วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนกรุงบ่นลั่นเมือง! กูรู ไขข้อข้องใจ บีทีเอสขึ้นค่าตั๋ว แพงไปไหมราคานี้?

นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ ไขข้องใจ ปมบีทีเอสขึ้นค่าตั๋ว แพงไปไหมราคานี้ พร้อมแนะวิธีทำค่าตั๋วถูกลง ช่วยประชาชนจ่ายเงินไม่มาก...

จากกรณีที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่อีก 1-3 บาท เริ่ม 1 ต.ค.นี้ อ้างไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 56 และลงทุนเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสารพัด ทั้งซื้อรถไฟฟ้าใหม่ 184 ตู้ เปลี่ยนตู้ขายตั๋วเป็นแบบทัชสกรีน ติดป้ายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งข่าวสาร ยืนยันราคาที่ปรับขึ้นไม่เกินเพดานที่กำหนด แต่ผู้ใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน จ่ายราคาเดิมต่ออีก 6 เดือน

ขณะที่ ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า หากเทียบราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าโดยสารรถไฟฟ้าของประเทศไทยไม่ได้แพงกว่าทั้งสองประเทศนี้เท่าใดนัก

หากนำราคาค่าโดยสารมาเทียบกันกับค่าครองชีพของทั้งสองประเทศ ประเทศไทยอาจจะมีราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่ถ้าไปเทียบกับประเทศจีนที่มีราคาค่าโดยสารถูกมากๆ อาจจะเทียบไม่ได้ เพราะรัฐบาลจีนสนับสนุนระบบรถไฟฟ้าของประเทศตัวเองด้วยจำนวนเงินจำนวนมาก ดังนั้น ประชาชนของเขาจึงได้ราคาค่าโดยสารที่ถูกมากเป็นพิเศษ” ดร.สุเมธ กล่าว

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นโครงการที่เอกชนลงทุนด้วยตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม โดยที่รัฐบาลไม่ได้อุดหนุนเอกชนแต่อย่างใด ดังนั้น เอกชนจึงสามารถปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานได้

หากต้องการทำให้ราคาค่าโดยสารลดลง หรือมีโปรโมชั่นส่วนลดให้กับประชาชน รัฐบาลจะต้องออกมากระทำการอะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลมีเงินอุดหนุนหรือสนับสนุนเอกชน โดยมีเงื่อนไขคือ รถไฟฟ้าบีทีเอสจะต้องไม่ขึ้นราคาค่าโดยสาร, รัฐบาลอุดหนุนประชาชนทุกคนที่ใช้บริการ เพื่อทำให้ประชาชนจ่ายเงินน้อยลง หรือแม้กระทั่ง รัฐบาลอุดหนุนเฉพาะประชาชนในกลุ่มที่มีรายได้น้อย ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องของอนาคตว่า รัฐบาลจะทำอย่างไรกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยังไม่มีรัฐบาลชุดใดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง” ดร.สุเมธ กล่าว.