วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หายังไงก็ไม่เจอ! สรุปม้วนเดียวจบ ผอ.อ้อย หายตัวปริศนา โยงทหารร้อยเอกจอมปากแข็ง

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงคดีหายตัวปริศนาของ “ผอ.อ้อย” จากวันแรก จนถึงวันนี้ เธอไปไหน ใครน่าสงสัย และหลักฐานมัดแน่นถึงเพียงนี้ แต่ทำไมยังตัวคนร้ายไม่ได้ ติดตามได้ใน สรุปม้วนเดียวจบ!

- น.ส.จุฑารัตน์ อุ่นอ่อน (ผอ.อ้อย) อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2560 รวมเป็นเวลาเกือบ 60 วัน

- หนึ่งเดือนนับจากวันที่หายตัวไป นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู จ.ศรีสะเกษ ให้ช่วยติดตามหาลูกสาวที่หายไป

- ในช่วงที่ ผอ.อ้อย หายตัวไป ยังมีความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กและไลน์ของ ผอ.อ้อย แต่ญาติไม่เชื่อว่าจะเป็นตัวจริง

- นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.เสาธงชัย เปิดเผยว่า หลังจากที่ ผอ.อ้อยหายตัวไป พบว่า มีการไลน์ไปขอยืมเงินจากเพื่อนทั้งที่ทำงานและเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน หลายราย จนเพื่อนโทรศัพท์มาถามพี่สาวว่า อ้อย หรือ น.ส.จุฑารัตน์ มีปัญหาอะไร ทำไมเดือดร้อนเรื่องเงิน ถึงกับยืมเงินเพื่อน เมื่อก่อนเขาเป็นคนมีฐานะดี ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน มีแต่ช่วยเหลือเพื่อนให้เพื่อนหยิบยืม

- พี่สาวจึงได้ไปขอตรวจสอบบัญชีกับทางธนาคารพบว่า บัญชีมีการเคลื่อนไหวหลายครั้ง มีการโอนเงินออกจากบัญชีครั้งละหลายหมื่น ก่อนที่จะหายตัวไปพบมีการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้หญิงคนหนึ่ง ตรวจสอบแล้วพบเป็นแม่ของคนมีสีคนหนึ่ง (ทหารยศร้อยเอก) พอเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยก็จะมีการโอนออกทันที รวมแล้วมีเงินออกจากบัญชี ผอ.อ้อยสองแสนกว่าบาท

- นายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ กล่าวถึง ผอ.อ้อยว่า ผอ.กองการศึกษาคนนี้ เป็นคนที่ร่าเริง มีอัธยาศัยดี เข้ากับเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดีทุกคน มีความรับผิดชอบงานดี ส่วนเรื่องที่ว่ามีผู้ชายมาติดพันหรือไม่นั้น ในสถานที่ทำงานนี้ไม่เคยเห็นมี ที่หายตัวไปนี้จึงยังไม่ทราบสาเหตุจริงๆ 

- ชุดสืบสวน สภ.บึงมะลู และชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ได้เข้าตรวจสอบอู่ทำสีรถยนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ สภาพถูกขัดสีเดิมออกบางส่วน ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของ ผอ.อ้อย ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.

- จากการสืบสวน พบว่า นายทหารคนหนึ่ง นำรถของ น.ส.จุฑาภรณ์ มาขายให้กับเสี่ย ต. พ่อค้ารถยนต์มือสอง พร้อมนำรถมาให้ช่างอู่เคาะพ่นสีที่ร้านไม่มีชื่อ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดรถคันดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวนในคดี

- 10 ส.ค. พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกนายทหารยศ ร้อยเอก ที่พบว่าเข้ามาเกี่ยวข้องหลายเรื่อง ทั้งการยืมเงิน รับโอนเงิน และการนำรถของ ผอ.อ้อย ไปขาย เพื่อมาสอบปากคำ

- พี่สาว ผอ.อ้อย กล่าวว่า ปกติใช้ไลน์คุยกับน้อง ก็จะพูดว่ากูมึง ตลอด แต่เขาก็เปลี่ยนลักษณะการคุย ใช้คำว่า พี่บ้าง มี คะ ค่ะ ซึ่งมันค่อนข้างแปลก พอบอกให้โทรมาก็ไม่โทรกลับ พอบอกว่าจะให้พ่อโทร ปรากฏว่ามีการปิดเครื่อง 

- ขณะที่ เฟซบุ๊กของ ผอ.อ้อย ทางญาติ เชื่อว่า มีคนสวมรอยเป็น ผอ.อ้อย ซึ่งมีการโพสต์ว่า อยู่สิงคโปร์ หัวหิน พนมเปญ โดยบอกว่าจะไปศึกษาเส้นทาง เพื่อทำธุรกิจ ซึ่งญาติคาดว่า ผู้สวมรอยผอ.อ้อย ไปเอารูปจากกูเกิลและรูปเก่าๆ มาโพสต์แน่นอน เพราะบางวันบอกอยู่ลำธาร แต่ชุดที่ ผอ.อ้อยใส่อยู่ในรูป ยังอยู่ที่ห้องในบ้าน

- 11 ส.ค. พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ก่อนที่ นางสาวจุฑาภรณ์ จะหายตัวไป ได้มีการสนทนา พูดคุยไปมาหาสู่กับทหารนายหนึ่ง ซึ่งทหารคนดังกล่าวก็ยังทำงานอยู่ปกติ ยังไม่ได้หายตัวไปไหน

- นายทหารยศร้อยเอก ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย คือ ร.อ.ศุภชัย ภาโส อายุ 29 ปี สังกัดกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

- 12 ส.ค. เวลาประมาณ 14.00 น. นายทหารยศร้อยเอกคนดังกล่าว เดินทางมาเข้าพบกับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา รวม 4 ข้อหา คือ คือ 1. หน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น 2. ลักทรัพย์ของผู้อื่น (รถยนต์) หรือรับของโจร 3. ปลอมหรือใช้เอกสารปลอม และ 4. ให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย ไร้ประโยชน์ ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น เบื้องต้น นายทหาร ยศร้อยเอกให้การปฏิเสธทุกว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินและการหายตัวไป

- กลุ่มงานสอบสวน ภ.จ.ศรีสะเกษ นำตัวพยานปากสำคัญมาสอบปากคำซึ่งพยานรายนี้เป็นชาวบ้าน และเป็นนายหน้าติดต่อขายรถเก๋งโตโยต้าวีออสให้กับผู้รับซื้อ ขณะที่ตำรวจกำลังสอบปากคำพยานอยู่นั้น นายทหารยศ ร.อ. ผู้ต้องสงสัยโทรศัพท์ติดต่อกับพยาน สอบถามรายละเอียดเรื่องตำรวจสอบปากคำในประเด็นต่างๆ และยังพูดจาข่มขู่พยานจนเกิดความหวาดกลัว

- 12 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกันลงพื้นที่ป่าเขตบ้านโนนสูง หมู่ 2 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน เพื่อค้นหาร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งคาดว่าอาจจะถูกซ่อนไว้บริเวณนี้ ตามที่สัญญาณโทรศัพท์หายไป แต่จนกระทั่งเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ยังไม่พบเบาะแสใดๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ยกเลิกภารกิจ

- พ.ต.อ.นิพล บุญเกิด รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ หัวหน้าชุดคลี่คลายคดี กล่าวว่า จากการสอบปากคำพบว่า ร.อ.ศุภชัย เป็นผู้ที่นำรถยนต์เก๋งโตโยต้าของ นางสาวจุฑาภรณ์ ไปส่งให้กับผู้ซื้อด้วยตัวเอง ซึ่งในเรื่องของคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานแน่นหนา ถึงแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธแต่เชื่อว่าหลักฐานที่มีอยู่จะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้

- ญาติได้เชิญร่างทรงมาทรง ซึ่งก็มีวิญญาณมาเข้าร่าง พร้อมกับบอกว่า เป็น ผอ.อ้อย ซึ่งถูกลูกน้องของผู้กองพาไปในป่า แล้วมัดมือใช้มีดแทงด้านหลังจนเธอเสียชีวิตแล้ว นำร่างไปโดยทิ้งข้างลำห้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันค้นหา ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งการค้นหาก็ไม่พบร่าง หรือหลักฐานใดๆ ที่เป็นของ ผอ.อ้อย

- ตลอดระยะเวลาที่ ผอ.อ้อยหายตัวไป มีข่าวลือสะพัดมากมายว่า พบศพ ผอ.อ้อยแล้ว แต่ข่าวลือทั้งหมดทั้งมวลนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

- ตลอดระยะเวลาที่ ผอ.อ้อยหายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ หลายจุดที่มีการคาดว่า จะพบร่องรอยของ ผอ.อ้อย แต่ก็ยังไม่พบเบาะแส และร่องรอยใดๆ

- ตลอดระยะเวลาที่ ผอ.อ้อย หายตัวไป ญาติๆ ของผอ.อ้อยเดินทางไปตามหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศูนย์ดำรงธรรม, กระทรวงยุติธรรม ฯลฯ เพื่อทวงถามและขอทราบความคืบหน้าของคดี รวมทั้ง พึ่งพาร่างทรง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยตามหา ผอ.อ้อย

- นางแหลม อุ่นอ่อน มารดาของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตอนนี้ลูกสาวผอ.อ้อย อายุ 8 ขวบ ถามถึงแม่ทุกวัน ซึ่งตอนนี้หลานยังอยู่กับย่า หลานบอกคิดถึงแม่ หลานก็ถามว่าทำไมแม่ไม่โทรมา เห็นรูปแม่ก็ร้องไห้ เวลาใครโทรมาก็จะดูว่าเป็นแม่ใช่ไหม เราก็โกหกไปว่า แม่ไปอบรม ตอนนี้ก็ไม่ให้ดูโทรทัศน์ ถ้าเห็นรูปแม่ก็น้ำตาไหล เวลาไปอบรม ผอ.อ้อยจะโทรหาลูกวันละ 3 เวลาทีเดียว

“แม่ยังมีความหวังว่าจะเจอ ผอ.อ้อย ตอนนี้ แม่ทำใจแล้ว คิดว่าลูกไม่น่าจะมีชีวิตอยู่แล้ว ทุกวันนี้จุดธูปบอก ถ้าตายแล้วก็มาบอกแม่นะ ทุกวันนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะคิดถึงลูก เหตุการณ์หลายอย่างมันทำให้เรารู้ว่า ลูกเราไม่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินที่ตอนนี้ในบัญชีไม่เหลือเงินแม้แต่บาทเดียว หรือรถที่หายไป รวมถึงการปลอมตัวมาคุยไลน์กับแม่” มารดาของ ผอ.อ้อย กล่าว

- ทนายความรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เปิดเผยว่า เคสนี้ โดยส่วนตัวมองว่า คดีไม่คืบหน้าเลย เพราะไม่มีความชัดเจน คดีนี้ผู้ต้องสงสัยเป็นทหาร ทำค่อนข้างยากมาก เป็นงานท้าทายตำรวจ

- เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 24 ส.ค. มารดา และพี่สาวของ ผอ.อ้อย ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้น เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้ยังล่าช้า

“ถ้านายกฯ จะช่วยก็ต้องช่วยได้ เรารู้อยู่ว่าคนๆ นั้นทำอะไร เพราะมีหลักฐานชัด ทั้งเงิน ทั้งรถ อยู่กับเขาทุกอย่าง ชี้ชัดไปที่คนคนเดียว เชื่อว่านายกฯจะช่วยครอบครัวเรา นายกฯ คงไม่ไปเข้าข้างคนผิด ทหารก็ไม่ได้ชั่วทั้งหมดเพราะทหารดีก็มี” มารดาของ ผอ.อ้อย กล่าว

- 25 ส.ค. พ.ต.อ.สมพิศ เสียงสวัสดิ์ นวท.(สบ.4) ศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ที่เบาะหน้าด้านซ้ายมีรอยคราบแห้งติดอยู่ จากการใช้นำยาชุดตรวจ ทำการตรวจแล้วพบว่ามีผลออกมาคล้ายเลือดแต่ไม่ชัดเจน ทำให้ไม่แน่ใจ แต่สุดท้าย พบว่า รอยคราบดังกล่าวนั้นไม่ใช่คราบเลือดอย่างที่เข้าใจกันแต่อย่างใด

- 26 ส.ค.60 เวลา 15.30 น. ที่บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เป็นแม่ของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติ และร่างทรง ได้เดินทางไปยังบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อใช้วิธีทางไสยศาสตร์เรียกดวงวิญญาณของ ผอ.อ้อย ให้เข้ามายังร่างทรง

- ร่างทรงมีลักษณะท่าทางที่เปลี่ยนไปจากปกติ โดยชาวบ้านที่เข้ามาร่วมในพิธีต่างก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณของ ผอ.อ้อย ได้เข้าร่างทรงแล้ว ซึ่งร่างทรงก็ได้ร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมกับบอกว่าหนาว ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่เป็นร่างทรงจับใจความได้ว่า มีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 คน โดยหนึ่งใน 4 นั้นเป็นผู้หญิงจำนวน 1 คน โดยไม่กล้าบอกชื่อเนื่องจากเกรงว่าครอบครัวของ ผอ.อ้อย จะไม่ได้รับความปลอดภัย นอกจากนั้นร่างทรงยังกล่าวว่า อยากรู้ความจริงให้ถามเพื่อน จากนั้นร่างทรงก็ล้มตัวนอนลงก่อนกลับมาเป็นปกติ

- น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ทุกวันนี้ญาติพี่น้องพร้อมด้วยเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ ยังช่วยกันออกค้นหาน้องสาวอยู่ทุกวัน เมื่อได้ข่าวว่ามีคนพบอะไรเป็นที่น่าสงสัย ว่าจะเกี่ยวข้องกับ ผอ.อ้อย พวกญาติก็จะเข้าไปค้นหาทุกที่ เพื่อให้หายสงสัย จะไม่ปล่อยให้พื้นที่ต้องสงสัยผ่านไปโดยไม่ตรวจสอบ การออกค้นหาแต่ละครั้ง แต่ละวัน มีค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายในการออกค้นหาน้องสาวเข้าไปถึงหลักแสนแล้ว พ่อแม่พี่น้องก็หมดเงินกันแล้ว ถึงกับต้องไปหยิบยืมญาติๆ เพื่อนำมาใช้จ่ายในการตามหา ผอ.อ้อย 

- ส่วนเพื่อนบ้านที่มาชุมนุมให้กำลังใจกับพ่อและแม่ของผอ.อ้อยนั้น ต่างก็คิดเจ็บแค้น เจ็บใจในการกระทำของผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้ ผอ.อ้อยต้องหายตัวไป ต่างก็พูดว่า ผู้ชายคนนี้แหละที่พา ผอ.อ้อยไป คนนี้คนเดียวที่รู้ว่า ผอ.อ้อยอยู่ที่ไหน คนอื่นไม่มีใครรู้หรอก

- 29 ส.ค. มารดาของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มีให้กับตนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง และตนต้องขอขอบคุณผู้ที่โอนเงินเข้ามาช่วยเหลือตนและครอบครัว เพื่อเป็นทุนและกำลังใจในการออกติดตามค้นหา ทั้งโทรศัพท์มาถามสุขภาพ โทรมาขอเลขที่บัญชีบ้าง บางคนก็นำเอาไปใส่เฟซบุ๊กบ้าง โดยยอดเงินที่โอนเข้ามาให้การช่วยเหลือและสนับสนุน ล่าสุดมีจำนวนเงินกว่า 2 หมื่นบาทแล้ว

สำหรับบัญชีในการช่วยเหลือการตามหา ผอ.อ้อย ชื่อบัญชี นางแหลม อุ่นอ่อน เลขบัญชี 351-0-68411-5 ธนาคารกรุงเทพ สาขากันทรลักษ์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์.