วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอยนาทีลอบสังหาร สนธิ ลิ้มทองกุล เศษกระสุนฝังสมองต้นเหตุตาจะบอด?

เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจไม่น้อย เมื่อ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นาม “ไพศาล พืชมงคล” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอ้างว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังป่วยหนักแต่ก็ยังฝืนสอนหนังสือให้กับเพื่อนนักโทษ โดยมีใจความสำคัญระบุว่า ปัจจุบัน นายสนธิ อายุย่าง 71 ปีแล้ว แต่ยังคงทำหน้าที่สอนเพื่อนนักโทษในคุก ซึ่งตาข้างซ้ายที่กรำการอ่านสารพัดเรื่อง กำลังบอดสนิท ส่วนกระดูกที่กะโหลกศีรษะ 2 ชิ้นที่แตกเมื่อครั้งถูกลอบสังหารด้วยกระสุนสงครามกว่า 200 นัด และผ่าออกไม่ได้ซึ่งฝังอยู่ในศีรษะเริ่มอักเสบ ทำให้ปวดศีรษะ

จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ได้ออกมาชี้แจงแบบทันควันว่า อาการตาข้างซ้ายที่มองไม่เห็นเกิดขึ้นจากเหตุนายสนธิถูกลอบยิง ไม่ใช่อาการป่วยภายหลังถูกควบคุมตัวในเรือนจำ และถ้ามีอาการกำเริบทางเรือนจำก็ต้องส่งไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนที่อ้างว่าให้นายสนธิสอนหนังสือนั้น อธิบดีกรมคุก ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะนายสนธิ อายุ 71 ปีแล้ว จึงถูกส่งไปอยู่แดน 7 ซึ่งจัดไว้สำหรับคุมขังผู้ต้องขังชรา โดยที่เจ้าตัวไม่เคยขอใช้สิทธิหรือเรียกร้องสิ่งใด เป็นเพียงนักโทษทั่วไปที่ใช้เวลาอ่านหนังสือ นั่งสมาธิ และทำกิจกรรมอื่นๆ

หากจะพูดถึงอาการ “ป่วย” ของนายสนธิ นั้น คงต้องเล่าย้อนกลับไปถึง “คดีลอบสังหาร” เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2552 ...

ย้อนนาทีลอบสังหาร “สนธิ” ห่ากระสุนกว่า 200 นัดปลิวว่อน กลับรอดเงื้อมมือมัจจุราช!

ปฏิบัติการฟ้าสางถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อ 05.30 น. ท่ามกลางการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ตำรวจชนะสงครามรับแจ้ง มีกลุ่มคนร้ายก่อคดีอุกอาจขึ้นกลางเมืองบริเวณหน้าวัดเอี่ยมวรนุช ถนนสามเสน เขตพระนคร กทม.

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้าที่เห็น เพราะ พบรถโตโยต้า เวลไฟร์ สีดำ ทะเบียน วล 89 กรุงเทพมหานคร ถูกกระสุนปืนพรุนไปทั้งคัน จอดอยู่เลนขวามุ่งหน้าไปบางลำพู ตรวจสอบพบ กระจกหน้ามีกระสุน 27 รู กระโปรงรถ 8 รู กันชนและกระจังหน้ารถ 11 รู กระจกด้านคนขับแตกทั้งบาน ล้อทั้ง 4 ถูกยิงจนแตก โดยที่เกิดเหตุพบกระสุนเอ็ม 16 อาก้า ส่วนคนในรถ ตรวจสอบพบ คนขับรถ และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในสภาพเลือดอาบ จึงรีบส่งตัวไปรักษาที่ รพ.วชิระ นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ยังพบกระสุน M79 ตกบนรถเมล์สาย 30 อีก 1 นัด โชคดีระเบิดไม่ทำงาน

ผู้เห็นเหตุการณ์บรรยายสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุว่า รถของนายสนธิขับมาตามถนนสามเสน มุ่งหน้าไปทางบางลำพู เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถปิกอัพ โตโยต้าวีโก้ 2 ประตู สีบรอนซ์ทอง ขับตามประกบ ก่อนมือปืน 2 คน ซึ่งอยู่ด้านหลังของรถกระบะได้ยิงใส่ล้อรถนายสนธิจนยางแตก โดยมีอีกคน กระโดดลงจากรถ มากราดยิงซ้ำ รวมๆ กว่า 100 นัด จากนั้นจึงขับรถหลบหนีไป นายอดุลย์ แดงประดับ คนขับรถ ถูกยิงอาการสาหัส คมกระสุนเจาะเข้าทรวงอกด้านขวาและต้นแขนขวาและศีรษะ ถูกหามส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลมิชชั่น และ นายวายุพักตร์ มัตทะสิน ผู้ติดตามได้รับบาดเจ็บกระสุนถากที่ไหล่ซ้าย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ต่อมาแพทย์ นพ.วันชัย เจริญโชคทวี ผอ.รพ.วชิระพยาบาล ได้แถลงอาการว่า นายสนธิมีอาการบาดเจ็บที่กะโหลกศีรษะด้านขวาช่วงขมับแตกและยุบเข้าไปครึ่งเซนติเมตร และจากการเอกซเรย์สมองพบเศษโลหะ คาดว่าเป็นเศษกระสุนปืนฝังอยู่ในสมอง 3-4 ชิ้น มีเลือดออกในสมองเหนือเยื่อหุ้มสมอง แพทย์ใช้เวลา 3 ชั่วโมงในการผ่าตัด ซึ่งยังโชคดีว่า สมองของนายสนธิ ถูกเศษกระสุนปืน ทำให้เนื้อสมองเป็นรอยช้ำมีเลือดออก แต่สมองไม่ได้รับความเสียหาย และหลังการผ่าตัดนายสนธิ ก็รู้สึกตัวดี

นายสนธิ ได้แถลงข่าวเรื่องนี้ หลังจากอาการทุเลาลงแล้ว โดยปักใจประเด็นในการลอบสังหาร 2 มิติ คือ มิติในฐานะสื่อมวลชน และมิติการทำงานในฐานะแกนนำมวลชนด้านประชาชน

“การลอบสังหารครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการส่งสัญญาณไปให้หลายฝ่าย รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยว่า หากสนธิตาย อภิสิทธิ์ ก็ตายได้ ถ้าใครมีอำนาจ มีปืน ร่วมมือกัน นึกจะทำอะไรก็ย่อมทำได้” นายสนธิ กล่าวเมื่อวันที่ 3 พ.ค.52


อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ร้อนแรงไปถึงพักใหญ่ กระทั่ง กระบวนการยุติธรรมทำงาน! กระทั่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่ง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. (ในขณะนั้น) ลงมาดูแลคดี โดยเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบด้วย หลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณปั๊มบางจาก สาขาปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขาเข้า ที่สามารถบันทึกรถต้องสงสัยก่อเหตุ เป็นรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีเปลือกมังคุด หมายเลขทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี จอดอยู่เวลา 04.45 น. ก่อนขับออกไป จากนั้นในเวลา 05.45 น. ตำรวจชุดสอบสวน พบภาพจากกล้องตรงปั๊มน้ำมันอีกแห่งหนึ่งบนถนนสายเดียวกัน หลังจากไล่กล้อง ก็สามารถยืนยันว่า กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ คันดังกล่าว เป็นรถที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุสังหารนายสนธิ 

นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานการใช้โทรศัพท์มือถือของกลุ่มคนร้าย ที่พบว่ามีการติดต่อกันในช่วงก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ รวมทั้งหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ จากการตรวจสอบรถยนต์ของนายสนธิ และสภาพการจำลองวิถีกระสุน รวมทั้งการตรวจลายนิ้วมือแฝง และคราบเขม่าดินปืนจากรถคันที่ใช้ก่อเหตุ

หลักฐานที่ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเครื่องกระสุน ถูกผลิตโดยกรมสรรพาวุธทหารบก มีการตีตราสัญลักษณ์ RTA = ROYAL THAI ARMY หลักฐานชิ้นนี้ ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ต้องออกมาชี้แจงยอมรับว่า เป็นกระสุนที่มาจากกองพลทหารราบที่ 9 ซึ่งอยู่ในสายงานการบังคับบัญชาของกองทัพภาคที่ 1 แต่เป็นกระสุนที่ใช้ในการฝึกยิงและได้มีการรั่วไหลออกมา แต่อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น พล.ต.อ.ธานี เผยว่า ยังไม่พบแต่ก็ไม่มีผลต่อรูปคดี เนื่องจากมีพยานและหลักฐานค่อนข้างแน่นหนา

นอกจากนี้ ยังได้พยานคนสำคัญ คือ คนขับ และกระเป๋ารถเมล์ สาย 30 ยืนยันว่า ขณะขับรถตามหลังรถนายสนธิ มาถึงหน้าวัดเอี่ยมวรนุช เห็นรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับแซงรถคันเกิดเหตุไปจอดด้านหน้า จากนั้นคนร้ายที่นั่งกระบะท้าย 2 คน ลุกขึ้นแล้วใช้อาวุธสงครามยิงใส่รถนายสนธิ ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป


และคำให้การของเด็กปั๊มบริเวณที่เกิดเหตุอีก 2 คน ซึ่งเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่คนร้ายยิงกระสุนนัดแรกจนเสร็จภารกิจ และเกือบนำชีวิตมาทิ้ง ซึ่งหลักฐาน พยาน ทั้งหมด เป็นที่มาของการออกหมายจับ ผู้ต้องหา ประกอบด้วย ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ เจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าว บช.ปส.ช่วยราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส.อ.สมชาย บุญนาค สังกัดกองร้อยกองบังคับการกรมรบพิเศษที่ 3 ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี และ จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ทหารศูนย์สังกัดสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ซึ่งต่อมาผู้ต้องหารายท้ายสุด จ.ส.อ.ปัญญา ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในโพรงจมูก ภายในบ้านพัก

ทั้งหมดคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น ส่วนจะส่งผลให้ “ตา” ของสนธิ ใกล้จะบอดจริงหรือไม่ คงต้องให้แพทย์เป็นผู้ยืนยัน


เป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจไม่น้อย เมื่อ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นาม “ไพศาล พืชมงคล” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอ้างว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ... 29 ส.ค. 2560 14:28 29 ส.ค. 2560 15:24 ไทยรัฐ