วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปแล้วยังไม่กลับ! รวมพลคนหนีคดี ทิ้งแผ่นดินเกิด ลี้ภัยต่างแดน

จนเกือบจะสัปดาห์แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ยังคงหายเงียบ แม้จะมีสื่อหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศ เฝ้าติดตาม ก็ยังได้เพียงข้อมูล “ระแคะระคาย” ว่าเธอไปที่นั่นที่นี่ แม้แต่คนใกล้ชิดที่เคยให้ข่าวกับแหล่งข่าวในต่างประเทศ ก็ยัง “อ้อมแอ้ม” บอกได้เพียงว่า “ไม่มีอำนาจที่จะพูดคุยกับสื่อ”

เธอหายไปไหน กำลังทำอะไร มีแผนทำอย่างไรต่อ และจะเอายังไงกับพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดทั้งมวลคือคำถามที่สื่อและแฟนานุแฟนพรรคเพื่อไทย และ คนเสื้อแดงอยากรู้ และคงต้องรอคำตอบที่ชัดเจนจากตระกูล “ชินวัตร” ต่อไป...

น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น “ไม่ใช่นักการเมืองคนแรก” ที่หลบหนีออกจากประเทศไทย หากจะไล่ย้อนดูประวัติศาสตร์ เราพบบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคนก็หลีกลี้หนีหาย บ้างไปอยู่ต่างประเทศสักระยะ หรือ บางคนก็ไม่ได้กลับมาสยามประเทศ แผ่นดินเกิดเลยก็มี และวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอรวบรวมรายชื่อ นักเคลื่อนไหว นักวิชาการ นักการเมือง ที่หลบหนีจากประเทศไทยลี้ภัยไปอาศัยอยู่ต่างแดน

เปิดรายชื่อ นักการเมือง หนีคดีไปต่างแดน

สำหรับ นักการเมืองที่คนรุ่นใหม่พอรู้จัก และตอนนี้บางคนก็ยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ต่างประเทศ​ แน่นอน ชื่อแรก ที่ทุกคนรู้จักดี ก็คือ นายทักษิณ​ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชื่อนี้มีทั้งคนรักและคนเกลียด โดยอดีตนายกฯ ผู้นี้หลบหนีไปตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 2551 โดยจะเดินทางไปชมมหกรรมแข่งขันกีฬา "โอลิมปิกเกมส์" ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย ซึ่ง นายทักษิณ หนีคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก

นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย ที่หลบหนีออกต่างประเทศตั้งแต่ปี 2551 หลังจาก ไม่มาฟังคำพิพากษา ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษา เมื่อวันที่ 18 ส.ค.51 ซึ่งศาลสั่งให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี ในคดีทุจริตการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ต่อมาทราบว่า ได้หลบหนีไปอยู่ฝั่งกัมพูชา กระทั่งศาลออกหมายจับ ซึ่งมีอายุความ 15 ปี

นายประชา มาลีนนท์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และอดีต รมช.มหาดไทย นายประชา เป็นหนึ่งในจำเลยคดีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกทม. มูลค่า 6.6 พันล้านบาท ต่อมา ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ หลังศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มีพฤติการณ์หลบเลี่ยงไม่มาฟังคำพิพากษา ในวันที่ 6 ส.ค. 2556 ครั้งหนึ่งมีการถ่ายภาพ คนหน้าคล้าย นายประชา มาลีนนท์ ได้ที่กรุงพนมเปญ โดยเขาได้ไปรับประทานอาหารในที่แห่งหนึ่ง

นายประชา โพธิพิพิธ หรือ กำนันเซี้ย เริ่มจากมีอาชีพทำไร่อ้อยกว่าพันไร่, เจ้าของ เขมประชาฟาร์ม เนื่อที่กว่า 2 พันไร่ ที่ตำบลช่องด่าน อำเภอบ่อพลอย มีบทบาทช่วยทางการสยบปัญหาไร่อ้อยและปล้นจี้รถ 10 ล้อ เผานั่งยาง จากนั้นเข้าไปมีบทบาทเป็น กรรมการในสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 และนายกสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7

กำนันเซี้ย เข้าสู่การเมืองท้องถิ่นในปี 2520 โดยเป็น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อปี 2520, กำนันตำบลท่าเรือพระแท่น ปี 2524, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าเรือพระแท่น ปี 2534, อุปนายกสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อย เขต 7 ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก กาญจนบุรี เขต 2 ปี 2538 สังกัดพรรคพรรคประชาธิปัตย์

กำนันเซี้ย ได้หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา 2 คดี ประกอบด้วย คดีแรก คดีในความผิดฐานเป็นอั้งยี่, กรรโชกทรัพย์, หน่วงเหนี่ยวกักขัง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) ศาลฎีกาจำคุก เป็นเวลา 5 ปี ส่วนคดีที่ 2 ศาลฎีกา แก้ลดโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน คดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ จำนวน 1 พันกว่าไร่ ตั้งแต่ปี 2547


ไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องลี้ภัยไปต่างแดน

มีนักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายคน ถูกดำเนินคดี 112 และต่อมาได้สถานะผู้ลี้ภัยในต่างประเทศ ซึ่งจะมีใครบ้างนั้น ขอไล่เรียงดังนี้

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผลงานการศึกษาค้นคว้าและการตีความประวัติศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กระทั่งปี 2557 นายสมศักดิ์หลบหนีออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ไปยังประเทศกัมพูชา แล้วไปยังประเทศฝรั่งเศส และได้สถานะ “ผู้ลี้ภัย” จากรัฐบาลฝรั่งเศส

อั้ม เนโกะ หรือ นายศรันย์ ฉุยฉาย หลังจากที่อัดคลิปหลายคลิปจนเป็นที่โด่งดังบนโลกโซเชียล อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้ไปออกรายการทีวีรายการหนึ่ง และมีการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง ต่อมา รัฐบาล คสช. ได้ออกคำสั่งให้ไปรายงานตัว แต่เจ้าตัวเลือกที่จะหลบหนีและลี้ภัยทางการเมือง ปัจจุบัน ได้สถานะผู้ลี้ภัยที่ประเทศฝรั่งเศส

ตั้ง อาชีวะ หรือ นายเอกภพ เหลือรา แกนนำกลุ่มอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกดำเนินคดีเพราะไปปราศรัยในเวทีเสื้อแดง ต่อมา วันที่ 13 ธ.ค.56 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ พร้อมกับแฟนสาว ทำให้ นายเอกภพ ได้หลบหนีจากประเทศไทยไปหลบซ่อนตัวที่ประเทศกัมพูชา กระทั่งมีการขอสถานะผู้ลี้ภัย ผ่านรัฐบาลกัมพูชา ในเวลาต่อมา นายเอกภพ ได้เข้าพำนักอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในฐานะผู้ลี้ภัย