วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับฐานเพื่อไปต่อ!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 30 ส.ค.60 ปิดที่ 1,613.34 จุด ลดลง 0.80 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 55,914.52 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 677.42 ล้านบาท กองทุนในประเทศขายสุทธิ 2,356.27 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 2,065.04 ล้านบาท รายย่อยขายสุทธิ 386.18 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 402 บาท บวก 2 บาท, AOT ปิด 54.75 บาท บวก 0.50 บาท, SCB ปิด 150.50 บาท บวก 2 บาท, PTTEP ปิด 87.75 บาท บวก 0.25 บาท และ SCC ปิด 502 บาท ลบ 4 บาท
หุ้นไทยผันผวน มีแรงขายทำกำไรออกมาหลังดัชนีพุ่งทะลุ 1,600 จุด จนเกิดสัญญาณ Overbought ทางเทคนิค

บล.ทิสโก้ระบุว่า ดัชนีที่ทะยานทะลุ 1,600 จุดขึ้นมาได้ มาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ การเมืองคลี่คลาย และภาพเศรษฐกิจฟื้นตัว หลังตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวโดดเด่น จึงกระตุ้นให้มีแรงซื้อกลับ แต่แรงซื้อสุทธิของต่างชาติเกือบ 5 พันล้านบาทวันก่อน ส่วนใหญ่เป็น Big lot หุ้น BJC

ประเมินทิศทางตลาดระยะสั้นพักตัวปรับฐานเพื่อไปต่อ มองงานไทยแลนด์โฟกัสเป็นปัจจัยบวก จากสถิติพบว่า หลังจบงาน 2 สัปดาห์ ดัชนีจะขยับบวกราว 1.7% แต่ยังต้องติดตามการผลักดันนโยบายของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ต่อสภาฯ รวมถึงสถานการณ์เกาหลีเหนือ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น แนะกลยุทธ์เน้นเก็งกำไรหุ้นใหญ่โดยรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ชอบ BANPU-TCAP-CK

ขณะที่ บล.เอเซียพลัสชี้ว่า ดัชนีที่ปรับขึ้นมาแรงทำให้ระยะสั้นมีโอกาสย่อตัวลง จากการถูกขายทำกำไร สังเกตได้จากต่างชาติได้ล็อกกำไรสัญญา SET50 Futures โดยขายสุทธิกว่า 5.57 หมื่นสัญญา หลังซื้อติดต่อกัน 6 วัน กว่า 8.19 หมื่นสัญญา ขณะที่ราคาหุ้นหลายตัวเริ่มมี upside จำกัด

จึงควรเลือกหุ้นให้เหมาะกับสถานการณ์ โดยเอเซียพลัสได้คัดกรองหุ้นที่น่าสนใจ โดยใช้หลักหรือธีมการลงทุน คือ 1.หุ้นใหญ่พื้นฐานแกร่งมาร์เก็ตแคปมากกว่า 1.09 หมื่นล้านบาท 2.หุ้น laggard ผลตอบแทน ytd น้อยกว่า SET และหุ้นที่มี EPS Growthโตดีในครึ่งปีหลัง รวมทั้งราคาหุ้นมี upside มากกว่า 10% และต้องเป็นหุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัวแรงกว่าตลาด

ผลการคัดเลือกหุ้นตามเกณฑ์ได้หุ้นมา 17 ตัว โดยหุ้นที่เอเซียพลัสเลือกเป็น top pick คือ UNIQ ให้ราคาพื้นฐาน 25 บาท, GUNKUL ราคาพื้นฐาน 5.15 บาท, COM7 ราคาพื้นฐาน 15.50 บาท และ SCB ให้ราคาพื้นฐาน 178 บาท!!

อินเด็กซ์ 51