วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.ไฟเขียวผลิตหุ่นยนต์ คนออฟฟิศจะตกงาน

ดร.อุตตม สาวนายน

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบ มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยไปสู่“อุตสาหกรรม 4.0” โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อน

ผมเห็นด้วยที่จะนำ หุ่นยนต์ และ ระบบอัตโนมัติ มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความจริงบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นในไทยก็ใช้มานานแล้วแม้ ดร.อุตตม จะบอกว่า ไม่ได้มาทดแทนคน แต่สุดท้ายแล้วหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ก็ต้องเข้ามาทดแทนคนอยู่ดี

โรดแม็ปการพัฒนาหุ่นยนต์ จะเริ่มตั้งแต่ การกระตุ้นอุปสงค์ โดยใช้งบประมาณ 12,000 ล้านบาท ไปกระตุ้นให้เกิดการใช้ หุ่นยนต์ และ ระบบอัตโนมัติ ในการผลิตผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุน ลดหย่อนภาษีให้ 50% สำหรับนิติบุคคลที่ใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการผลิตและบริการ

กระทรวงการคลัง ยกเว้นภาษีเงินได้ให้ 300% สำหรับการลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สำนักงบประมาณ จะสนับสนุนให้ส่วนราชการจัดซื้อจัดจ้างหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติมาให้บริการประชาชน กระทรวงอุตสาหกรรม จะสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับเอสเอ็มอีที่หันไปใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการผลิต ผ่าน กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี และกองทุนอื่นๆ เรียกว่าโด๊ปกันเต็มที่

กระทรวงการคลัง ยัง ยกเว้นอากรนำเข้า ให้กับ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่นำมาผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ให้สิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนสูงสุดแก่ System lntegrator (Sl) ผู้ทำหน้าที่ออกแบบติดตั้งระบบอัตโนมัติ

จะมีการจัดตั้ง Center of Robotic Excellence (CoRE) ร่วมกับเอกชนชั้นนำจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาบุคลากรและยกระดับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ภายใน 5 ปี จะมีหุ่นยนต์ต้นแบบอย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นภาพของ “ไทยแลนด์ 4.0” ชัดเจนขึ้น

วันนี้ไทยยังใช้หุ่นยนต์ค่อนข้างตํ่า เฉลี่ย 53 ตัวต่อหมื่นคน ในขณะที่อัตราเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 69 ตัวต่อหมื่นคน ไต้หวัน 190 ตัวต่อหมื่นคน สิงคโปร์ 398 ตัวต่อหมื่นคน โอกาสที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยจะเติบโตยังมีอีกมาก

ในรายงานของ World Robotic Report 2016 ระบุว่า ภายในปี 2019 จะมีการติดตั้งหุ่นยนต์การผลิตในอุตสาหกรรมใหม่ทั่วโลกถึง 1.4 ล้านตัว ประเทศที่ติดตั้งหุ่นยนต์มากที่สุดก็คือ ยุโรปกลาง และ ยุโรปตะวันออก ประเทศที่มาแรงอีกประเทศก็คือ จีน ปีที่แล้ว จีนติดตั้งหุ่นยนต์การผลิตสูงถึง 9 หมื่นตัว เท่ากับ 1 ใน 3 ของทั้งโลก ปี 2019 คาดว่าจีนจะติดตั้งหุ่นยนต์เพิ่มอีก 160,000 ตัว

หุ่นยนต์ทุกตัว ระบบอัตโนมัติทุกระบบ แน่นอนว่าติดตั้งไปแทนแรงงานคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการผลิต หุ่นยนต์แต่ละตัวจะทดแทนคนงานกี่คน ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตมีความซับซ้อนขนาดไหน

ผมอยากจะเตือนล่วงหน้าไว้ตรงนี้ว่า แรงงานที่เสี่ยงต่อการตกงานมากที่สุดก็คือ คนทำงานออฟฟิศ ที่เรียกกันว่า White Collar จบปริญญาจากมหาวิทยาลัย วันก่อน สำนักงานสถิติแห่งชาติ เพิ่งเปิดเผยข้อมูลว่า ปีนี้มีคนตกงานเพิ่มขึ้น 102,000คน เป็น 499,000 คน คนตกงานส่วนใหญ่เป็นผู้จบปริญญาตรี

เมื่อมีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่ คนกลุ่มนี้จะตกงานมากขึ้น

แต่ Blue Collar หรือ ผู้ใช้แรงงาน กลับได้รับผลกระทบน้อยกว่า แม้หุ่นยนต์จะทำงานแทนคนได้มากมาย แต่ก็ทำไม่ได้ทุกอย่าง สู้แรงงานระดับล่างไม่ได้ แต่แรงงานที่เคยทำงานสบายในสำนักงาน อนาคตน่าเป็นห่วงจริงๆนะ.

ลม เปลี่ยนทิศ