วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กเจี๊ยบ' แจงยิบ 'ปู' เผ่นหนี มีพี่ชายอยู่เบื้องหลัง ปัดเกี้ยเซียะ

"บิ๊กเจี๊ยบ" แจงยิบเหตุ "ยิ่งลักษณ์" หนีต่างประเทศ เชื่อมีศักยภาพเพราะเป็นอดีตนายกฯ มีบารมี-คนหนุนคาดเตรียมการล่วงหน้ารอแค่วันเวลาหนี คสช.ก้มหน้ายอมรับคำตำหนิ-ปัดเกี้ยเซียะวางแผนหลบหนี

วันที่ 29 ส.ค.60 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช. กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศว่า ตนได้ตรวจสอบจากกองกำลังชายแดนทั้ง 4 กองทัพภาค รวมทั้งพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดและช่องทางธรรมชาติต่างๆ ยังไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไปเส้นทางใด แต่น่าจะออกนอกประเทศไปแล้ว ถ้าถามว่าหลบหนีไปได้ด้วยตัวเองหรือไม่ จากการวิเคราะห์ ยืนยันว่า ด้วยศักยภาพของเขาเป็นถึงอดีตนายกฯ และมีผู้สนับสนุนมีเครือข่ายพอสมควร ที่พร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือหลบหนีจากไทย อีกทั้งคนรอบข้างก็เป็นคนที่มีความรู้โดยเฉพาะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลติดตามความปลอดภัยให้ ดังนั้นจะรู้วิธีการและเทคนิคเป็นอย่างดี

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า คสช. ยอมรับว่าเราไม่ได้ควบคุมตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากที่ผ่านมาเคยส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าหน้าบ้านพักแต่ก็ถูกสังคมกล่าวหาว่าเราไปข่มขู่ คุกคาม จึงถอนกำลังมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่หากพูดถึงการหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วก็มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเป็นพี่ชาย ตนเชื่อว่าจะเป็นผู้เตรียมการให้ในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องบินส่วนตัว หากเป็นคนธรรมดาคงไม่มี ดังนั้นในภาพรวม น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีศักยภาพพอที่จะหลบหนีด้วยตนเองและสิ่งสำคัญที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันมาตลอดเวลาว่าพร้อมพิสูจน์ตนเอง ทั้งไปขึ้นศาลจนถึงวันพิพากษา ตนเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดทำให้ไม่มีใครคิดว่าจะหลบหนี ฉะนั้นยืนยันว่าการหลบหนีครั้งนี้มีการเตรียมการและตัดสินใจไว้ล่วงหน้า เพียงแต่รอเวลาและโอกาสที่เหมาะสม ส่วนจะมีผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจช่วยเหลือหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่มีข้อมูล

"บางคนบอกว่า คสช.เกี้ยเซียะให้หลบหนี ถามว่าจะเกิดประโยชน์อะไรเพราะทุกวันนี้ก็ถูกด่าอยู่แล้ว นายกฯ ได้โทรศัพท์มาเร่งรัดทุกวัน เมื่อเขาออกนอกประเทศไปแล้วจะไปเปิดตัวเคลื่อนไหวต่างๆ อาจจะโจมตีพูดให้ร้าย คสช.ก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่จะกลายเป็นปัญหาเพราะเมื่ออยู่ในประเทศเราสามารถพูดคุยกันได้ ถ้าเขาผิดก็ดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่ถ้าออกไปเคลื่อนไหวนอกประเทศจะเอากฎหมายอะไรไปบังคับใช้ เขาจึงมีสิทธิเสรีในการพูดจะพูดอะไรก็ได้ แต่ขึ้นอยู่ว่าจะอยู่บนข้อเท็จจริงหรือไม่ และประชาชนจะยอมรับสิ่งที่เขาพูดหรือไม่ ที่ถามว่าอาจมีคนที่มีอำนาจมากกว่า คสช.ช่วยเหลือให้หลบหนีนั้น คนจะคิดหรืออิมเมจิ้นอะไรก็ได้ อยู่ที่ว่าจริงหรือไม่เท่านั้น ไม่ต้องถึงศักยภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แค่ในอดีตตำแหน่งที่ต่ำกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังหลบหนีได้ ส่วนจะมีทหารร่วมช่วยเหลือวางแผนการหลบหนีด้วยหรือไม่นั้น ก็ไม่รู้ลึกถึงขนาดนั้น เป็นปฏิบัติการลับ และเขาก็ปิดลับได้ดี อีกทั้งเป็นถึงอดีตนายกฯ ก็มีบารมีพอสมควร ขนาดบ้านของเรามีรั้วรอบขอบชิดขโมยเข้ามายังออกไปได้เลย"

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของ คสช.หรือกองทัพบกที่รับผิดชอบกองกำลังชายแดน เพราะอย่าลืมว่าชายแดน รอบประเทศมีความยาว 5,656 กิโลเมตร ดังนั้นการวางกองกำลังเจ้าหน้าที่จะวางกำลังตรงจุดสำคัญ ในกรณีที่มีข่าวแจ้งเตือนเรื่องใดก็ตามก็จะเคลื่อนกำลังมาดูแลแต่ละจุด แต่กรณีนี้กองทัพบกเองไม่เคยสั่งกองกำลังชายแดนต้องหันมาดูเรื่องนี้ เพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องพูดเสมอว่าพร้อมที่จะเผชิญหน้าในวันตัดสินคดี ถามว่าใครจะรับผิดนั้น ขณะนี้ก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว คสช.ต้องรับผิดชอบตำหนิกองทัพบกว่าปล่อยให้เกิดความหละหลวม แต่ข้อเท็จจริงเรายังไม่รู้ว่าเขาออกนอกประเทศไปหรือยัง และอยู่ที่ไหน ถ้าสถานการณ์การข่าว เชื่อว่าออกนอกประเทศไปแล้ว ถ้าเป็นหลังเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ส.ค.60 จะออกนอกประเทศได้ยากเพราะจะตรึงกำลังดูแลพื้นที่ทั้งหมด

"ยิ่งลักษณ์" หนีต่างประเทศเชื่อมีศักยภาพเพราะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีบารมี

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า เชื่อว่าคนรอบข้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ คิดเหมือนฝ่ายความมั่นคง โดยวางแผนเป็นขั้นตอนไม่ปรึกษาใคร เปรียบเป็นงานลับ ดังนั้นจะมาดีลกับ คสช.แต่ถ้าคสช.ไม่ให้ก็จะถูกล็อกตัวทันที จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะศักยภาพของเขาสามารถหนีออกนอกประเทศได้อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นปัจจัยอะไรที่ต้องหลบหนี ตนไม่ทราบและไม่ขอประเมินแทน เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอดีตนักการเมืองเป็นอดีตนายกฯ ก็มีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง

เมื่อถามว่า จากการวิเคราะห์ให้น้ำหนักชายแดนพื้นที่ไหน พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้าพูดถึงความยากลำบาก และเวลาที่มีในการเคลื่อนไหว หลังคืนวันที่ 23 ส.ค.60 มีเวลาไม่มาก ถ้าไปจากกรุงเทพฯ ต้องใช้รถ ส่วนจะนั่งเครื่องบินส่วนตัวออกจากสนามบินภายในประเทศ ตนคิดว่าทำไม่ได้ เพราะมีขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบ การเข้าออกสนามบิน ไม่ใช่จะเข้าออกกันง่ายๆ แต่พื้นที่ชายแดน ยอมรับว่า อาจมีช่องว่างได้ ทั้งทางบกทางทะเล แต่อย่าลืมว่าการตามตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนรอบข้างของเขามีความสามารถด้านนี้ โดยเฉพาะตำรวจติดตาม

"ขณะนี้ทราบว่ามีการทิ้งโทรศัพท์ที่เคยใช้ทั้งหมดรวมถึงเปลี่ยนรถที่เคยใช้ ดังนั้นจะไปตามในวิธีการที่เราเคยทำ เป็นเรื่องยาก เพราะต้องสู้ทางเทคนิคพอสมควร ส่วนจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์มาให้ข้อมูลหรือไม่ เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ"

เมื่อถามว่า กองทัพบกจะให้ผู้ช่วยทูตทหารในต่างประเทศช่วยตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ภาพรวม เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งผู้ช่วยทูตทหาร ถ้ามีข้อมูลเป็นประโยชน์เขาจะแจ้งให้เราทราบ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้ง เมื่อถามย้ำว่า หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลและคสช.นอกประเทศ จะเกิดกระทบหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า บางคนบอกว่าออกไปแล้ว จะเป็นประโยชน์กับคสช.ที่เกี้ยเซียะกัน ตนมองไม่เห็นว่ามีประโยชน์ตรงไหน ถ้าออกไปแล้วไปให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง คสช.ก็เสียหายจะไปเอาผิดทางกฎหมายก็ไม่ได้ ซึ่งทุกวันนี้สังคมก็ด่าตนทุกวัน ซึ่งต้องยอมรับทุกคำตำหนิหากออกไปแล้วไปเคลื่อนไหวแบบพี่ชายเราจะเดินตามกรอบที่วางไว้ ดังนั้นต้องทำทุกอย่างให้รัดกุมที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประเทศ ตนเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจจึงไม่อยากให้นำประเด็นนี้มากลายเป็นความขัดแย้งอีกระลอก

เมื่อถามอีกว่า คสช.กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยพูดคุยตกลงเพื่อสร้างความปรองดองมาก่อนหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่เคยเพราะเวทีปรองดองมีตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วม คสช.มีไม่กี่คนที่รู้จัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นหลังๆ มาทำงานหลังน.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นบทบาทไปแล้ว เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยจะเบาลงหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนไม่เบาใจ เราเดินตามกรอบเดิมทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้พิจารณา ตนไม่ทราบว่าทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะปฏิรูปจัดรูปแบบ อย่างไร อาจจะเข้มแข็งกว่าเดิมก็ได้ ถ้าจัดระบบที่ประชาชนยอมรับ ดังนั้นอย่าไปปรามาสพรรคเพื่อไทยว่าจะอ่อนแอ

"วันนี้ผมไม่ได้มาชี้แจง ขอความยุติธรรมอะไร แต่มาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ฝ่ายความมั่นคงถูกตำหนิอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติแต่ต้องพูดให้เห็นข้อเท็จจริงว่าเป็นแบบนี้เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่คนธรรมดาเป็นถึงอดีตนายกฯ มีบารมีพอสมควร ไม่ใช่ตาสีตาสาที่จะออกนอกประเทศ" นอกจากนี้ พล.อ.เฉลิมชัย ยังกล่าวถึงกรณี นายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ "น้องไปก์" บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเดินทางไปฝึกนักศึกษาวิชาการทหาร (นศท.) ที่ศูนย์ฝึกนศท.ว่า เป็นการฝึกตามปกติ และไม่ต้องไปตามประกบเพราะไม่รู้จะไปประกบทำไม เราจะดูก็แค่เรื่องความปลอดภัยเท่านั้น