วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทช.ลุยตรวจทำประมงผิดกฎหมายภาคใต้ หวัง 'อียู' ปลดธงเหลืองไอยูยู

รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ จ.สงขลา ลุยตรวจทำประมงผิดกฎหมายภาคใต้ หวังปฏิรูปประมงปลดใบเหลืองไอยูยู เพิ่มศักยภาพทะเลไทย

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.60 นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อตรวจสอบการทำประมงผิดกฎหมาย พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 นำเรือตรวจการณ์ออกตรวจสอบที่บริเวณอ่าวสงขลาตลอดช่วงเช้าและบ่าย โดยไม่พบเรือประมงผิดกฎหมาย

นายโสภณ กล่าวว่า การทำประมงผิดกฎหมายกำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย เพราะเกี่ยวเนื่องกับมาตรการการจัดระเบียบด้านประมง โดยประเทศไทย ได้รับผลกระทบ สหภาพยุโรป โดยกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศให้ใบเหลืองประเทศไทยเกี่ยวกับการทำประมง ระบุว่าเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ดังนั้น ทช.ในฐานะหน่วยงานภายใต้ศูนย์ประสานงานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ได้ออกปฏิบัติการส่งเรือตรวจการออกปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ต.ค.59 จนถึงเดือน ส.ค.60 โดยได้ออกปฏิบัติงานทั้งสิ้นจำนวน 56 ลำลาดตระเวนจำนวน 109 ครั้ง ได้ตรวจสอบเรือกว่า 551 ลำ ดำเนินคดีไปแล้วจำนวน 83 คดี ได้ผู้ต้องหา 75 คน เครื่องมือในการทำความผิด มีทั้งการใช้อวนรุน อวนลาก อวนล้อม คราดหอยและอื่นๆ เช่น โพงพาง ลอบพับได้ อวนติดตา เป็นต้น

นอกจากนี้ ทช.ได้ดำเนินการตามกิจกรรมปฏิบัติการบูรณาการร่วมกับศูนย์ป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 2 (ศปมผ. เขต 2) ตรวจเรือประมงใน 4 จังหวัด คือ ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช และสงขลา จำนวน 101 ครั้ง จำนวนเรือ 246 ลำ จำนวนชาวประมง 2,705 คน พบเรือประมงกระทำความผิดกฎหมายการทำการประมง จำนวน 17 คดี จำนวนผู้ต้องหา 9 คน ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการใช้ลอบพับตัวหนอน หรือไอ้โง่ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 14 คดี ผู้ต้องหา 9 คน คดีเกี่ยวกับการรื้อถอนโพงพาง จำนวน 1 คดี และในพื้นที่จังหวัดพัทลุง จำนวน 2 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการรื้อถอนโพงพาง โดยได้ดำเนินการให้สถานีตำรวจภูธรในแต่ละเขตพื้นที่เป็นผู้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดต่อไป

นายโสภณ กล่าวอีกว่า ทช.ได้กำชับให้สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1-7 เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจเรือประมงไร้สัญชาติ การตรวจการเข้าออกของเรือประมง (Port In/Port Out) การตรวจอุปกรณ์เครื่องมือในระบบติดตามเรือ (VMS) กับเรือที่มีขนาด 30 ตันกรอส ขึ้นไป และการตรวจการใช้แรงงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เรื่องนี้ถือเป็นการปฏิรูปการทำประมงภารกิจดังกล่าว นอกจากจะช่วยส่งผลให้การประเมินของสหภาพยุโรป (EU) ในอนาคตจะสามารถปรับสถานะใบเหลืองของประเทศไทยแล้วจะทำให้ท้องทะเลไทยมีศักยภาพที่จะผลิตสัตว์น้ำให้มีความสมดุลเพิ่มขึ้นด้วย