วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พนักงานการท่าเรือฯ' บุกร้อง ปอท. เอาผิด ‘ดีเอสไอ’ กล่าวหาโกงโอที

พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วม 80 ราย ร้อง ปอท. ฟ้องเอาผิดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำเข้าข้อมูลเท็จ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีแถลงข่าวใส่ร้ายโกงค่าล่วงเวลา...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 ส.ค.60 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ พร้อมพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วม 80 ราย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง วลัญชรัชฎ์ คำแก่น รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งแถลงข่าวว่า พนักงานการท่าเรือฯ โกงค่าล่วงเวลา (โอที) เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายกฤษฎา เปิดเผยว่า วันนี้มีพนักงานการท่าเรือฯ ที่เกษียณอายุและยังทำงานอยู่ เดินทางมาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน เพราะถูกกล่าวหาทุจริตค่าล่วงเวลา ซึ่งพนักงานการท่าเรือฯ เคยได้นำหลักฐานไปฟ้องค่าล่วงเวลาศาลแรงงานกลาง เนื่องจากการท่าเรือฯ ทำผิดกฎหมาย โดยจ่ายค่าแรงล่วงเวลาแบบเหมาจ่าย ซึ่งที่จริงแล้วตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 ต้องเปลี่ยนค่าจ่ายล่วงเวลาเป็นรายชั่วโมง

นายกฤษฎา เปิดเผยว่า พนักงานการท่าเรือฯ ที่เสียหาย ได้ไปฟ้องศาลแรงงานกลาง ให้การท่าเรือฯ จ่ายเงินตามกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งเมื่อปี 56-57 ศาลแรงงานกลางได้ให้การท่าเรือฯ จ่ายเงินประมาณ 300 ล้านบาท แก่พนักงานการท่าเรือราว 300 คนเพราะเชื่อว่ามีการทำงานจริง ทำให้พนักงานรายอื่นจึงฟ้องร้อง เพราะต้องการได้เงินที่ทำงานแลกมาอย่างลำบาก จากนั้นการท่าเรือฯ กลับไปยื่นฟ้องต่อดีเอสไอ จนมีการแถลงข่าวโดยนายพินิจ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า พนักงานการท่าเรือฯ ทำหลักฐานเท็จโกงเงินรัฐหลายล้านบาท จนกระทั่งส่งเรื่องไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงถือว่าทางนายพินิจทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ข้อหานำเข้าข้อความเท็จสู่ระบคอมพิวเตอร์

"ขณะนี้ยังมีสำนวนยื่นฟ้องอยู่ที่ศาลแรงงานกลางของพนักงานการท่าเรือฯ อีกบางส่วน ซึ่งเป็นเอกสาร 420,000 หน้า นอกจากนี้ การท่าเรือฯ ยังจ้างที่ปรึกษาทนายความ วงเงิน 20 ล้านบาท เพื่อมาต่อสู้กับพนักงานการท่าเรือฯ ซึ่งดูแล้วนำงบประมาณมาใช้ไม่สมเหตุสมผล" นายกฤษฎา กล่าว

ด้าน นายระวัง อินทร์กล่อม อดีตพนักงานการท่าเรือฯ กล่าวว่า ตนต่อสู้คดีกับพวกอีก 23 คน มาตั้งแต่ปี 2547 ยื่นเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนชนะคดี ได้เงินชดเชยเมื่อปี 53 ต่อมาพนักงานคนอื่นจึงฟ้องร้องตาม เพื่อขอความเป็นธรรมตามอีก 70 กว่าราย ทำให้นายกัมปนาท อิ่มแสงจันทร์ พนักงานการท่าเรือฯ ระดับสูง มายื่นเรื่องที่ดีเอสไอ เมื่อปี 56 และทางดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษพร้อมมีการแถลงข่าว ตนมองว่าเป็นการส่งหลักฐานเพียงฝั่งเดียว โดยที่ดีเอสไอไม่ได้มาตรวจสอบข้อมูลกับพนักงานที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้พนักงานการท่าเรือฯ ถูกมองแง่ร้าย และได้รับความเสียหาย อีกทั้งพนักงานที่ไปฟ้องศาลบางส่วนถูกบีบบังคับ ทำให้เกิดความกลัวและถอนฟ้อง เนื่องจากระแวงว่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย.