วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อทุบกระจกรถช่วยเหลือลูกสาววัย 1ขวบ หลังประตูรถล็อก หวั่นอันตราย

เพื่อลูก!!! พ่อใจเด็ดทุบกระจกรถช่วยน้องโฟร์โมสต์ ลูกสาววัย 1 ปี 3 เดือน ติดอยู่ภายในรถหลังเดินไปเพื่อจะเปิดแค็บหลังรถหยิบขวดนมให้ลูก แต่ลูกเผลอไปกดรีโมตแล้วเกิดล็อก เมื่อมองไปเห็นลูกสาวร้องไห้ จึงตัดสินใจช่วยชีวิตไว้ก่อนทันที...


เมื่อเวลา 12.10 น.วันที่ 30 ส.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.ปิลันธน์ ศรีสถาน รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุเด็กเล็กติดอยู่ภายในรถปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน ผค-1894 อุดรธานี จอดอยู่ริมถนนหมากแข้ง หน้าบ้านห้วยการแพทย์ เลขที่ 51 ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วยสายตรวจอินทรีย์ 2 สายตรวจจราจร พร้อมกับประสานช่างกุญแจ จนท.มูลนิธิส่งเสริมธรรมสถาน รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดูและหาวิธีการช่วยเหลือ ผ่านไป 15 นาที ช่างกุญแจยังไม่มาถึง ประกอบกับเด็กร้องไห้ ด้วยอาการตกใจ นายจอม สายจันทร์ยนต์ อายุ 35 ปี ชาว ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พ่อของเด็กที่ติดอยู่ในรถ ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ญ.กนกกาจณ์ ชานันโท อายุ 1 ขวบ 3 เดือน ซึ่งคุณพ่อได้ตัดสินใจใช้ประแจเลื่อน ของพลเมืองดีที่ให้ยืมทุบกระจกแค็บด้านซ้าย ไป 3 ครั้ง แต่กระจกไม่แตก จึงเปลี่ยนให้เจ้าของประแจเลื่อนทุบไปอีก 3 ครั้ง กระจกแตกละเอียด และช่วยน้องโฟร์โมสต์ ออกมาอย่างปลอดภัย ทันทีที่ออกมาจากตัวรถ ชาวบ้านที่คอยลุ้นการให้การช่วยเหลือ ต่างพากันเรียกขวัญให้น้องโฟร์โมสต์ ตามประเพณีของชาวอีสาน ว่า "ขวัญเอยมาเด้อ" โดยมี น.ส.เฉลียว ชานันโท อายุ 37 ปี แม่ของน้องโฟร์โมสต์ เข้าไปรับอุ้มมาปลอบขวัญ ด้วยความดีใจและสงสารลูกสาว จนน้ำตาไหล


นายจอม สายจันทร์ยนต์ และน.ส.เฉลียว ชานันโท พ่อและแม่ของน้องโฟร์โมสต์ เล่าว่า วันนี้พาพ่อแม่มาตรวจสุขภาพตามหมอนัด ขณะรอบัตรคิว ลูกสาวร้องงอแง เนื่องจากง่วงนอน นางเฉลียว จึงบอกให้นายจอมสามี อุ้มลูกไปกล่อมนอนในรถ แต่เนื่องจากลูกสาวหิวนม จึงวางลูกไว้ที่เบาะหน้าฝั่งซ้าย และลืมวางกุญแจรีโมตรถ ไว้บนเบาะรถ เพื่อเดินออกไปหยิบขวดนมที่วางอยู่ในแค็บด้านหลังที่นั่งคนขับ ทันทีที่ปิดประตู ลูกสาวได้กดกุญแจรีโมตล็อกประตู ไม่รู้จะทำยังไง มองไปในรถก็เห็นแต่ลูกร้องให้ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจประสานช่างกุญแจให้การช่วยเหลือ แต่ด้วยความเป็นพ่อเห็นลูกร้องไห้อย่างน่าเวทนา จึงตัดสินใจขอยืมประแจเลื่อนทุบกระจกรถเพื่อช่วยเหลือลูกออกมา เพราะเกรงว่าลูกจะได้รับอันตรายอย่างที่เคยเห็นในข่าว และกระจกแค็บของรถ ราคาเพียง 1,200 บาท มันเทียบกันไม่ได้เลยกับชีวิตลูกของตน.