วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอแนะนำ คนติดไลน์ติดมือถือ ควรพักเบรกสายตาทุกๆ 20 นาที

รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ

สังคมก้มหน้าในยุคปัจจุบัน ที่คนเกือบทุกวัยต่างติดโซเชียลมีเดีย ใช้สายตาเพ่งมองทั้งหน้าจอโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ในการทำงานตลอดทั้งวัน ส่งผลต่อสุขภาพตา ก่อให้เกิดปัญหาตามากขึ้นและเร็วขึ้นในบางช่วงอายุคน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนทุกเพศทุกวัยใส่ใจดูแลสุขภาพตา ซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาด ไทย ได้ให้ความรู้ว่า ในสังคมก้มหน้า ก่อให้เกิดปัญหาเยอะมาก ปัญหาอย่างแรกคือ ตาแห้ง เพราะเราจ้องคอมพิวเตอร์ หรือว่า จ้องหน้าจอมือถือที่มีแสงจ้า แล้วเราก็จะมีสมาธิกับมันมาก พอจ้องปุ๊บเราไม่ได้กะพริบตา เคยได้มีการเอากล้องมาจับพฤติกรรมคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ พบว่า คนที่อยู่หน้าจอนานๆ จะมีการกะพริบตาน้อยกว่าคนปกติถึง 10 เท่าได้ ซึ่งทำให้น้ำตาระเหยไป ก่อให้เกิดตาแห้งได้

คุณหมองามจิตต์อธิบายต่อว่า การกะพริบตา จะทำให้มีน้ำตามาเคลือบที่ตา พวกที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือมือถือนานๆ โดยไม่ได้กะพริบตา ทำให้น้ำตาระเหยไป กระจกตาก็แห้ง ก่อให้เกิดตามัว และเจ็บตาได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อตา การมองในที่ใกล้ ต้องใช้ความสามารถกล้ามเนื้อของเลนส์แก้วตา ทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งแข็ง พอเหลือบตามองอย่างอื่น จะมองไม่ค่อยชัด ต้องมีการพักเบรกก็จะเห็นดีขึ้น ถ้ามีการเกร็งกล้ามเนื้อตามาก จะทำให้แสบตา มีอาการเคืองตา ปัจจุบันเราต้องสูญเสียงบประมาณเกี่ยวกับการใช้น้ำตาเทียมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการรักษาคนที่น้ำตาแห้งมาก ต้องใช้น้ำตาเทียม พอใช้เป็นประจำ อาจทำให้เกิดตาแดงชั่วคราว กลายมา เป็นตาแดงเรื้อรังได้ ยิ่งถ้าใส่คอนแทกเลนส์ก็จะกลายเป็นการกระตุ้นหลายทาง หากไม่อยากให้เกิดอาการเหล่านี้ เวลาใช้คอมพิวเตอร์ ควรจะกะพริบตาบ่อยๆ, ต้องมีการพักเบรก หลักการคือ ทุกๆ 20 นาทีต้องเบรก จากการมองใกล้ ไปมองไกลๆ บางคนคิดว่ามองใกล้จากคอมพิวเตอร์แล้ว มามองไกลทางมือถือ ซึ่งไม่ใช่ คอมพิวเตอร์กับมือถือ เป็นอันเดียวกัน สิ่งที่อยากจะแนะนำ ถ้าทำได้ อยากให้ลุกมาเดิน เพราะการเดิน เราจะมองสิ่งต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อตาคลายสัก 10 นาที แล้วค่อยกลับมาทำงาน แบบนี้จะทำให้วงเวียนการทำงานของตาดีขึ้น

หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา รพ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสภาวการณ์ของสายตาผิดปกติของคนไทย ทางศูนย์ฯ ได้ดูแลคนไข้สายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และทำการรักษาได้ครบวงจร โชคดีที่ภาควิชาจักษุวิทยาของเรามีเครื่องมือที่ดีที่สุด ใหม่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ที่มีการวิเคราะห์ต้อกระจกได้สมบูรณ์ เป็นเครื่องมือผ่าตัดที่ที่อื่นไม่มี ปกติการแก้ไขสายตาสั้น ยาวเอียง เราจะแก้ไขที่กระจกตาก่อน บางคนกระจกตามีความหนาไม่พอ เพราะฉะนั้นยิงเลเซอร์ที่กระจกตา ก็จะทำให้เป็นอันตรายได้ เราก็จะแก้ไขที่อื่น โดยการใส่เลนส์เข้าไปแทน เป็นการปรับโฟกัสให้ที่จอตา นั่นคือการแก้ไขทุกขั้นตอนของคนที่มีสายตาผิดปกติ สายตายาวตามอายุ เราก็มีการแก้ไขได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีคนที่มารักษาคิดว่า สายตาสั้น สายตาเอียง ปรากฏว่า ไม่ใช่ เป็นคนสายตาสั้นเอียงปกติ คือคล้ายว่าจะเป็นคนสายตาสั้น เอียง แต่เป็นโรคที่เรียกว่า “กระจกตาโก่ง หรือโค้ง” เป็นกระจกตาบิดเบี้ยว ปกติกระจกตาประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจน แต่ผู้ที่มีกระจกตาโก่งโค้ง คอลลาเจนตัวนี้อ่อนแอ ดังนั้นความดันในลูกตา ก็ดันให้กระจกตาโก่ง เลยบิดเบี้ยวในทิศทางที่แตกต่าง เราก็แก้ไขได้อีกด้วย.