วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้จัก มงแต็สกีเยอ นักปราชญ์การเมืองคนสำคัญ ที่ทักษิณ ยกวาทะมาอ้าง

จากกรณีที่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่หลบหนีคดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ตั้งแต่ปี 2551 ได้ออกมาทวิตเตอร์ ข้อความเมื่อวันที่ 30 ส.ค.60 ซึ่งถือเป็นการออกมาเคลื่อนไหวทางทวิตเตอร์ครั้งแรกในรอบ 2 ปี ขณะที่สื่อและผู้คนในสังคมไทยกำลังเอ่ยถึงเขามากขึ้นอีกครั้ง หลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว ได้หลบหนีออกจากไทย ไม่อยู่ฟังคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีปล่อยปละละเลยทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับทวิตเตอร์ล่าสุด ของทักษิณ ได้มีการยกวาทะคำพูดของมงแต็สกีเยอ (Montesquieu) นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส ที่เคยกล่าวไว้ว่า ‘ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยตามกฎหมาย หรือในนามของกระบวนการยุติธรรม’ จึงทำให้คนไทยอย่างพวกเรา อยากรู้จัก มงแต็สกีเยอ กันมากขึ้น

เมื่อพลิกดูประวัติของ บารอน มงแต็สกีเยอ หรือ ชาร์ลส์ หลุยส์ เดอ เช็กกองตาต์ เป็นขุนนางฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในนักปราชญ์ทางการเมืองคนสำคัญของโลก ที่เป็นผู้วางรากฐานการเมืองแนวประชาธิปไตย นอกเหนือจาก โทมัส ฮอบส์, จอห์น ล็อค, วอลแตร์ และฌอง ฌาก รุสโซ

มงแต็สกีเยอ เกิดเมื่อปีค.ศ. 1689-1755 หรือ ราว 200-300 ปีก่อน ณ ปราสาทลาแบรด ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส บิดา มีนามว่า เดอ เชอกงดา เป็นนายทหารซึ่งเกิดในตระกูลผู้ดี โดยมงแต็สกีเยอ ได้รับการศึกษาจากวิทยาลัย คาทอลิก แห่งฌุยชี และได้แต่งงานกับ ฌาน เดอ ลาร์ตีก หญิงชาวโปรแตสแตนท์ จากนั้น มงแต็สกีเยอได้รับมรดกจากลุงที่เสียชีวิต และยังได้รับบรรดาศักดิ์ บารอง มงแต็สกีเยอ รวมถึงตำแหน่ง เพรซีด็องอามอร์ตีเย ในรัฐสภาเมืองบอร์โดด้วย

มงแต็สกีเยอ ประสบความสำเร็จทางด้านวรรณกรรม และด้วยความสนใจด้านปรัชญาการเมือง ทำให้เขามีผลงานหนังสือหลายเล่ม แต่ผลงานชิ้นเอกของมงแต็สกีเยอ ก็คือ เป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง ‘วิญญาณแห่งกฎหมาย’ (The Spirit of Laws) หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นคว้ากว่า 20ปี โดยหนังสือเล่มนี้ มีอิทธิพลอย่างมากต่อสังคมในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังมีอิทธิพลต่อสังคมตะวันตก และสหรัฐอเมริกา

แนวคิดหลักของหนังสือ ‘วิญญาณแห่งกฎหมาย’ ของมงแต็สกีเยอ ที่ถูกเผยแพร่เมื่อปี 1748 นั้น เขามีความเห็นว่า กฎหมายที่รัฐบาลแต่ละสังคมบัญญัติขึ้น ต้องสอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ และเงื่อนไขทางขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของแต่ละสังคม อีกทั้งเห็นว่า การปกครองแบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นรูปแบบการปกครองที่ดีที่สุด

มงแต็สกีเยอ เห็นว่า อำนาจการปกครอง ควรแยกออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ ซึ่งการแบ่งอำนาจในการปกครองดังกล่าว เป็นการสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงอำนาจ จะช่วยไม่ให้ผู้ปกครองหรือคณะผู้ปกครองหรือรัฐบาลใช้อำนาจเผด็จการได้

แนวคิดทางการเมืองของมงแต็สกีเยอ ถือเป็นแม่แบบของระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่ใช้แนวคิดเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ และการคานอำนาจทางการปกครอง ขณะเดียวกัน มงแต็สกีเยอ ยังได้รับการยกย่องอย่างสูงจาก อาณานิคมของอังกฤษในอเมริกาเหนือ ในฐานะผู้สนับสนุนเสรีภาพแบบอังกฤษ โดยนักรัฐศาสตร์ โดนัลด์ ลุตซ์ พบว่า มงแต็สกีเยอคือบุคคลทางรัฐศาสตร์และการเมืองที่ถูกเอ่ยถึงมากที่สุดบนแผ่นดินอเมริกาเหนือ ช่วงก่อนเกิดปฏิวัติอเมริกาเลยทีเดียว