วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หรือจะเกิดสงครามจริงๆ

เมื่อตอนเช้ามืดของวันที่ 29 ส.ค. ตามเวลาในประเทศไทย สำนักข่าวต่างประเทศทั้งสื่อออนไลน์ โทรทัศน์ รายงานข่าว การยิงขีปนาวุธ ไม่ทราบชนิดของ เกาหลีเหนือ จากฐานทัพ ซูนัน ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ ข้ามประเทศญี่ปุ่น ผ่านเกาะฮอกไกโดไปตกบริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งฮอกไกโด เป็นระยะทาง 2,700 กิโลเมตร ที่ความสูง 550 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดสัญญาณเตือนภัยและพยายามที่จะยิงจรวดทำลายขีปนาวุธดังกล่าว สร้างความตกอกตกใจให้กับคนญี่ปุ่นกันทั้งประเทศ โดยระบบเตือนภัยของญี่ปุ่นได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหามาตรการป้องกันเอาไว้ก่อน ซึ่งนายกฯญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ ออกแถลงการณ์ตอบโต้การกระทำของเกาหลีเหนือทันทีพร้อมที่จะตอบโต้เกาหลีเหนือทุกเม็ด เพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศญี่ปุ่นอย่างร้ายแรงชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ก่อนหน้าที่ เกาหลีเหนือ ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จำนวน 3 ลูก เป็นการยั่วยุ ยั่วน้ำลายในช่วงที่มี การซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาก็มีการ ยิงขีปนาวุธเข้าใส่เกาะกวม ซึ่งเป็นที่ตั้ง ฐานทัพของสหรัฐฯ มารอบหนึ่งแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การยิงขีปนาวุธวิถีโค้งข้ามประเทศญี่ปุ่นของเกาหลีเหนือ เป้าหมายอยู่ที่การข่มขู่สหรัฐฯ และเป็นการหลีกเลี่ยง น่านฟ้าของญี่ปุ่นที่จะอ้างเหตุในการยิงขีปนาวุธตอบโต้เกาหลีเหนือได้ โดยการทดสอบการยิงขีปนาวุธข้ามประเทศญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงกับญี่ปุ่นแต่อย่างใด

การยั่วยุนำไปสู่สงครามระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ มีการวิเคราะห์ได้ 2 ประเด็นคือ เป็น สงครามจิตวิทยา ที่เกาหลีเหนือก็ต้องรักษาบทบาทในแบบฉบับของเกาหลีเหนือเอาไว้ ถ้าเกาหลีเหนือจะแสดงความประสงค์ให้มีการเจรจาสันติภาพ หรือเจรจากับสหรัฐฯ ภาพผู้นำของ คิม จอง อึน ที่จะนำเกาหลีเหนือตามลัทธิการปกครองที่สืบทอดกันมาคงจบกันแค่นี้

เพราะฉะนั้นคงไม่เกิดสงครามคาบสมุทรเกาหลีง่ายๆ

แต่อีกความเห็น เนื่องจากบุคลิกของผู้นำทั้งสองประเทศ คาดเดายาก ที่นึกว่าจะไม่ทำก็ทำได้ โอกาสที่จะใช้ความรุนแรงตอบโต้จากสหรัฐฯ อาจมีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม นั่นหมายถึงว่าผ่านการคำนวณมาอย่างดีแล้วว่าหากเกิดสงครามขึ้นสหรัฐฯจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ เนื่องจากบทเรียนจากสงครามเวียดนามและสงครามในตะวันออกกลาง สร้างความสูญเสียให้กับสหรัฐฯไปไม่น้อย

ดังนั้น ระหว่างทางสองแพร่ง ที่อาจจะเกิดสงครามหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ยากที่จะคาดเดาอารมณ์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ทำให้เป็นสุญญากาศของความมั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน ที่เกิดจากปัจจัยความมั่นคงในภูมิภาคนี้ อย่างน้อยๆก็ทำให้การลงทุนต้องมีการลดความเสี่ยงมากขึ้น

สงครามนำมาซึ่งความสูญเสียก็จริงแต่สงครามก็นำไปสู่จุด เริ่มต้นการเจรจาสันติภาพ บนโลกกลมๆใบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ จึงไม่ควรจะตั้งอยู่บนความประมาท ไม่เชื่ออย่าลบหลู่.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th