วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์คดีสลายม็อบ พธม.แค่ 'สุชาติ เหมือนแก้ว' คนเดียว

ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ คดีสลายชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ แค่ “สุชาติ เหมือนแก้ว” คนเดียว อ้าง เป็น ผบ.เหตุการณ์ ต้องรับผิดชอบเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งหมด ส่วน “สมชาย-บิ๊กจิ๋ว-พัชรวาท” ไม่ยื่น ยกเหตุไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ จ่อ ยื่นอุทธรณ์ศาลฎีกาฯ 31 ส.ค.นี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในการประชุม ป.ป.ช. วันที่ 29 ส.ค. มีวาระการประชุมสำคัญคือ การพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยกฟ้องคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปี 2551 ที่จะครบกำหนดการยื่นอุทธรณ์ ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งที่ประชุม ป.ป.ช. ประชุมแล้วมีมติให้ยื่นอุทธรณ์เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ที่เป็นจำเลยที่ 4 เพียงคนเดียว ส่วนจำเลยที่ 1-3 ได้แก่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติไม่อุทธรณ์ โดยเหตุผลที่ยื่นอุทธรณ์เฉพาะ พล.ต.ท.สุชาติ เพียงคนเดียวนั้น ป.ป.ช.มีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 0 เนื่องจากเห็นว่า พล.ต.ท.สุชาติ มีสถานะเป็น ผบ.เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมเหตุการณ์ชุมนุมโดยตรง ทั้งช่วงเช้า กลางวัน เย็น ตามแผนกรกฎ ย่อมรับรู้เป็นอย่างดีว่าเหตุการณ์เกิดความรุนแรง และไม่รุนแรงในช่วงใดบ้าง แต่ช่วงที่เกิดความรุนแรงกลับไม่สั่งระงับยับยั้งเหตุการณ์ ไม่มีการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ยังใช้วิธีการเดิมแก้ปัญหา จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ในส่วนจำเลยที่ 1-3 ป.ป.ช.มีมติด้วยคะแนน 7 ต่อ 1 ไม่ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากเห็นว่าทั้งสามคนเป็นเพียงผู้ให้นโยบาย ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ตลอดทั้งวัน จึงไม่อาจล่วงรู้เหตุการณ์ความรุนแรงได้เหมือนกับ ผบ.เหตุการณ์ และไม่พบว่ามีเจตนาพิเศษต้องการให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น อีกทั้งจำเลยบางคน อาทิ พล.อ.ชวลิต ได้แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง นับตั้งแต่เมื่อรู้ว่าเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนี้ด้วย แต่ได้งดออกเสียงในการลงมติเรื่องการยื่นอุทธรณ์ทั้งสองกรณี โดย ป.ป.ช.เตรียมจะยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในกรอบเวลาที่จะครบกำหนดอุทธรณ์ 30 วัน ในวันที่ 1 ก.ย.