วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดวงจันทร์มีอะไร ใครเป็นเจ้าของ เชื่อไหมอีก 3 ปีจะมีการทำเหมืองนอกโลก!

สมัยก่อนที่ยังไม่มีใครย่างก้าวขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ มนุษย์จินตนาการเกี่ยวกับ “ดวงจันทร์” ไว้หลากหลายอย่าง นิทานก็มี เรื่องเล่าก็มากมาย

แต่หลังจาก “มนุษย์” ก้าวขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์แล้ว ความเชื่อต่างๆ ก็ดูจะเสื่อมคลายลง ยกเว้นวงการโหราศาสตร์ ที่ยังคงมีความเชื่อหลากหลายอยู่

เมื่อเร็วๆ นี้ ในวงการวิทยาศาสตร์ได้เกิดข้อถกเถียงร้อนฉ่า เกี่ยวกับเรื่องสิทธิบนดวงจันทร์ และข้อกฎหมายอวกาศ ซึ่งแน่นอนกูรูด้านนี้ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ดีเท่า อ.ชัยวัฒน์ คุประตกุล จอมวิทยาศาสตร์ ขาประจำของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ นักเขียนชื่อดังที่ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อย่างรอบด้าน

อ.ชัยวัฒน์ ไม่พูดพร่ำทำเพลงนาน เริ่มร่ายถึงที่มาของดาวดวงเล็กๆ ที่เป็นบริวารของโลก ที่กลายเป็นที่ต้องตาต้องใจของหลายประเทศว่า หากเปรียบดวงจันทร์ในเวลานี้ ก็เหมือนกับพรมแดนตะวันตก ของประเทศสหรัฐอเมริกา ในยุคบุกเบิก เพราะดวงจันทร์ มีทรัพยากรมากมาย ทั้งที่มีมนุษย์คนแรกเคยไปเหยียบมาแล้ว ตั้งแต่โครงการ “อพอลโล” ปีค.ศ. 1969-1972 ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับไปอีกเลย

จอมวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เล่าว่า ตนมีโอกาสได้คุยกับ อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก (นักเขียนนวนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษ) เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ปี พ.ศ.2523 ซึ่งตอนนั้นทราบว่า อาร์เธอร์ กำลังประท้วงสหรัฐฯด้วยการหยุดเขียนหนังสือทั้งหมด เนื่องจากสหรัฐฯ ไปถึงดวงจันทร์แล้วแทนที่จะใช้ดวงจันทร์ให้เป็นประโยชน์แก่วงการวิทยาศาสตร์ แต่กลับไม่ได้ทำอะไร สิ่งที่ทำตอนนั้นเพื่อต้องการเอาชนะโซเวียต เท่านั้น การกระทำของสหรัฐฯ​ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ขาดโอกาส เพราะดวงจันทร์ เป็นห้องวิทยาศาสตร์ และ “หอดูดาว” ที่เปรียบเสมือน “ตาวิเศษ” ได้ดีกว่าบนโลก เพราะดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศมาบดบังแสงจากดวงดาว และปัจจุบันโลกเองกำลังประสบปัญหาเรื่องนี้อย่างหนัก เพราะมีมลพิษ และ คลื่นการสื่อสารต่างๆ มารบกวน

ไขคำตอบ ดวงจันทร์มีอะไร ใครเป็นเจ้าของดวงจันทร์

คำถามที่ว่า “ใครเป็นเจ้าของดวงจันทร์” นั้น เรื่องนี้มีคำตอบเมื่อนานมาแล้ว โดย อ.ชัยวัฒน์ ได้เล่าย้อนกลับไปก่อนที่สหรัฐฯ จะขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ว่า ได้เริ่มมีการถกกันโดยสหประชาชาติ ซึ่งข้อวิตกกังวลในตอนนั้น คือ “เกรงว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะยึดดวงจันทร์” ระหว่าง สหรัฐฯ กับ รัสเซีย ที่กำลังแข่งกันไปดวงจันทร์ ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่อเมริกาจะส่ง อพอลโล ไปถึงดวงจันทร์ 2 ปี ทางสหประชาชาติได้มี “outer space treaty” หรือ “สนธิสัญญาอวกาศ” มีผลปี ค.ศ.1967 ซึ่งเป็นกฎหมายอวกาศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติทั่วโลกกว่า ร้อยประเทศ ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย

สาระหลักระบุ ให้ถือว่าอวกาศตั้งแต่เหนือบรรยากาศโลกขึ้นไป รวมถึงดวงจันทร์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวอังคาร ทุกอย่างเป็นของมวลมนุษยชาติ สามารถไปสำรวจได้ แต่จะห้ามใครที่ไปถึงก่อนแล้วอ้างสิทธิเป็นเจ้าของพื้นที่หรือวัตถุไม่ได้

จากกฎหมายอวกาศนี้ เมื่อสหรัฐฯ ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ ระหว่างปี 1969 - 1972 แล้วขนหินลงมายังโลกมากมายจึงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะทรัพย์สินก็คือ หินดวงจันทร์ ที่ได้มาจะอยู่ในความคุ้มครองของทางการสหรัฐฯ​ ซึ่งสิ่งที่ทำได้มากที่สุด คือ ใช้ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ และมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เท่านั้น

ส่วนคำถามที่ว่า ดวงจันทร์มีอะไร อ.ชัยวัฒน์ ตอบว่า จากการศึกษาพบว่า ดวงจันทร์มีแร่ธาตุเหมืนกับที่โลก แต่ที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ 3 อย่างคือ

1.น้ำ ที่มนุษย์สามารถนำมาในการดำเนินชีวิต และใช้เป็นแหล่งพลังงาน ซึ่งน้ำของดวงจันทร์นั้นจะอยู่ในสภาพเหมือนเกร็ดน้ำแข็ง

2. ฮีเลียม-3 เป็นเชื้อเพลิงสำคัญ ที่จะใช้การทำ หรือ ผลิตไฟฟ้า จากพลังงานนิวเคลียร์แบบฟิวชัน

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มี 2 แบบ ที่มีอยู่ทั้งหมดล้วนเป็นแบบ “ฟิชชัน” ใช้พลังงานเชื้อเพลิงพวกธาตุหนัก แตกตัวแล้วปล่อยพลังงานออกมา แต่สิ่งที่ทั่วโลกนั้นอยากได้มากที่สุดขณะนี้ คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบ “ฟิวชัน” ที่ใช้ ไฮโดรเจน เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งไฮโดรเจนนี้ไม่ใช่ไฮโดรเจนทั่วไป แต่เป็นไฮโดรเจนที่มี ไอโซโทป มีธาตุสำคัญ คือ “Deuterium และ Tritium (2 ตัวนี้มีอยู่ในน้ำทะเลทั่วโลก ถึงแม้จะเป็นสัดส่วนไม่มาก แต่ก็มีอยู่ปริมาณมาก เพราะน้ำทะเลทั่วโลกมีมาก)

3.โลหะ ประเภท แรร์เอิร์ท (rare-earth) หายาก ซึ่งเป็นโลหะที่มีคุณสมบัติพิเศษ จำพวก อิตเทรียม แลนทาไนด์ และสแกนเดียม ซึ่งปัจจุบันโลกใช้กันมาก เป็นอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟน โดย 90% ที่ใช้กันทั่วโลกนั้น ถูกนำมาจากประเทศจีน

เปิดพรมแดนใหม่ในอวกาศ ในการค้นหาทรัพยากร

อ.ชัยวัฒน์ อธิบายว่า อวกาศจะเป็นพรมแดนใหม่ของมนุษย์ มนุษย์ต้องการทรัพยากรมากมาย การจะไปเอาทรัพยากรจากดวงจันทร์ เชื่อว่าไม่แพงเท่ากับมาเอาที่โลก เพราะดวงจันทร์มีแรงดึงดูดไม่มาก เพราะขนาดเล็กกว่าโลกมาก หากทำเหมืองบนดวงจันทร์ได้ จะเกิดการสร้างพรมแดนใหม่ของมนุษย์ที่ก้าวกระโดด ซึ่งเรื่องนี้คือ “แรงจูงใจ”

ส่วนประเด็นใหญ่ในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่กลับเป็นเรื่อง “ข้อกฎหมาย” เพราะมีกฎหมายอวกาศ เขียนไว้อยู่ การจะไปทำเหมืองบนดวงจันทร์ ทำได้หรือ?

อ.ชัยวัฒน์ เล่าว่า ประเทศที่เริ่มอึดอัดกับเรื่องนี้ก็คือ สหรัฐอเมริกา เอง เพราะได้ข้อมูลการค้นพบทรัพยากรบนดวงจันทร์ และเอกชนก็อยากจะไปลงทุนทำธุรกิจ... ในที่สุด อเมริกา ก็ออกกฎหมาย เมื่อปี ค.ศ.2015 ชื่อจริงๆ ยาวมาก คือ "Spurrint private aerospace compepiveness and entreneurship act of 2015” หรือ “กฎหมายส่งเสริมการแข่งขันและธุรกิจเอกชนในอวกาศ ฉบับ 2015” แต่มักเรียกกันสั้นๆ เป็น Space act of 2015 หรือ กฎหมายอวกาศ 2015

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา (พ.ศ.2560) นายโรเบิร์ต ริชาร์จ (robert Richards) บริหารของ บริษัท มูนเอกซ์เพรส (moon express) เป็นบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ​ มีเป้าหมายในการลงทุนทางธุรกิจ หาทรัพยากร บนดวงจันทร์ (โดยอ้างอิงจากกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ) ผู้บริหารให้ข่าวว่า บริษัทตั้งเป้าจะไปทำเหมืองบนดวงจันทร์ โดยจะเริ่มต้นทำได้ในปี ค.ศ.2020 มีการวางแผน 3 ขั้นตอน ใน 2 ขั้นตอนแรกจะเริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้ (ค.ศ.2017) คือ การส่งยานอวกาศลำหนึ่งไปลงบนดวงจันทร์ก่อน จากนั้นก็จะส่งยานอวกาศอีกลำไปลงครั้งที่สอง หลังการเรียนรู้จาก 2 ครั้งแรก ก็จะเริ่มทำเหมืองบนดวงจันทร์ เป็นขั้นที่ 3 เร็วที่สุดจะเป็นปี ค.ศ.2020 ด้วยการส่งยานอวกาศไปลงจอดบนดวงจันทร์ เป็นฐานการทำเหมืองครั้งแรก แล้วส่งแคปซูลส่งหินดวงจันทร์กลับมายังโลก

“สิ่งที่จะได้มา จะแบ่งส่วนหนึ่งเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่อีกส่วนหนึ่งจะขายเป็นของที่ระลึก (เขาเชื่อว่าคนทั่วโลกอยากได้หินบนดวงจันทร์) โดยอีกส่วนหนึ่งจะศึกษาแร่ธาตุที่ได้มา เพื่อประเมินและวางแผนการทำเหมืองบนดวงจันทร์ต่อไป”

จอมวิทยาศาสตร์ชื่อดัง กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายประเทศเริ่มสนใจทำธุรกิจบนดวงจันทร์ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น และ ยุโรป ดวงจันทร์จึงกลายเป็นแหล่งลงทุนเนื้อหอมที่สุดตอนนี้ หลายประเทศจึงเริ่มแข่งขันกันเพื่อที่จะกลับไปดวงจันทร์ ซึ่งถึงแม้จะเคยไปมาแล้ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ โดยจุดเสี่ยงที่สุดสำหรับการเดินทางไปอวกาศคือการ ขึ้นจากโลก ฉะนั้น จึงต้องมีการเตรียมตัว โดยนอกจากเหมืองแร่แล้ว ยังเตรียมทำทัวร์ หรือ สร้างโรงแรม บนดวงจันทร์และในอวกาศรอบโลกอีกด้วย

ข้อกฎหมายเป็นที่ถกเถียง กฎหมายสหรัฐฯ แต่ไปใช้บนดวงจันทร์

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้กำลังเป็นเรื่องถกเถียงร้อนแรงในวงการวิทยาศาสตร์ และ นักวิชาการทั่วโลก เนื่องจาก กฎหมายที่ออกโดยสหรัฐฯ จะไปบังคับใช้บนดวงจันทร์ ทั้งนี้ ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่า เป็นเรื่องคล้ายกับการขอสัมปทานทำเหมืองบนโลก ซึ่งเจ้าของสัมปทานก็จะเป็นเจ้าของแร่ที่ขุดได้ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ สำหรับเรื่องการทำเหมืองบนดวงจันทร์ที่ห้ามเป็นพิเศษ คือ ถ้าขุดเหมืองแล้ว ไปพบสิ่งมีชีวิตต่างดาว ก็จะยึดสิ่งมีชีวิตเป็นของพวกคุณไม่ได้

เมื่อถามว่าคนไทยจะไปทำเหมืองบนดวงจันทร์ คำตอบของ อ.ชัยวัฒน์ คือ “ก็น่าจะได้ เหมือนกับคนไทยที่ไปลงในทำประเทศไทยและในประเทศอื่น”