา ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างคำร้อง และรายละเอียดในการต่อสู้ชั้นฎีกา รวมถึงประเด็นปัญหาที่จะให้ศาลฎีกาพิจารณา จะเร่งทำข้อมูลให้เรียบร้อย และจะดำเนินการให้เร็วที่สุดภายใน 30 วัน หลังมีคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้ ทีมทนายความอยู่ระหว่างการอ่าน และศึกษาคำพิพากษาอย่างละเอียด โดยก่อนหน้านี้ ศาลวินิจฉัยว่า เป็นคดีที่มีข้อจำกัดในการประกันตัวและยื่นฎีกา ต้องพิจารณาประเด็นปัญหาและข้อเท็จจริงที่จะให้ศาลวินิจฉัย ทั้งนี้นายสรยุทธไม่ได้สั่งเรื่องอื่นเป็นพิเศษ ทั้งความต้องการส่วนตัวและคดีความ ระหว่างเข้าไปพูดคุย ไม่ได้พบกับญาติหรือเพื่อนของนายสรยุทธแต่อย่างใด เนื่องจากเยี่ยมคนละช่วงเวลากัน

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พิธีกรรายการ ตีแสกหน้า ช่อง 32 ไทยรัฐทีวี เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมนายสรยุทธว่า วันนี้มาทำรายการ และให้กำลังใจนายสรยุทธ ในฐานะรุ่นพี่ที่เคยอยู่แดน 1 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาก่อน เห็นนายสรยุทธผ่านทางห้องเยี่ยม ดูด้วยสายตา นายสรยุทธถูกเจ้าหน้าที่ตัดผมหัวเกรียนตามกฎของเรือนจำ สวมชุดนักโทษสีเหลือง ตนแวะทักทายเปิดประตูให้ข้อความเตือนใจสำหรับการอยู่ในเรือนจำว่า “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอรอให้ได้” นายสรยุทธยิ้มตอบกลับ ก่อนออกมาด้านนอก ให้น้องไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ผู้ประกาศ และนายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความนายสรยุทธ ที่ขอยื่นเข้าเยี่ยม 2 คน พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว โดยนายสรยุทธถูกคุมขังอยู่ในแดน 1 ห้อง 11 เป็นห้องรวม มีผู้ถูกคุมขัง 10-15 คนในห้อง มีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนายจตุพร พรหมพันธุ์ นักโทษคดีการเมือง เป็นเพื่อนร่วมห้องขัง

ขณะที่นายกฤช กระแสทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า หลังรับตัวนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา มาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น นายสรยุทธมีความวิตกกังวลหรือความเครียดอยู่บ้าง เพราะผู้ต้องขังเข้าใหม่แต่ละรายไม่รู้ว่าสภาพภายในเรือนจำเป็นอย่างไร แต่เมื่อเข้ามาอยู่สักพัก จะสามารถปรับตัวได้ นายสรยุทธเครียดในระดับปกติ ยังไม่จำเป็นต้องปรึกษากับนักจิตวิทยาของเรือนจำ และยังไม่จำเป็นต้องกินยาแก้เครียด ภายหลังเข้าเรือนจำเจ้าหน้าที่จัดอาหารเย็นให้ก็สามารถรับประทานได้ตามปกติ ก่อนนอนขอหนังสือธรรมะและหลับไปประมาณเที่ยงคืน

“สำหรับนายสรยุทธ เมื่อถูกนำตัวเข้ามายังแดนแรกรับ เจ้าหน้าที่ได้จัดให้นอนห้องเบอร์ 11 จะให้อยู่แดนแรกรับไปก่อน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมไม่เกิน 15 วัน จะจำแนกแยกแดน ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดผมให้สั้นเกรียนตามระเบียบเนื่องจากยังไม่ใช่นักโทษเด็ดขาด และเช้าวันนี้ หลังตื่นนอนเจ้าหน้าที่เปิดแดนคุมขังนับยอด สั่งให้เข้าแถว สวดมนต์ เคารพธงชาติ และรับประทานอาหารเช้า นายสรยุทธเลือกรับประทานกาแฟกับปาท่องโก๋ จากนั้นทางเรือนจำจัดกิจกรรมให้ผู้ต้องขังได้ทำร่วมกัน ไม่ให้ผู้ต้องขังเกิดความกังวลหรือความเครียด เพราะเวลาแต่ละวันจะหมดไปกับกิจกรรมต่างๆ” นายกฤชกล่าว

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผยต่อว่า ในช่วงเช้าวันนี้ นายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความนายสรยุทธ และ น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือไบรท์ พร้อมนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางเข้าเยี่ยมนายสรยุทธ โดยมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไปคือญาติเข้าเยี่ยมได้วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 15 นาที แต่มีสิทธิพบทนายได้ตลอด ส่วนผลการตรวจสุขภาพ มีภาวะความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง แต่ไม่มีโรคอื่น ถือว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สำหรับยาความดันกับยาควบคุมไขมัน นายสรยุทธขอรับจากเรือนจำ หรือให้ญาตินำมาส่งให้กับเรือนจำก็ได้ สำหรับเรือนจำพิเศษมีนักโทษ 4,100 คน ไม่ได้แออัด ยังสามารถรับผู้ต้องขังได้ ส่วนนายสรยุทธแม้เป็นคนดัง แต่เมื่อเข้ามาในเรือนจำผู้ต้องขังอื่นๆ ไม่ได้ตื่นเต้น เพราะที่ผ่านมา มีคนดังถูกส่งมาคุมขังจำนวนมาก นักการเมืองก็มีหลายคน