วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ชายมาแล้วค่ะ

ในชีวิตการเป็นพิธีกรที่ผ่านมาของบุ๋ม ส่วนหนึ่งของงานที่เข้ามาก็คือการประกวด ทั้งการประกวดระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ หรือเป็นงานประกวดหาอะไรก็ไม่รู้ เพื่ออะไรก็ยังไม่ทราบ แต่ก็ทำมาทุกงาน จึงได้เห็นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังกับการเปลี่ยนแปลงที่มีจากแต่ก่อนจนถึงปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นก็คือ มาในช่วงสามปีหลังจะมีการประกวดผู้ชายเพิ่มมากขึ้น สมัยก่อนอาจจะดูว่าการประกวดเป็นเรื่องของผู้หญิง แต่การประกวดผู้ชายจะเป็นส่วนน้อย ถ้าย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อน เราจะเห็นการประกวดโดมอนแมน ซึ่งเราก็ได้ พี่สถาพร นาควิไล ประดับวงการบันเทิงมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นก็เป็นการประกวดยิบย่อยไม่ใช่เวทีใหญ่มาก อาจจะเป็นการประกวดเวทีวัยรุ่น เช่น กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย หรือหาคนเข้าสู่วงการบันเทิงมากกว่าประกวดผู้ชายรุ่นโตแบบจริงจัง จะมีบ้างที่บางจังหวัดจะมีการประกวดผู้ชายและผู้หญิงพร้อมกัน จำนวนผู้เข้าประกวดก็ย่อมต่างกัน อย่างเมื่อ 5-6 ปีก่อน การประกวดนางสงกรานต์พระประแดง จะมีการประกวดหนุ่มลอยชายด้วย ซึ่งจำนวนผู้เข้าประกวดนางสงกรานต์ มีจำนวนเกือบ 200 คน แต่ผู้ชายมีแค่ 40 คน แต่มาปีล่าสุดผู้หญิงเหลือเพียง 120 คน แต่ผู้ชายมีมากถึง 90 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่ต่างกันมากนัก แม้ว่าเงินรางวัลที่ได้จะต่างกัน แต่จำนวนพี่เลี้ยงที่ส่งเข้าประกวดกลับรู้สึกเฮฮากรี๊ดกร๊าดกับการประกวดหนุ่มลอยชายมากกว่าด้วยซ้ำ แสดงว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป สังคมเปิดกว้างกับการแข่งขันในรูปแบบนี้ของผู้ชายมากขึ้น ดูเหมือนหนุ่มๆเองก็ต้องการที่จะมีโอกาสในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นหนทางสู่วงการบันเทิง หรือการหารายได้ในรูปแบบที่ใช้รูปร่างหน้าตาของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ส่วนพี่เลี้ยงหรือคนส่งเข้าประกวด เกือบ 100% เป็นกะเทย หรือบางคนอาจจะใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่าเกย์ อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่ถ้าให้มองโดยรวมก็คือไม่ใช่ชายแท้ จะมีผู้หญิงเข้ามาบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นญาติ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ด้านหลังเวที รวมถึงด้านหน้าเวทีจะมีแต่เกย์ และกะเทยเต็มไปหมด

อย่างเวทีล่าสุดที่ได้ไปเป็นพิธีกร เป็นเวทีที่ค้นหาชายหนุ่มเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดที่ต่างประเทศ หลักการหาคนเข้าประกวดก็คือ เขาจะมีการประกาศรับตัวแทนแต่ละจังหวัด นั่นหมายถึงคนที่มาซื้อลิขสิทธิ์ในการเป็นตัวแทน ซึ่งคำศัพท์ในการเรียกตัวแทนก็แล้วแต่ว่ากองประกวดจะใช้คำไหน มิสแกรนด์ก็ใช้ระบบเดียวกัน คือ มีตัวแทนของแต่ละจังหวัดมารับไป จะไปจัดประกวดแบบไหนก็แล้วแต่ จะมีคัดคนกี่คน หรือใช้แบบเลือกมาเลยก็แล้วแต่ตัวแทนที่รับลิขสิทธิ์ไป ตัวแทนคนนั้นจะมีความรับผิดชอบ หรือจะไปโกงเงินคนที่ได้รับรางวัลก็เป็นเรื่องฟ้องร้องของแต่ละตัวแทนไป ซึ่งในส่วนของกองประกวดกลางจะไม่เกี่ยวข้อง กองประกวดกลางมีหน้าที่จัดการประกวดใหญ่ ข้อดีของการจัดประกวดแบบนี้ก็คือ เราอาจจะได้เห็นตัวแทนที่หน้าตาดีจริง มีศักยภาพดีจริง มาแข่งขันกันอย่างมากมาย เพราะต้องรวมตัวกันถึง 77 จังหวัด แต่มันก็มีบ้างที่บางคนส่งคนของตัวเองเข้าประกวด เพราะอย่าลืมว่าตัวแทนของแต่ละจังหวัดนั้น ส่วนมากก็เป็นบรรดาพี่เลี้ยงหรือโมเดลลิ่งอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่จะดันเด็กตัวเองเข้าประกวด ยอมรับตามตรงว่าบางครั้งที่ไปเป็นพิธีกรก็เห็นว่าเค้าหวังใครได้ตำแหน่ง แต่ก็พูดไม่ได้เราก็ทำหน้าที่ของเราได้ดีที่สุดก็พอแล้ว ส่วนเรื่องความยุติธรรมในสายตาของคนดูเป็นเรื่องที่คนดูเค้าจะเห็นเอง

ภาพหนึ่งที่บุ๋มสังเกตเห็นก็คือ ภาพของการเตรียมตัวของผู้เข้าประกวดก่อนขึ้นเวที ถ้าเป็นเวทีของผู้หญิง ส่วนมากจะมีการแต่งหน้า แต่งตัว ลงแป้ง ใช้เวลาแต่งหน้ากันหลายชั่วโมงมาก เรียกว่าปั้นใหม่ก็คงไม่แปลก บางคนผิวเข้ม ตาชั้นเดียว แต่พอมาเจอกันบนเวทีกลายเป็นตาสองชั้น ขนตาพุ่งขึ้นไปถึงคิ้ว และผิวขาวยิ่งกว่าตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ต้องขอชื่นชมฝีมือของบรรดาพี่เลี้ยงจริงๆ ซึ่งจากการสังเกตดูเสื้อผ้าที่ใส่ก็มีการปักอย่างสวยงาม ทั้งค่ารถ ค่าอาหาร การแต่งหน้าทำผม รวมถึงค่าชุดที่นำมาใส่ในแต่ละรอบ รวมราคาแล้วคุ้มหรือไม่ บรรดาพี่เลี้ยงมักจะตอบมาเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คุ้มหรอก แต่ได้ความสะใจ และภูมิใจที่ได้แสดงฝีมือในการแต่งหน้าทำผมนางงามเหล่านี้

สำหรับเวทีผู้ชาย ก็ดูวุ่นวายไม่ต่างกัน ชุดประจำจังหวัดอลังการไม่แพ้ผู้หญิง มองแวบแรกนึกว่ามีโชว์ทิฟฟานี่ ทั้งปีกและหางชฎามาพร้อมกันหมด ถ้ามีขนนกด้วยก็คงใช่ แต่ที่ตะลึงยิ่งกว่าคือ รอบชุดว่ายน้ำ มีการทาตัวลงผิวให้เป็นสีเข้มเพื่อให้เห็นกล้ามชัดๆ มีการเฉดดิ้งให้เป็นซิกซ์แพ็ก จนกางเกงว่ายน้ำสีขาวของผู้เข้าประกวดเปื้อนเป็นสีน้ำตาล (ฮ่าๆๆ) แต่ที่ตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือการใช้อะไรบางอย่างยัดเข้าไปในเป้ากางเกงชุดว่ายน้ำ บางคนไม่มีพี่เลี้ยงก็ไม่ได้ทำอะไร แต่บางคนก็ใส่อะไรจนน่าตกใจ แต่ที่เป็นประเด็นยิ่งกว่า และเป็นคลิปที่กระจายกันทั่วโลกโซเชียลก็คือ มีผู้เข้าประกวดคนหนึ่งโพสท่าแรงไม่ต่างจากผู้หญิง รู้เลยว่ามาผิดเวที เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็คือคนนั้นเข้าประกวดเป็นตัวแทนจังหวัดได้อย่างไร แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าใครซื้อลิขสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนของจังหวัดนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกใครก็ได้แม้กระทั่งตัวเอง ในการเข้าประกวด ถ้าถามว่าเค้าผิดอะไรไหม ไม่ผิดเลย เพียงแค่อาจจะดูเป็นสีสันอีกแบบหนึ่งของเวทีก็ได้ ดังนั้นถ้าใครคิดว่าตัวเองอยากให้เกิดความเหมาะสม หาคนหล่อและแมนขึ้นประกวด ก็ให้ไปซื้อลิขสิทธิ์ในปีหน้าเอาเอง

บุ๋มว่าการประกวดเริ่มกลับมาสนุกและเข้มข้นในช่วงสองปีหลัง ทั้งเวทีผู้หญิงและผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะโลกโซเชียล ที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ น่าสนใจ และเข้าถึงมากขึ้น รวมถึงคนยุคใหม่ที่อยากเข้าสู่วงการบันเทิง โดยผ่านการประกวด เพราะเป็นวิธีที่ดูเหมือนง่ายที่สุดที่จะเข้าสู่วงการ และประกาศตัวเองให้โลกรู้ว่าฉันคือคนที่เหมาะสมที่จะเป็นคนดังต่อไป เพราะเวทีการประกวดคือโอกาสของชีวิตของผู้ที่อยากจะต่อยอดชีวิตตัวเอง ขอเป็นกำลังใจให้พี่เลี้ยง และผู้เข้าประกวดต่อไป เพราะนี่คือสีสันของสังคมไทยอีกรูปแบบหนึ่ง

IG : boompanadda

บุ๋ม ปนัดดา