วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชีวิตวันนี้ แชมเปญ เอ็กซ์ เซ็กซี่สตาร์ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ (คลิป)

หายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงนานพอสมควร สำหรับนักแสดงสาวเซ็กซี่ แชมเปญ เอ็กซ์ หรือ จันทร์เพ็ญ อินทรจักร ล่าสุดได้เจอเจ้าตัวมาร่วมงานเสวนา “อยู่อย่างโสด สูงวัย หัวใจสตรอง” ณ สถาบันคิดใหม่ อารีย์ เธอจึงได้เล่าเรื่องราวชีวิตในปัจจุบัน ที่ผันตัวไปทำไร่ทำนา เลี้ยงไก่ ปลูกยาง ปลูกผักผลไม้ ทั้งที่ไม่เคยปลูกมาก่อน แต่ด้วยความที่อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดิน ซึ่งคุณแม่ของสามีนักบินหนุ่ม แวน วันชาติ ชุมศรี ยกให้ จึงทำให้เธอตัดสินใจไปเรียนรู้ และลงมือทำด้วยตัวเอง

ทำให้เธอภูมิใจที่ได้ปลูกข้าว เลี้ยงไก่ไข่ที่ไม่มีสารเคมี และพยายามทำอาหารทานเองเพื่อให้ได้อาหารที่ปราศจากผงชูรสและสารเคมีเจือปน ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติแบบนี้ เธอบอกว่าเป็นการเจริญรอยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยนั่นเอง

นอกจากนี้ เธอยังเผยว่ายังมีโอกาสได้ไปฝึกปฏิบัติธรรม สวดมนต์ อีกทั้งยังได้ไปออกกำลังกาย ทานอาหารเพียงวันละมื้อเท่านั้น รวมทั้งยังปลูกสมุนไพรให้ไปทำยา เป็นจิตอาสาซึ่งทำมานานนับ 10 ปีแล้ว และเมื่อเสร็จสิ้นการเสวนา จึงได้อัพเดตถึงชีวิตในปัจจุบันของเธอ นอกจากการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติว่าทำอะไรอยู่บ้าง รวมถึงโอกาสที่จะได้เห็นเธอกลับมาในวงการบันเทิงอีกครั้งด้วย

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
"ชีวิตปัจจุบันตอนนี้ดูแลที่ไร่นะคะ แล้วก็ทำบุญ เมื่อก่อนพี่เป็นจิตอาสา พี่ก็จะไปทุกอาทิตย์ใช่ไหมคะ มีไร่วันจันทร์เพ็ญที่ต้องดูแลที่ จ.สระแก้ว นะคะ ในอนาคตพี่จะทำเป็นแคมมิ่งกราวน์

แล้วพี่มีบริษัท บีเคเค โปรเท็กชั่น ก็คืออารักขาบุคคลสำคัญ บอดี้การ์ดน่ะค่ะ แล้วก็ร่วมกับเอ็มเจ็ทด้วย ก็ขายเครื่องบินส่วนตัว เรือยอร์ช แล้วก็มีลีมูซีน แล้วก็บอดี้การ์ด หรือว่าจะด้านต่างๆ ด้านแพทย์ ด้านพยาบาล แล้วพี่ก็มีโรงเรียนสอนศิลปะป้องกันตัวชื่ออรรถยุทธ์ ปทุมธานี นะคะ คือลงทะเบียนที่ปทุมธานี แต่ถ้าไม่สะดวกหรือว่าไกล ก็ไปเรียนที่สนามยิงปืนก็ได้"

เรารู้อยู่แล้วว่าพี่มาทำการเกษตรเพราะอะไร แต่ว่าอีกสองอย่างเริ่มมาจากไหน?
"ตอนแรกนี่อาของพี่ซึ่งเป็นอาผู้หญิง คือ พลเอกหญิงกนกวรรณ ศรีไชยะ เขาเป็นไอคิโด้ แล้วพี่ก็ถามว่าอาสอนอะไร สอนไอคิโด้การผสมผสานอะไรอย่างนี้ค่ะ เราก็อยากจะเรียนเพราะพี่ก็ชอบไง แล้วอีกอย่างส่วนใหญ่สามีพี่ไปบินไง แล้วพี่ส่วนใหญ่ไปต่างจังหวัด ไปทำบุญพี่ก็ไปคนเดียวไง

จริงๆ แล้วเดี๋ยวนี้ความเป็นอยู่มันลำบากใช่ไหม คนเป็นผู้หญิงควรไปเรียน ผู้ชายผู้หญิงควรไปเรียน พี่ก็เลยไปเรียน อาเราก็บอกว่าให้ไปเรียนสิเดี๋ยวสอนให้ฟรี พอไปเรียนปุ๊บพี่ก็ชอบ ชอบแล้วพี่ก็คิดว่ามันใช้งานได้จริง ถ้าเกิดเป็นเทควันโดหรือว่ามวยไทย มันต้องตีต้องชนะก่อนเราถึงจะรอด

แต่ว่าอันนี้เราไม่ต้องต่อสู้ เราก็เอาตัวรอดได้ นั่นแหละพี่ก็เลยชอบ แล้วพี่ก็เลยหุ้นกับคุณอาเปิดที่สาขาปทุมธานีที่ตึกมิ้นท์ วิลเลจ นั่นแหละ แล้วบางคนบอกว่าปทุมธานีมันไกลไป งั้นก็มาลงทะเบียนเรียนที่ปทุมธานี แล้วมาเรียนที่สนามยิงปืนก็ได้ใน ลาดปลาเค้า 80"

ทำมานานแค่ไหนแล้ว?
อันนี้ก็จะ 1 ปีแล้วค่ะ แต่ว่าของบอดี้การ์ดพี่เพิ่งจะเปิดตัว คือทีมงานเรามีทั้งทหาร ตำรวจ หน่วยซีลอะไรแบบนี้ แล้วก็พลเรือน บอดี้การ์ดก็คืออารักขาบุคคลสำคัญ เช่น นักธุรกิจที่เขามีสตางค์ บางคนแบบลูกจะไปเที่ยวแต่ว่าเขาไม่ว่างไป เขากลัวอันตราย เขาก็ใช้บอดี้การ์ดของเราไปดูแล เวลาไปดำน้ำ ว่ายน้ำ ไปเล่น เราก็จะเอา มนุษย์กบไปดูแลไกลๆ เผื่อเป็นอะไร"

เหมือนในละครเลย?
"ใช่ แต่ว่าเราก็มีสอนฝึกบอดี้การ์ดด้วย เผื่อใครอยากมาเรียนกับเราเป็นทีมงานเราก็ได้ค่ะ เราก็มีทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน มันมีครั้งหนึ่งคนดูแลบอลลีวูด ดาราดังเหมือนกันของอินเดียมา ก็ติดต่อเราแล้วก็คุยราคาไปมันก็ไม่แพงหรอก แต่ว่าเขาบอกว่าหมื่นกว่าบาท แต่ว่าแค่ระยะสั้น เขาบอกว่าแพงไปแล้วเขาก็ไปจ้างสตั๊นต์ แต่ว่าสตั๊นต์เขาไม่รู้

คือเขาอาจจะสู้ได้ แต่ว่าทักษะในการเป็นบอดี้การ์ด เขาไม่รู้ไงมันต้องเกิดไปเที่ยวแล้วก็เกิดคนมาหาเรื่อง แล้วบอดี้การ์ดต้องมองดูท่าทางแล้วต้องดึงหนี คอยกัน แต่ว่าถ้าสตั๊นต์ต่อยผลัวะ คือทักษะเขาไม่มีหรอก เพราะว่าเขาไม่ได้เรียนมา"

ทั้งหมดนี่จัดสรรเวลายังไง?
"พี่จะเข้าไปฝึกที่สนามยิงปืน ช่วงนี้พี่เพิ่งเสร็จจากงานแฟชั่นโชว์งานช้างมาวันที่ 27 ช่วงนี้เลยยังไม่ได้ไป พยายามไปฝึกแล้วก็ไปสอน เดี๋ยวต้องไปสอนสัตหีบทหารเรือหน่วยซีลค่ะ ข้าราชการเราสอนให้ฟรี เคยมีส่งมาเรียน แล้วก็ทหารรักษาพระองค์เอยก็มาเรียน ตำรวจก็ส่งมาเรียน

พี่มีคอร์สนะ คอร์สละ 2500 วันละ 2 ชั่วโมง 2 วันจบ คือจะมีสอนเวลาโดนเชือกรัดคอทำยังไงให้หลุด หรือว่าโดนนั่งคร่อมข่มขืน จะบีบคอ ทำไง หรือว่ามีดจี้ต้องทำยังไงให้รอด คือ คอร์สเอาตัวรอด"

ทั้งหมดนี้ใครเป็นคนสอน?
"พี่ด้วยค่ะ ถ้าพี่ไม่ได้ไปก็มีครูสอนอยู่แล้วค่ะ"

เหมือนหันหลังให้วงการบันเทิงไปเลย เพราะไม่ค่อยได้เห็นผลงานเท่าไร?
"พี่ก็ไม่หันหลังนะคะ แต่ช่วงนี้นักแสดงเยอะนะ แล้วสไตล์ก็เป็นเกาหลี หน้าพี่มันก็ไม่เกาหลี เป็นเกาหลังแล้ว (หัวเราะ) เดี๋ยวนี้เขาเน้นเกาหลี เน้นเด็ก มันก็ตามกาลเวลา ตามค่านิยมของตลาด

แต่พี่ก็รับนะคะ ไม่ได้ถึงกับหันหลัง เพียงแต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือไร่ไง เพราะมันไม่มีใครอยู่ มีผู้จัดการคนเดียว ทำคนเดียว พี่ก็ไปดูบ้าง แต่พี่ก็รับจัดอีเวนต์นะคะ พี่ทำกับข้าวด้วย เราเคยร่วมมือกับการท่องเที่ยวของสระแก้ว เป็นการท่องเที่ยวตามรอยพ่อค่ะ"

จริงๆ มีงานในวงการติดต่อมาเยอะไหม?
"พี่ว่าเขาอาจจะจำพี่ไม่ได้ คือคนมันเยอะไงคะ แล้วพี่ก็ไม่ได้ออกงานไหน ก็คงจะลืมกันบ้างน่ะ แต่จริงๆ ก็ติดต่อมาได้นะคะ ก็ยังคิดถึง ยังรับอยู่ค่ะ เพียงแต่ว่าโอกาสและจังหวะมันยังไม่อำนวยมั้งคะ ก็ที่ทำงานเพราะว่าลำพังพี่แมนเขาหาสตางค์คนเดียว พี่ก็เป็นคนงานไป พี่ก็ทำงานทุกอย่างที่มันหาสตางค์ได้ พี่เป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ จะชอบทำโน่นทำนี่ อะไรที่สามารถทำได้พี่ก็อยากทำ"

มีความสุขกับชีวิตแบบนี้?
"มีความสุขค่ะ ได้สามีที่ดี มีครอบครัวที่ดี แต่ลูกก็ไม่มีค่ะ"

วิธีการดูแลตัวเองให้ยังดูสวย?
"เราเริ่มอายุเยอะแล้วเนอะ เมื่อก่อนก็ใช้ร่างกายสังขารมาเยอะ ฉะนั้นพี่ก็ไปบวช ไปปฏิบัติธรรม ใช้โอกาสนี้ไปลดละเลิกนิสัยต่างๆ เช่น การกินข้าวมื้อเดียว ซึ่งมันก็ดีตรงที่เราไม่เบียดเบียน

ถามว่าทำงานได้ไหมพี่ก็ทำงานได้นะ แต่ทำแล้วพี่ก็ไม่หิวนะ ถามว่าอยู่บ้านเราก็กินอิ่มนะ แต่เรายังกินเพราะกิเลสบางอย่างของเรา เราก็ลดละเลิกบ้างในนิสัยที่มันไม่ดี กินมื้อเดียวเราก็ไม่เบียดเบียน ร่างกายไม่มีทางที่จะขาดสารอาหารทุกวันนี้เรากินเยอะเกินจนเราป่วยไง

คนก็ถามพี่เวลาพี่ไปขายส้มตำว่า บอกหน่อยสิว่าทำอะไรมารึเปล่า เราก็บอกว่าไม่ได้ทำค่ะ เพราะไม่ได้ทำสิหน้าถึงเป็นแบบนี้ แต่ถ้าทำหน้าคงเป็นอย่างอื่นไปเลยเนอะ"

สมัยก่อนคนจะมองว่าเป็นสาวเซ็กซี่ แล้วตอนนี้เรานิยามตัวเองเป็นยังไง?
"พี่เหรอ ตอนนี้พี่เป็นชาวนา พี่ถือว่าเป็นคนธรรมดา ต้องขอบคุณที่คนยังเห็นพี่เซ็กซี่อยู่นะคะ แต่สำหรับพี่ พี่เฉยๆ มันผ่านอะไรมาเยอะและได้อะไรมาเยอะแล้ว ไม่หลงระเริงกับคำชื่นชม คือดีใจแต่ไม่เอามาเป็นที่ตั้งว่าเราเซ็กซี่ คนเราต้องรู้จักตัวเองแล้วจะอยู่เป็นค่ะ".