วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวนยางมาตรฐาน FSC ทำไม่ยาก...แค่ใส่ใจคนงาน

สหภาพยุโรป หรืออียู ประกาศออกมาแล้ว อีก 3 ปีข้างหน้าจะไม่รับซื้อไม้ และผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพารา เช่น เฟอร์นิเจอร์ น้ำยาง ยางแผ่น ไม้ยาง ฯลฯ ที่ไม่ได้ผ่านการทำป่าไม้ที่ยั่งยืนตามมาตรฐานของสภาพิทักษ์ป่า FSC (Forest Stewardship Council)

นี่แหละ ต้นเรื่องให้คนบางกลุ่มออกมาโหมประโคมข่าว...ยางไทยจะขายไม่ได้ เพราะอียูจะไม่รับซื้อ

ดังนั้น นับแต่นี้ไป หากต้องการขายยางให้ได้ราคา มีช่องทางตลาดกว้างขึ้น ชาวสวนยางหนีไม่พ้นที่จะต้องจัดการสวนยางให้ได้มาตรฐาน FSC

แน่นอนว่าจะต้องมีคำถาม การทำมาตรฐานดังว่า ชาวบ้านธรรมดาจะทำได้ไหม...ยากแค่ไหน

“เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2559 แต่ช่วงแรกไม่ได้ลงมือทำเองอย่างจริงจัง เพราะไม่ได้อ่านเอกสาร ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทำไปทำมา 6 เดือน มีเจ้าหน้าที่ FSC มาตรวจแปลงเลยไม่ผ่านมาตรฐานตามที่เขากำหนด เลยต้องมาปรับปรุงแก้ไขใหม่ และเมื่อไปศึกษาดูในวิธีการทำตามระเบียบแล้ว ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย”

ก้องภพ ศรีสุวรรณ วัย 43 ปี เจ้าของแปลงไม้ยางพารา อ.กระบุรี จ.ระนอง บอกถึงการทำแปลง FSC ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน...เนื่องจากมุมมองและนิสัยคนไทยไม่เหมือนชาติตะวันตก เพราะมาตรฐานที่ออกมาจะเน้นให้ความสำคัญในเรื่องสวัสดิการและความปลอดภัยของคนงานเป็นหลัก ในขณะที่คนไทยไม่ค่อยใส่ใจกับปัญหาเรื่องพวกนี้สักเท่าไร

“ข้อกำหนดหลักๆจะมีแค่คนงานต้องได้รับเงินค่าจ้างในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ มีสวัสดิการรักษาพยาบาล ห้ามใช้แรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี ขณะกรีดยางต้องมีรองเท้าบูตให้สวมป้องกันสัตว์ร้าย มีหมวกมุ้งคลุมป้องกันยุงในเวลากลางคืน มียาทาป้องกันแมลง มียาสามัญประจำบ้านเตรียมพร้อมให้คนงาน ในที่พักต้องสะอาด มีถังน้ำให้ดื่มอย่างน้อย 2 ลิตรต่อคนต่อวัน”

ส่วนการปรับปรุงแปลงปลูกยางพารา ก้องภพ บอกว่า ไม่ค่อยยุ่งยากอะไรมากมาย แค่ต้องมีแนวกันไฟ ที่ปกติทุกแปลงทำกันไว้อยู่แล้ว

ที่มีเพิ่มเติมแค่การกำจัดวัชพืชที่ห้ามใช้สารเคมี หรือยาฆ่าหญ้า ต้องใช้วิธีการตัด และถากถางให้โล่งเตียน ไม่ทิ้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก ลวดที่ผูกรองถ้วยน้ำยาง เมื่อผุพังต้องนำออกไปจากแปลงให้หมด

“หลังจากได้ลงมือทำเองตามเอกสารแนะนำ ต้นปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ FSC มาตรวจอีกครั้ง ปรากฏว่าได้รับรองให้แปลงของเราเข้าสู่ระบบ FSC และที่ทำไปนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย หวังแค่อย่างน้อยได้รับการพัฒนาสวนยางใหม่ แทนที่จะทำแบบสะเปะสะปะในแบบเดิมๆ ที่สำคัญทำให้เกิดความปลอดภัยทั้งตัวคนงานและตัวเราเองด้วย”.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน