วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' เสียใจ รบ.-คสช.เป็นจำเลยสังคมปล่อย 'ปู'หนี

"บิ๊กตู่" รับเสียใจ รบ.-คสช. ตกเป็นจำเลยสังคมปล่อย "ปู" หนี ยันฝ่ายความมั่นคงไม่ได้ช่วย ชี้ถ้าช่วยความลับอาจถูกเปิดเผยในวันหน้า ขอใจเย็นอีกไม่นานรู้เส้นทางออกนอกประเทศ ขู่เอาผิดทุกคนหากพบเอี่ยว ลั่นไม่ยอมให้ 3 ปีล่มสลาย เพราะคนคนเดียว

วันที่ 29 ส.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมครม. กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาฯ คดีจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา จนฝ่ายความมั่นคงกลายเป็นจำเลยของสังคม ว่า ตนเสียใจ แต่ต้องไม่ลืมว่าเรื่องต่างๆ ทั้งหมดที่ดำเนินการไปโดยรัฐบาลชุดนี้ได้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นเรามุ่งหวังที่จะให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ในการพิจารณาในศาลต่างๆ แต่ฝ่ายความมั่นคงต้องกลายเป็นจำเลยของสังคม ทั้งที่อีกฝ่ายไม่มาฟังคำตัดสินตามนัดหมาย

"ผมก็เสียใจ จะเชื่อมั่นหรือไม่ลองคิดย้อนกลับ หลายสถานการณ์และหลายคดีความต่างๆ เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ ซึ่งให้ความสำคัญทุกกรณี แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ถูกกล่าวหา ก็มีหนีไปหลายคนเหมือนกัน ซึ่งเราจำเป็นต้องขอความร่วมมือไปยังต่างประเทศ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะร่วมมือหรือไม่ และจะให้หรือไม่ โดยจะต้องร่วมมือกันต่อไป"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกำหนดเวลาฝ่ายความมั่นคงหาคำตอบเกี่ยวกับเส้นทางการหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อคลี่คลายความสับสนของสังคมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาถ้าย้อนกลับไปดูใครจะไปไหนก็ตาม เราก็ออกคำสั่ง ม.44 ว่าจะต้องขออนุญาตคสช. แต่บรรดาสื่อและนักสิทธิมนุษยชน รวมถึงฝ่ายการเมืองบอกว่าเป็นการละเมิด ตนก็เลยยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปแล้ว ฉะนั้นก็ไม่ต้องมาขอตน จึงขอให้เข้าใจตรงนี้ และระหว่างที่การตัดสินยังไม่เกิด ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ศาลมีข้อตกลงกับผู้ที่ถูกกล่าวหา ให้ยื่นเงินประกันตัวจำนวน 30 ล้านบาท ว่าจะไม่หนีออกต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ก็ถูกยึดเงินประกันไปแล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องของศาล

"ส่วนเส้นทางการหายตัว ผมได้สั่งการไปหลายวันแล้ว แต่การดำเนินการต้องเช็กหลายทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเด็นของผมได้ให้สอบถาม และผมก็รอคำตอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และยังไม่ทราบว่าเขาจะตอบมาอย่างไร ในเรื่องการเข้าออก ไปขึ้นเครื่องบินที่ไหน ไปอย่างไร ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทั้งหมด ขึ้นอยู่กับต่างประเทศทั้งต้นทางและปลายทาง เขาจะตอบเรามาว่าอย่างไร อันนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานอยู่"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มองกันว่า ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาโดยตลอดนั้น ตนได้เรียนแล้วว่าที่ผ่านมาการติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความวุ่นวายสับสนอลหม่านทุกแห่ง กลายเป็นว่าเราไปรังแกเขา ตนก็สั่งให้ฝ่ายความมั่นคงถอยออกมาสักหน่อย แต่ให้มีจุดเฝ้าตรวจอยู่หน้าบ้าน เพื่อดูการออกนอกบ้านและกลับเข้าบ้าน เมื่อออกนอกบ้านไปแล้วรู้หรือไม่ว่าการตามคนคนหนึ่ง ต้องใช้คนจำนวนเท่าไร ซึ่งเขาก็ตามทุกที่ รถไม่รู้กี่คัน ทีมไม่รู้กี่ทีม ออกไปไหนทั้งวัน หมดคนไป 20-30 คน รถไม่รู้กี่คัน แต่ในเมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่เป็นผู้ต้องหา มันทำได้ขนาดนั้นหรือไม่ ต้องเข้าใจเหตุผลตรงนี้ด้วย

"ที่ผมพูดมาทั้งหมดไม่ใช่การแก้ตัว แต่อยากให้ทุกคนมีหลักคิดที่ถูกต้อง เดี๋ยวคงน่าจะรู้ว่าออกไปอย่างไร มีใครช่วยหรือเปล่า แต่ยืนยันว่าคสช.ไม่ใช่ ไม่มีทาง หรือฝ่ายความมั่นคงก็ไม่มีทาง เว้นแต่ไอ้คนชั่วบางคน ถ้ามีการปล่อยปละละเลยหรือได้รับผลประโยชน์ ก็ต้องหากันจนเจอ รัฐบาลนี้ไม่ว่าจะปล่อยใครหรือช่วยใครวันหน้าจะไม่มีใครรู้หรือ แล้วถ้าวันหน้าเขากลับมาพูดกับพวกเราอีกทีว่าไปครั้งนี้เพราะนายกฯ ช่วยเขา ผมจะไม่ระวังตัวผมหรือ และคิดว่ามันจะไม่เป็นความลับหรือ ใครช่วยใคร ต้องคิดแบบนี้สิ"

เมื่อถามว่า การหนีคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะกลายเป็นบรรทัดฐานหรือไม่ ที่นักการเมืองและคนรวย รู้ว่าไม่รอดคดีแล้วก็หนีออกนอกประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาตรฐานนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่ให้คนกระทำความผิด ฉะนั้นเราต้องบอกสังคม ถ้าเป็นคนที่เรารัก เชื่อมั่น ศรัทธา และเป็นแบบนี้สังคมจะว่าอย่างไร ต้องคิดอย่างนั้น ถ้าคิดว่าคนที่ทำความผิดแล้วหลบเลี่ยงหนีออกนอกประเทศกลายเป็นลองกัน คนที่ทำก็จะเดือดร้อน แต่เดี๋ยวต้องหาให้ได้ คิดว่าไม่เกินความสามารถ แต่ต้องขอเวลานิดนึงเพราะเกี่ยวพันกับต่างประเทศด้วย ข้อสำคัญไม่อยากให้พูดจากล่าวให้ร้ายกันไปก่อน อย่างที่วิจารณ์กันตามสื่อโซเชียลต่างๆ ว่าไปประเทศโน้น ประเทศนี้ เดี๋ยวก็จะมีปัญหาอีก เรากำลังเดินหน้าอยู่ อย่าเอาทุกเรื่องมาปนกัน เดี๋ยวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเสียหายอีก ส่วนที่ถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเงียบไปหรือจะเคลื่อนไหวดิสเครดิตรัฐบาลผ่านโซเชียลมีเดีย ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องไปตาม แต่หากเคลื่อนไหวคิดว่าไม่เป็นการสมควร ในเมื่อท่านกระทำความผิด และความผิดของท่านมีอันเดียวคือการหลีกเลี่ยงการไปศาล และถูกยึดเงินประกัน ในเรื่องคดีที่อยู่ในกระบวนการ ยังไม่ได้ตัดสินเลย ก็ต้องรอเดือน ก.ย. ผลจะออกมาอย่างไร จะถูกหรือผิดยังไม่รู้ กระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างนั้น

เมื่อถามว่าเตรียมมาตรการตัดเส้นทางการเคลื่อนไหวในประเทศต่างๆ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือกับต่างประเทศ ประเด็นที่เราพูดกันมาเสมอใน 3 ปี เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน การไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลไม่มีประชาธิปไตย นี่คือสิ่งที่เราทำไปแล้ว มันทำให้เกิดผลเสีย ซึ่งต่างประเทศเขามองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งที่เป็นกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย นี่คือสิ่งที่อยากฝากพวกเราทุกคนช่วยกันคิด ถ้าเราขยายความสองข้างไปมา กระบวนการยุติธรรมเราก็จะเสียหายไปด้วย

"ส่วนเรื่องลี้ภัยอย่าเพิ่งไปพูดเลย แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอลี้ภัยเรื่องอะไร ตอนนี้เขาหนีประกันศาลออกไป เป็นเรื่องเดียว เรื่องคดียังไม่ตัดสินเลย จะไปลี้ภัยได้หรือเปล่า ตนไม่รู้เหมือนกัน ไม่น่าจะได้หรอก ส่วนสถานการณ์ความสงบในประเทศอยู่ที่ประชาชนทุกคนน่าจะเรียนรู้และเข้าใจ ถ้าเอาหลายอย่างมาปะปน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูป การออกกฎหมาย การพิจารณาคดี การหนีศาล การเมือง มาตีเละกันไปหมด มันก็จะทำให้ความสงบลดลง ดังนั้นต้องถามว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการอย่างไร ผมไม่อยากให้กล่าวให้ร้ายกันต่อไป ท้ายที่สุดกระบวนการยุติธรรมก็มีปัญหา ผมยอมรับว่ากังวลที่เขาหายตัวไป ซึ่งทุกคนก็กังวลหมด เจ้าหน้าที่ทุกคนกังวล เพราะประชาชนยังให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้มาก ถ้าหนีก็เป็นผู้ร้ายหนีคดี ก็ต้องลดการให้เกียรติลงไป ผมก็ให้เกียรติท่านมาตลอด และยังเชื่อมั่นว่าท่านอยู่ในวันนั้น"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้การติดตามอะไรต่างๆ เราก็เฝ้าหน้าบ้าน ไปดูที่หมาย เย็นก็กลับเข้าบ้านก็แค่นั้น เมื่อไม่เข้าบ้านแวบไปไหนเราก็ดูอีกที วันที่ 23 ส.ค.ยังเห็นอยู่ และยังใช้โทรศัพท์อยู่ที่บ้าน แต่พอวันที่ 24 ส.ค. หายไป ซึ่งก็ออกจากบ้านตามปกติ และท่านก็ออกมาตลอดทุกวัน ก็เดี๋ยวไปตาม เดี๋ยวมันต้องได้ ทางตำรวจก็ชี้แจงไปแล้ว ยังไงก็ต้องหาให้ได้ว่าไปอย่างไร ถ้าตัดสินคดีในวันที่ 27 กันยายน จะผิดหรือจะถูกค่อยว่ากัน จะกลายเป็นเหมือนกับอดีตนายกฯ อีกท่าน ก็ไปว่ากัน ก็ลำบากพอสมควร เมื่อออกไปแล้ว

เมื่อถามว่า หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัวทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งต่อโครงการจำนำข้าว นายกฯ คิดว่ารัฐบาลจะต้องชดใช้บริษัท คิงส์เกต ผู้ประกอบการเหมืองแร่ประเทศออสเตรเลียเป็นการส่วนตัวด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การที่เอารัฐบาลนี้และตัวตนมาเปรียบเทียบกับเรื่องนโยบายจำนำข้าว โยงไปถึงการชดใช้บริษัท คิงส์เกต กรณีเหมืองอัครามันเรื่องเดียวกันหรือไม่ อย่าลืมว่าเหมืองอัครารัฐบาลนี้โดยคสช.ทำเพราะมีการร้องเรียนจากประชาชน ที่ร้องเรียนเรื่องคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหยุดการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความให้เขาเลิก เพียงแต่หยุดต่อใบอนุญาตไปก่อน เพื่อตรวจสอบให้ชัดเจน ฉะนั้นหากเราทำเพื่อประชาชนมันควรเสี่ยงหรือไม่ ตนต้องคำนึงถึงประชาชนหรือไม่ ในขณะที่บริษัทเขาเองก็มีทางสู้ ซึ่งตนไม่ได้ประโยชน์จากการเปิดหรือปิดอะไรเลย และเหมืองนี้เกิดมาก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามา ในชั้นป.ป.ช.ก็มีเรื่องนี้อยู่ ทั้งเรื่องภาษีการเงินกับบริษัทเหมืองแร่นี้

"อยากบอกว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่า จะได้หรือเสียเงินก็ไปว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนกันอีกหลายคดี ถ้าเราไม่ทำให้เกิดความชัดเจน ก็จะเดินขบวนเรียกร้องกันอยู่นั้น นี่คิดสิ่งที่ตนพยายามทำตามคำเรียกร้อง แต่พอทำแล้วเกิดปัญหา ก็ให้รัฐบาลรับผิดชอบ มันคนละเรื่องกับจำนำข้าว ที่เป็นเรื่องการทุจริต แยกแยะให้ออก ตอนนี้ยังไม่เรียกร้องอะไรอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ถ้าพูดเรื่องกฎหมายของตนที่ใช้มาตรา 44 ในประเทศนี้ ผมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ผมทำได้หมด ส่วนกฎหมายอนุญาโตตุลาการ กฎหมายระหว่างประเทศ ก็ต้องสู้คดีกันไป แต่เมื่อผมใช้มาตรา 44 ผมไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น เพราะคุ้มครองผม แต่ประเด็นนี้มันเป็นเรื่องของต่างชาติด้วย แยกแยะหน่อยผมทำเพื่อใคร การนำคดีมาเทียบกันแบบนี้เท่ากับไม่ให้ความเป็นธรรมกับผมเลย"

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า “วันนี้อย่ายกความรับผิดชอบทั้งหมดให้ผม เพราะผมหนักอก เข้าใจหรือไม่ ถ้าท่านเป็นผม ท่านจะรู้ว่าท่านทำไม่ได้หรอก จะช่วยใครผมก็ช่วยไม่ได้ เข้าใจหรือยัง อย่าเอาเรื่องนี้ไปพันกับเรื่องโน้น และวันนี้เห็นมีการนำคลิปอะไรของผมไปออกกันเต็มไปหมด มันคนละเวลา คนละเรื่อง ตอนนั้นผมเป็นลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ผมเคารพทุกคน น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเส้นทางไหนมันปิดกันไม่มิดหรอก เดี๋ยวก็หาเจอกันได้ใจเย็นๆ อย่าให้อย่างอื่นมันพังไปด้วย ตนขอร้อง อย่าให้สิ่งที่ผมพยายามทำมา 3 ปี มันล่มสลายไปด้วยคนคนเดียว ผมขอแค่นี้ได้ไหม เข้าใจหรือยัง ถ้าท่านเชื่อมั่นผมอยู่ ผมก็จะทำให้ ซึ่งผมไม่ยอมให้สิ่งที่ทำมาล่มสลาย แล้วสื่อจะยอมเหรอ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว