วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกโฉมการจัดส่งอาหารแบบเดิมๆ 'UberEATS' ตอบโจทย์ธุรกิจอาหารยุค 4.0

ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเริ่มมีแอปพลิเคชันจัดส่งอาหารเข้ามาในอุตสาหกรรมอาหาร และเริ่มเป็นทางเลือกให้กับร้านอาหารต่างๆ ด้วยเช่นกัน

UberEATS หนึ่งในผู้ให้บริการแอปพลิเคชันจัดส่งอาหาร ช่วยให้ร้านอาหารเชื่อมต่อกับลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความสะดวก ไม่ไหวกับอากาศ เบื่อรถติด เบื่อการนั่งรอคิว การทำงานในวันที่แสนวุ่นวายและไม่มีเวลาออกไปเดินหาร้านอาหาร

ปัจจุบันมีผู้ใช้แอปฯ UberEATS ในกว่า 100 เมือง จาก 27 ประเทศทั่วโลก สามารถสั่งอาหารผ่านแอปและติดตามขั้นตอนการเตรียมอาหารและการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ การเติบโตของร้านอาหารที่มีความหลากหลายทำให้ผู้คนมีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น เราจึงพัฒนาฟีเจอร์บนแอป UberEATS ให้มีความสะดวก ใช้งานง่าย และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น


ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ 3 ผู้บริหารรุ่นใหม่ มาร์ค คลีเวอร์, อธิธัช ปุญสมิทธิ์ และณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชต์ ที่รวมตัวกันให้กำเนิด “SuperFoods” รูปแบบธุรกิจอาหารแบบใหม่ขึ้นในเมืองไทย ที่เรียกว่า Virtual restaurant หรือร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้านสำหรับคนมานั่งทาน แต่มีเพียงแอปพลิเคชันที่จะมาเชื่อมต่อร้านกับกลุ่มเป้าหมาย และนี่คือความน่าสนใจ

แรกเริ่มเดิมที...ที่มาของธุรกิจ

มาร์คเล่าถึงแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นตอนที่อยู่สหรัฐอเมริกาถึงความสำเร็จของคนทำร้านอาหารรูปแบบ Virtual restaurant ว่าคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องแบกรับต้นทุนที่สูงต่อไป และมองว่าเมืองไทยเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการเกิดธุรกิจแนวนี้ในตลาด อีกทั้งธุรกิจอาหารในยุคนี้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะตอบโจทย์ของลูกค้าวิถีชีวิตของคนเมือง เช่น การนำอีคอมเมิร์ซช่วยต่อยอดธุรกิจ การใช้พลังสื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น การลดต้นทุนในสิ่งไม่จำเป็นทำให้ร้านอาหาร และใช้เวลากับการพัฒนาคุณภาพให้กับเมนูอาหารให้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการสอดคล้องกับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0) ที่ทางภาครัฐต้องการสนับสนุน

ทั้ง 3 คนมีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านด้วยกัน สำหรับมาร์คมีประสบการณ์ในธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์ ส่วนอธิธัช ทำงานเกี่ยวกับด้านดิจิตอลเอเจนซี่และออนไลน์มาร์เกตติ้งมา และณิชชารีย์มีประสบการณ์ในการทำร้านอาหาร แต่ละคนได้เรียนรู้ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยในประสบการณ์ทำงานของตัวเองมาสร้างโมเดลธุรกิจใหม่นี้

ปัญหามากมาย แก้ได้ด้วยใจรัก

"ปัญหาของการทำร้านอาหารจะมีเรื่องจุกจิก อยู่ตลอด ตั้งแต่ต้นทุนค่าเช่าสถานที่ การตกแต่งร้าน ค่าจ้างพนักงานเสิร์ฟ ค่าเด็กดูที่จอดรถ รวมถึงค่าบริหารจัดการภายในร้าน ต่างๆ อีกมากมาย" ณิชชารีย์ แชร์จากประสบการณ์ของตนว่าเมื่อก่อนเปิดร้านอาหารพบถึงปัญหาอะไรมาบ้าง

ส่งผลให้ตอนนี้ร้านอาหารเปิดตัวและปิดกิจการไปเยอะ เนื่องจากแบกรับต้นทุนค่าเช่าและค่าบริหารจัดการไม่ไหว และเรามองว่าเทรนด์ร้านอาหารเปลี่ยนไป ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงในเรื่องของการมีหน้าร้านอีกต่อไปสำหรับร้านอาหารที่เปิดใหม่ และพึ่งพาเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมาย

ขายของได้แม้ไม่มีหน้าร้าน

การเปิดร้านแบบ Virtual คือไม่มีหน้าร้าน ทำครัวแบบปิดและใช้แพลตฟอร์มในการเชื่อมต่อกับผู้บริโภค และจ้างคนส่งอาหารแทน ทำให้ปัญหาจุกจิกต่างๆ ของเราหมดไป อย่างแรกร้านไม่จำเป็นต้องติดถนน แต่ทำเลที่ตั้งอาจจะต้องเดินทางสะดวกในการจัดส่งไปที่ต่างๆ เช่น พื้นที่ใกล้ออฟฟิศ และหมู่บ้านสามารถอยู่กลางเมืองแต่อาจเข้ามาในซอยได้ เป็นต้น

อธิธัชกล่าวว่าเราเห็นถึงไลฟ์สไตล์ของคนทำงานเกี่ยวสตาร์ทอัพ และฟรีแลนซ์ที่ชีวิตเกาะติดอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ในการคิดเขียนอ่านทุกสิ่งอย่าง การมีอาหารมาส่งโดยไม่ต้องเดินออกไปข้างนอกคือสิ่งที่ตอบโจทย์ (อ้างอิงจากเทรนด์ของผู้บริโภคในกลุ่ม GenY และกลุ่มสตาร์ทอัพ ไม่ได้ทำงานประจำ ตั้งต้นด้วยการทำธุรกิจด้วยตัวเอง หรือเป็นฟรีแลนซ์)

คนกลุ่มนี้รู้จักบริการ delivery app เป็นอย่างดีและถ้าเป็นการสั่งผ่านแอปพลิเคชันจึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มาก ทั้งนี้คนเหล่านี้ยังต้องการอาหารหลากหลายประเภท ชอบอาหารที่ดี มีคุณภาพและรสชาติอร่อย ในขณะที่เขาจะรู้จักร้านอาหารจากการหาข้อมูลออนไลน์ทั้ง Pantip และ Wongnai หากหิวก็แค่เสิร์ชค้นหาร้านอาหารและสั่งผ่านแอปพลิเคชัน

สั่งได้ทุกวัน...รับรองว่าไม่เบื่อ

คอนเซปต์ของ SuperFood คือทุกร้านสามารถแชร์วัตถุดิบในการทำอาหารร่วมกันได้ โดยช่วงเริ่มต้นเปิดธุรกิจนี้ ตั้งใจเปิดร้านอาหารทั้งหมด 4 ร้าน ได้แก่ Stamina Don - ร้านนี้จะรวบรวมข้าวหน้าต่างๆ ไว้ถึง 13 หน้า โดยจุดขายของเราคือข้าวหน้าเยอะ หน้าล้น กินแล้วต้องอิ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งกินทั้ง 7 วันได้ไม่เบื่อ Superfoods Box - เมนูอาหารที่ทำให้คนทานรู้สึกว่าไม่อ้วนและใครๆ ก็ทานได้เรียกได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อย Roll ‘n Go - เป็นอาหารฟิวชั่นญี่ปุ่น-แม๊กซิกัน ที่เรียกกันว่า Sushi Burrito อาหารชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในประเทศสิงคโปร์และอเมริกา เพราะพกพาไปกินที่ไหนก็ได้ไม่ยุ่งยาก All Chick - ร้านนี้จะมีไก่เป็นส่วนผสมแต่ละเมนู

มาร์คเสริมว่าการขับเคลื่อนธุรกิจแบบ Virtual restaurant สิ่งสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการการเชื่อมต่อร้านอาหารกับผู้บริโภคได้ง่าย และสะดวกที่สุด แอปพลิเคชันการสั่งอาหารจึงเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจของเราอย่างมาก และหนึ่งในทางเลือกที่ดีของเราคือ UberEATS เพราะเป็นที่รู้จักระดับโลก มีความน่าเชื่อ และเทคโนโลยีของ Uber ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบการเดินทางและขนส่งจึงเชื่อมั่นว่าจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา 


เราพยายามทำครัวให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา หรือร้าน Roll ‘n Go เหมาะกับกลุ่มจัดงานสัมมนา หรือมีการสั่งล่วงหน้า ซึ่งครัวเราสามารถจัดเตรียมได้ก่อน ถึงเวลากลางวันครัวของร้าน Stamina Don จะเริ่มเปิดทำการ ส่วนบ่ายหรือเย็นครัวร้าน Superfoods Box จะเริ่มขายดี เพราะคนที่ไปออกกำลังกายหรือเลิกงานอยากทานอาหารสุขภาพ

ปัจจัย
สำคัญในการทำธุรกิจจัดส่งอาหาร

อธิธัชเล่าที่มาของชื่อ SuperFoods ว่ามาจากการทำครัวให้สามารถบริหารจัดการอาหารตอบโจทย์ให้กับร้านอาหารได้หลากหลายประเภท ไม่จำเป็นต้องหยุดแค่หมวดใดหมวดหนึ่ง ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็น SuperFoods เป็นอาหารที่สร้างมาได้โดยจากห้องครัวหนึ่งห้อง นอกจากนี้ เราต้องการสร้างภาพลักษณ์ delivery food ว่าไม่ใช่อาหารเย็นๆ และจืดชืด ดังนั้น การวางแผนด้านโลจิสติกส์ที่ดี อาหารปรุงสดใหม่ทุกชาม จึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของเรา

โจทย์สำคัญของการทำธุรกิจ Food Delivery คือทำอย่างไรให้ยังสามารถควบคุมคุณภาพของอาหารให้สด สะอาด รสชาติดีจนถึงมือผู้บริโภค ทำให้ทุกเมนูของเราจึงเลือกเมนูที่เหมาะกับการ delivery ที่เมื่อไปถึงโต๊ะอาหารของผู้บริโภคยังคงความอร่อย

“ผมมองว่าเทคโนโลยี UberEATS ช่วยให้พวกเราที่ทำธุรกิจร้านอาหารสามารถวางแผนและจัดการการทำงานตั้งแต่เริ่มเตรียมอาหารปรุงอาหาร พร้อมที่ปรุง เตรียมส่ง ได้มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังช่วยในการทำให้เมืองไทยกลายเป็นสังคมไร้เงินสด เพราะการจ่ายค่าอาหารและบริการตัดผ่านบัตรเครดิต ข้อดีคือทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้รวดเร็ว ที่สำคัญผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวตลอดเวลา สะดวกและปลอดภัย สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0)” มาร์คกล่าวทิ้งท้าย