วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าลืมความน่าเชื่อถือ

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขณะนี้ ถ้ามีโพลถามความเห็นประชาชน เชื่อหรือไม่ว่ารัฐบาลไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนส่วนใหญ่คงจะตอบว่า “ไม่เชื่อ” แม้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงจะยืนยันไม่รู้ไม่เห็น และนายกรัฐมนตรีตอบคำถามของสื่อว่า “ใครจะไปปล่อย จะปล่อยได้ยังไง ทำไมคิดแบบนี้ ไม่มีใครเขาบ้าทำ”

เหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไม่เชื่อว่าอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงจะสามารถหนีไปได้ เนื่องจากนับแต่วันที่ศาลฎีกาฯรับฟ้องคดี ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกล่าวหาปล่อยปละละเลยโครงการรับจำนำข้าว และถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนๆ จะมีทั้งทหารและตำรวจติดตาม ทั้งในและนอก เครื่องแบบ แต่จะปล่อยหละหลวมให้คลาดสายตาในช่วงสำคัญได้อย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองส่วนใหญ่เชื่อว่า การหลบหนีออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายในทางการเมือง ผู้หลบหนีไม่ต้องเสี่ยงติดคุก ขณะเดียวกันรัฐบาล คสช.ก็ได้ประโยชน์ไม่ต้องถูกมวลชนกลุ่มเสื้อแดงกดดันหรือก่อความวุ่นวาย หากจำเลยถูกพิพากษาว่าทำผิด จริงตามฟ้อง และถูกจำคุก

ในทางการเมือง เชื่อกันว่าการหนีศาลของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงจะทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอลงมาก ขณะเดียวกันพลังทางการเมืองของ คสช.จะเข้มข้นยิ่งขึ้น เป็นผลดีต่อการต่อสู้ทางการเมืองในวันหน้า ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขาดความเชื่อถือศรัทธา แม้แต่ในกลุ่มผู้สนับสนุนที่เคยยกย่องเป็นวีรสตรีนักต่อสู้ประชาธิปไตย เทียบได้กับอองซาน ซูจีของพม่า

แต่ในที่สุด อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก และคนเดียวของประเทศไทย ก็ตัดช่องน้อยแต่พอตัว หนีคดีไปต่างประเทศ ปล่อยให้อดีตรัฐมนตรี 2 นาย ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก คนละ 36 และ 42 ปี ในความผิดเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นพี่ชายเป็นนโยบายที่อ้างว่าไม่อาจเลิกหรือปรับเปลี่ยน

แต่รัฐบาลก็อาจได้รับผลกระทบ ไม่มากก็น้อย เสี่ยงต่อการขาดความเชื่อถือของประชาชนบางส่วนที่อาจไม่เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีไปได้ด้วยตัวเอง ความเชื่อถือของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารประเทศของรัฐบาล เคยมีตัวอย่างสหรัฐอเมริกาที่ต้องแพ้สงครามเวียดนาม สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้แพ้ เพราะประชาชนขาด ความเชื่อถือรัฐบาล

รัฐบาลมีอำนาจหน้าที่สำคัญ คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุใดๆ นายกรัฐมนตรีย้ำอย่างหนักแน่นและต่อเนื่องให้คนไทยเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย และประกาศว่ารัฐบาลทำทุกอย่างตามกฎหมาย จึงต้องไม่เกิดความสงสัยเกี่ยวกับความสงสัยในคดีสำคัญ และจำเลยสำคัญระดับอดีตนายกรัฐมนตรี.